ก่อนจะอ่านหนังสือเล่มต่อไป

วันนี้ขอแบ่งปันเรื่องราวของ Karan ที่นำวิธีอ่านหนังสือให้มีประสิทธิภาพมาฝากันครับ …..

ผมได้อ่านหนังสือมาหลายเล่มเป็นระยะเวลาหนึ่งแต่กลับไม่สามารถจำได้เนื้อได้มากกว่า 5% ของที่ได้อ่านไป 

ผมรู้สึกว่าหนังสือเหล่านี้เป็นสิ่งที่เผาผลาญเวลาและเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ ผมไม่ได้ก้าวหน้าขึ้น ! ยังคงเป็นคนเดิมที่เคยเป็นเมื่อสองสามปีที่แล้ว ผมแทบไม่มีความเก่งหรือมูลค่าเพิ่มให้ตัวเองเลย

แต่ก็พลางฉุกคิดขึ้นได้ว่า มีใครอยากดื่มน้ำส้มคั้นโดยการมองไปที่ผลส้มแล้วได้ดื่มน้ำส้มตามปรารถนาหรือไม่ ?

ผมก็เลยลองปรับวิธีการอ่านหนังสือเสียใหม่

ถ้าพูดกัน ณ ปัจจุบันนี้เลย ก็สามารถพูดได้ว่าหลังจากการปรับวิธีการอ่านหนังสือ ผมสามารถจำเนื้อหาส่วนใหญ่ที่อ่านไปได้แล้ว ดังนั้นก่อนที่คุณจะเริ่มอ่านหนังสือเล่มถัดไปนั้น ผมอยากให้คุณลองทำตามสี่ขั้นตอนต่อไปนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผมได้อะไรมากมายจากหนังสือทุกเล่มที่ได้อ่านไป

*หนังสือมีราคาและต้องใช้เวลาในการอ่านดังนั้นจะดีกว่าในการอ่านหนังสือด้วยแนวทางที่เหมาะสม หากไม่อย่างนั้นแล้วไม่ก็ไม่ต่างอะไรกับการไม่ได้อ่าน คำว่าหนังสือในที่นี้หมายถึงหนังสือวิชาการ อย่างพวก หนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับธุรกิจ กลยุทธ์ หนังสือเสริมสร้างทักษะ เป็นต้น ไม่ได้รวมถึงพวกหนังสือนวนิยาย

ก่อนที่เราจะเริ่มอ่านหนังสือ ควรเตรียมสิ่งเหล่านี้ไว้ให้พร้อม

1.ปากกา หรือ ดินสอ

2.กระดาษ

3.โปรแกรมจดบันทึกออนไลน์ (อันนี้แล้วแต่บุคคลแต่ว่าถ้ามีก็ดีกว่าไม่มี)

photo by DEVN

เริ่มจาก >>>>>>

1. อ่านให้น้อย  โดยแบ่งเนื้อหาในหนังสือให้เป็นสัดส่วนที่เท่า ๆ กัน

ขึ้นอยู่กับจำนวนหน้าและตัวอักษร ตัวผมเองอ่านราว ๆ 20-40 หน้าต่อวัน ตัวอย่างเช่น ตอนที่ผมอ่านหนังสือ Zero to One ผมอ่านวันละ 30 หน้า ในขณะที่ตอนที่ผมอ่านหนังสือ The Art of Seduction นั้นผมอ่านเพียง 20 หน้าต่อวัน

ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ ?

  • แน่นอนว่าสมองของเราอาจจะไม่สามารถประมวลผล 100 หน้าภายในครั้งเดียว ปล่อยให้มันเป็นไปเท่าที่ทำได้ ให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ
  • คุณอาจจะสามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งสำคัญบางอย่างในชีวิต การอ่านหนังสือเพียงอย่างเดียวไม่ได้ช่วยการันตีความสำเร็จ คุณต้องมีเป้าหมาย มียุทธศาสตร์และลงมือทำให้มันจนประสบความสำเร็จ
  • สิ่งที่สำคัญที่สุด คุณต้องสนุกกับช่วงเวลาการอ่านอยู่เสมอ

ผมไม่แนะนำให้คุณแบ่งสัดส่วนหนังสือตามบทและหัวข้อเพราะว่าบางครั้งบทหนึ่งสามารถยาวกว่าหรือสั้นกว่าบทอื่น ๆ

  1. ทำการเน้นข้อความและจดบันทึกย่อทีหลัง

ในขณะที่คุณกำลังอ่านแล้วเจอประโยคหรือย่อหน้าที่รู้สึกว่าทำให้คุณได้ความคิดดี ๆ  ให้ทำการจดเลขหน้า ย่อหน้าและเลขบรรทัดลงในเศษกระดาษ

ถึงตอนนี้ คุณไม่จำเป็นต้องจดบันทึกทันทีที่อ่านหนังสือจบตอน คุณสามารถทำเมื่อไหร่ก็ได้ที่คุณต้องการ เพียงแต่กลับไปดูที่จดไว้แล้วก็คัดลอกข้อความดังกล่าวลงในสมุดบันทึกหรือจะจดในบันทึกออนไลน์ก็ได้

ก่อนที่จะเริ่มการอ่านช่วงต่อไปก็กลับไปทวนดูที่เราเคยทำบันทึกย่อไว้ ซึ่งการที่เรากลับไปทวนที่ได้บันทึกไว้จะทำให้เชื่อมต่อเนื้อหาได้ดี

  1. บทสรุป

เมื่ออ่านหนังสือจบเล่ม คุณอาจจะบันทึกเนื้อหาที่สำคัญ ๆ ได้ครบถ้วน จากนี้ที่ต้องทำก็คือ

  • 1.สร้างบันทึกย่ออันใหม่
  • 2.คัดลอกบันทึกย่อที่ได้ทำทั้งหมดลงในบันทึกย่อใหม่นี้
  • 3.ทบทวนบันทึกย่อทั้งหมดแล้วสรุปใจความสำคัญ รวมทั้งตัดส่วนที่ไม่สำคัญ เยิ่นเย้อออกไป เพื่อให้เหลือแต่สาระสำคัญ สั้น ๆ แต่ได้ใจความ
  • 4.เน้นข้อความในส่วนที่สำคัญที่สุด เหมือนเป็นการสรุปของสรุปอีกที

4. กลับไปอ่านทวนบทสรุปแล้วปรับปรุงแก้ไข

นี่คือขั้นตอนสุดท้ายของสุดท้ายแล้ว ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่าจะทำได้บ่อยแค่ไหน

โดยให้เรากลับไปดูข้อความที่เราได้เน้นข้อความไว้ในบทสรุปที่เราได้ทำไว้วันละครั้งหรือเวลาไหนก็ได้ที่เราสะดวกแล้วก็หาเวลาอ่านบทสรุปทั้งหมดอีกเดือนละครั้ง

จบแล้ว …. 

ทั้งหมดทั้งปวงก็เพื่อที่จะให้เราสามารถสกัดเอาคุณค่าของหนังสือเล่มนั้น ๆ เอาส่วนที่เป็นสาระสำคัญออกมา ราวกับได้สารสกัดจากธรรมชาติที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเรา โดยที่เราเป็นคนลงมือสกัดสารนั้นด้วยตัวเอง

ร้านหนังสือตามสั่ง รับสั่งหนังสือต่างประเทศและสินค้าจากทั่วโลก ส่งถึงบ้านต่างจังหวัด Tel : 08-5464-1644 | line id : @herothailand.com