การเดินทางของหนังสือเก่า

สำหรับใครหลายคนที่ชอบอ่านหนังสือ เวลาไปเลือกซื้อหนังสือ หากเราเห็นว่า ราคาหนังสือปกแข็งไม่ต่างจากปกอ่อนสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ก็คงจะเลือกซื้อหนังสือปกแข็งกัน เพราะหนังสือนอกจากจะเป็นหนังสือโดยตัวมันเองแล้วยังเป็นเฟอร์นิเจอร์ประดับบ้านได้อย่างลงตัวอีกด้วย

ผู้ที่ชอบสะสมหนังสือจะต้องคุ้นเคยกับกลิ่นหนังสือเก่าอย่างแน่นอน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วหนังสือที่วางจำหน่ายจะเป็นหนังสือปกอ่อน หนังสือปกอ่อน สันหนังสือก็จะบาง ๆ  

หนังสือปกอ่อนแต่ละเล่มจะมีลักษณะเฉพาะของตัวเอง บางเล่มจะมีกลิ่นอับ ส่วนบางเล่มที่ใหม่หน่อยก็อาจจะมีกลิ่นหมึก กลิ่นกระดาษใหม่ หรือกลิ่นกาว  บางทีถ้าเราแบะหนังสือหน้ากลาง ๆ ก็จะมีกลิ่นของหนังสือเล่มนั้นโชยออกมา ชัดเจน

ก่อนหน้านี้ฉันเคยเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบการกางแบะหนังสือออก เพราะมันทำให้สันหนังสือย่นหรือเป็นรอยยับได้ง่าย มันดูไม่สวยเวลาที่เราเอาใส่เข้าไปในชั้น แต่พักหลังมานี้ฉันกลับไม่คิดอะไรมาก เพราะว่าหนังสือที่ซื้อมาช่วงหลัง ๆ นี้จะเป็นหนังสือมือสองเสียส่วนใหญ่ซึ่งแน่นอนว่ามันมีร่องรอยของการใช้งานติดมาด้วยอยู่แล้วและไม่ได้มีแค่เรื่องสัน ปกหน้าก็มีรอยถลอก รอยฉีกขาด หรือเจอคนที่อ่านหนังสือแล้วชอบพับขอบหน้ากระดาษลงขอบ ซึ่งในตอนนี้ฉันรับได้

ตอนที่ฉันยังเด็ก ฉันจะไม่ชอบใจนักเวลาที่เห็นหนังสือเก่าที่ตัวเองมีนั้นขาดรุ่งริ่ง ดังนั้นเวลาที่เจอเวอร์ชันหรือฉบับที่ตีพิมพ์ใหม่กว่าก็จะซื้อมาเก็บแทนเล่มที่ขาดรุ่งริ่ง ส่วนเล่มเดิมที่ขาดรุ่งริ่งก็หาทางเอาไปทิ้งเสีย

Photo by Cristina Gottardi on Unsplash


ฉันเคยมีคำถามเกี่ยวกับความเหมาะสมในการใช้งานหนังสือสือของผู้คน ทำไมพวกเขาถึงไม่เคารพหนังสือ ทำไมอ่านหนังสือกันเยินได้ขนาดนี้ กางหนังสือจนสันหนังสือเป็นรอยยับ รอยแตก ทำไมไม่อ่านกันเบา ๆ ค่อย ๆ เปิด ค่อยพลิกทีละหน้า ทะนุถนอมมันหน่อย แล้วทำไมต้องพับหน้า ทำไมไม่ใช้ที่คั่นหนังสือ เพราะรอยยับที่พับลงมาคั่นหน้านั้น มันก็จะเป็นรอยพับเป็นตราบาปอยู่กับหนังสือเล่มนั้นไปตลอดกาล

สำหรับฉันแล้วหนังสือเป็นเหมือนสถานที่ปลอดภัย เรามักจะหลบมาหาความสงบ ความสุขจากเนื้อหาในหนังสือ การทำลายหนังสือก็ไม่ต่างไปจากการดูหมิ่น เหยียดหยาม เย้ยหยันศาสนาก็ว่าได้ ยิ่งเวลาที่ฉันไปเดินเลือกซื้อหนังสือมือสอง หากหยิบเล่มไหนขึ้นมาดูแล้วเจอว่ามีหน้ากระดาษถูกฉีกออกไป ฉันจะรู้สึกหงุดหงิดมาก 

ฉันไม่เคยตัดสินหนังสือจากปกแต่ในทางกลับกันฉันกลับตัดสินคนที่ทำให้เกิดบาดแผลกับหนังสือ

……….

เมื่อฉันโตขึ้น การวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องดังกล่าวก็อันตรธานหายไป ในขณะเดียวกัน ฉันกลับชอบหนังสือที่มีร่องรอยการใช้งาน มุมมองที่มีต่อหนังสือปกอ่อนที่สันหนังสือแตก ย่น เปลี่ยนไป น่าแปลกใจที่ฉันกลับมาชอบที่เห็นริ้วรอยบนหนังสือเหล่านั้นคอยเตือนให้นึกถึงการเดินทางของหนังสือ

หนังสือที่มีความเสียหายต่างก็มีประวัติศาสตร์ของตัวมันเอง บางทีหน้าหนังสือที่ยับย่นอาจเกิดจากหนังสือเล่มดังกล่าวรอดพ้นจากเหตุการณ์น้ำท่วมโกดังหนังสือมาก็ได้ หรือบางทีการที่มีคนพับมุมหน้าหนังสือไว้เพราะคนอ่านต้องการที่จะจ่อมจมอยู่ในเรื่องราวให้มันผ่านไปอย่างช้า ๆ อิ่มเอมไปกับลักษณะของตัวละครและโครงเรื่องที่ซับซ้อนก็เป็นได้

ความซีดจางและรอยย่นที่สันหนังสือยังบอกเราถึงความหมายโดยนัย ว่าหนังสือเล่มดังกล่าวถูกเปิดอ่านมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน มันเคยเป็นของคนที่รักในเรื่องราวเนื้อหาของหนังสือเล่มนั้นที่คอยกลับมาอ่านมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วด้วยเหตุผลใดกันเขาถึงเลิกอ่านมันล่ะ ? หรือบางทีหนังสือเล่มนั้นก็ผ่านมือผู้คนมาไม่น้อย ส่งต่อเรื่องราวไปยังผู้คนมากมาย คนแล้วคนเล่า จากรุ่นสู่รุ่น

หนังสือแต่ละเลมมีเรื่องราวเล่าต่อนอกเหนือไปจากเนื้อหาที่อยู่ในเล่ม ซึ่งเราอาจจะไม่สามารถอ่านได้แต่เราสามารถเดาได้ถึงประวัตศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังรอยถลอก ยับ บ่น เหล่านั้น 

โดยส่วนตัวแล้ว ฉันเองมีชั้นหนังสืออยู่หลายชั้นที่บ้าน ทุกชั้นเต็มไปด้วยหนังสือจนล้น มีหนังสือมากมายหลากหลายหมวด มีทั้งปกแข็งปกอ่อน แบบที่เจาะเข้าสันกระดูกงูก็มี

หนังสือหลายเล่มเป็นหนังสือใหม่หรือบางเล่มก็เป็นมือสองแต่สภาพใหม่อยู่ ฉันเลือกหนังสือจากร้านหนังสือมือสอง หนังสือหายากเล่มที่สภาพดีมาเก็บไว้ เวลาเปิดอ่านก็จะทำด้วยความนุ่มนวล ทนุถนอม และต่อให้มีร่องรอยการใช้งาน ฉันก็มองว่ามันไม่ได้เป็นตราบาปหรือสิ่งขุ่นเคืองใจเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว

มันก็เหมือนตัวฉันเองที่วันหนึ่งก็ต้องแก่เฒ่าลงไป มีริ้วรอย เหี่ยวย่นไปตามวัยตามกาลเวลา สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเครื่องบ่งบอกถึงการเดินทางในชีวิตและฉันคิดว่ามันคือความสวยงาม

ร้านหนังสือตามสั่ง รับสั่งหนังสือต่างประเทศและสินค้าจากทั่วโลก ส่งถึงบ้านต่างจังหวัด
Tel : 08-5464-1644 | line id : herothailand.com