back to top

ก๊าซ LNG กับยุโรปในฤดูหนาว

RSS
Follow by Email
YouTube
Share
Instagram
WhatsApp
Tiktok
Copy link
URL has been copied successfully!
Listen to this article

🇪🇺 การพึ่งพาพลังงานในฤดูหนาวของยุโรปและผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์

ภูมิภาคยุโรปมีความท้าทายอย่างยิ่งในการจัดหาพลังงานในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากความต้องการใช้พลังงานความร้อนเพื่อทำความร้อนในอาคารเพิ่มสูงขึ้น การพึ่งพาพลังงานจากภายนอก โดยเฉพาะ ก๊าซธรรมชาติ ได้กลายเป็นจุดอ่อนสำคัญ ซึ่งถูกตอกย้ำด้วยความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสงครามรัสเซีย-ยูเครน

คุณสมบัติของ LNG: LNG คือก๊าซธรรมชาติ (มีเทน) ที่ถูกแช่เย็นจนกลายเป็นของเหลวที่อุณหภูมิประมาณ -160 องศาเซลเซียส ทำให้มีปริมาตรลดลง 600 เท่า ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการขนส่งข้ามมหาสมุทรในระยะทางไกล

หลังจากการรุกรานยูเครนของรัสเซียในปี 2022 ยุโรปที่เคยได้รับก๊าซจากรัสเซียผ่านท่อส่ง 40% ได้หันมาพึ่งพา LNG อย่างเร่งด่วน เนื่องจาก LNG มีความยืดหยุ่นสูง สามารถเปลี่ยนจุดหมายปลายทางได้ ทำให้ยุโรปและสหรัฐอเมริกา (ผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุด) เร่งสร้างท่าเรือนำเข้าและส่งออกเพิ่มขึ้น


ความสำคัญของแหล่งพลังงานหลัก

  • ก๊าซธรรมชาติ (Gas): เป็นเชื้อเพลิงหลักในการทำความร้อนและผลิตไฟฟ้าของยุโรป ก่อนสงคราม รัสเซียเป็นผู้ส่งออกก๊าซรายใหญ่ที่สุด โดยส่งผ่านท่อเป็นหลัก (เช่น Nord Stream 1) การที่รัสเซียลดและระงับการส่งก๊าซเพื่อตอบโต้มาตรการคว่ำบาตร ได้สร้างวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี ทำให้ยุโรปต้องเร่งหาแหล่งนำเข้า LNG (ก๊าซธรรมชาติเหลว) จากสหรัฐอเมริกา, นอร์เวย์, และกาตาร์อย่างเร่งด่วน รวมถึงการลดความต้องการใช้
  • ถ่านหิน (Coal): แม้ว่ายุโรปจะมีเป้าหมายในการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล แต่ภายใต้วิกฤตพลังงาน หลายประเทศโดยเฉพาะเยอรมนีจำเป็นต้อง หันกลับมาใช้ถ่านหิน เพิ่มขึ้นชั่วคราวเพื่อทดแทนก๊าซที่ขาดหายไปในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งสวนทางกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม
  • น้ำมัน (Oil): มีความสำคัญในการขนส่งและบางส่วนของการผลิตไฟฟ้า แต่ยุโรปได้ออกมาตรการห้ามนำเข้าน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากรัสเซีย ทำให้ต้องเปลี่ยนไปพึ่งพาแหล่งอื่น

geopolitics ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และต้นทุนการดำรงชีวิต

ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนและชาติตะวันตก ทำให้ “พลังงานกลายเป็นอาวุธ” ในทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อ ต้นทุนการดำรงชีวิต (Cost of Living) ของชาวยุโรป:

  1. ราคาก๊าซพุ่งสูง: การลดอุปทานก๊าซจากรัสเซียทำให้ราคาพลังงานในตลาดค้าส่งยุโรปพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก
  2. อัตราเงินเฟ้อ (Inflation): ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นได้ส่งผ่านไปยังทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ ทั้งการผลิตอาหาร การอุตสาหกรรม และค่าสาธารณูปโภค ทำให้เกิดภาวะ เงินเฟ้อ ที่สูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
  3. ความยากจนด้านพลังงาน (Energy Poverty): ครัวเรือนจำนวนมากประสบปัญหาในการจ่ายค่าไฟฟ้าและค่าก๊าซที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดเล็กหรือประเทศที่มีการสำรองพลังงานต่ำ
  4. เศรษฐกิจถดถอย: ภาวะพลังงานราคาสูงเป็นแรงกดดันสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะ เศรษฐกิจถดถอย ในยุโรป

อนาคตที่เป็นไปได้ของพลังงานยุโรป

ในระยะยาว ยุโรปกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบพลังงานที่ พึ่งพาตนเอง และ ยั่งยืน มากขึ้น โดยมีแนวโน้มดังนี้:

  • LNG และการกระจายแหล่งที่มา: การสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรับ LNG เพิ่มขึ้น และการทำสัญญาจัดหาจากหลายประเทศ (เช่น สหรัฐฯ, กาตาร์) เพื่อลดการพึ่งพาผู้ผลิตรายใดรายหนึ่ง
  • พลังงานหมุนเวียน (Renewables): เร่งการลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมอย่างมหาศาล เพื่อเพิ่มสัดส่วนในการผลิตไฟฟ้าและลดความต้องการเชื้อเพลิงฟอสซิล
  • พลังงานนิวเคลียร์: บางประเทศ (เช่น เยอรมนี) อาจพิจารณายืดอายุการใช้งานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เดิม หรือ (ประเทศอื่น) พิจารณาการสร้างใหม่เพื่อความมั่นคงทางพลังงาน

Europe Ditches U.S. Gas — A New Global Energy War Begins

ผลกระทบจากดีมานด์ LNG ของเอเชียต่อราคาก๊าซโลก

การพึ่งพา LNG ของภูมิภาคเอเชียที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อตลาดก๊าซโลก โดยเฉพาะราคา:

  • ดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นของเอเชีย: ประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และประเทศในเอเชียใต้/ตะวันออกเฉียงใต้ กำลังเพิ่มการใช้ LNG ในการผลิตไฟฟ้าทดแทนถ่านหิน และเพื่อตอบสนองการเติบโตทางเศรษฐกิจ (เช่น การขยายตัวของศูนย์ข้อมูล AI)
  • การแข่งขันด้านราคา: ในช่วงที่มีอุปทานก๊าซโลกตึงตัว (เช่น ฤดูหนาว หรือช่วงที่มีปัญหาภูมิรัฐศาสตร์) ยุโรปและเอเชียจะกลายเป็นคู่แข่งหลักในการประมูลซื้อ LNG ในตลาดจร (Spot Market)
    • “Asia Premium” คือส่วนต่างราคาที่ตลาดเอเชียยินดีจ่ายสูงกว่าราคาในยุโรปเพื่อดึงดูดสินค้า LNG ให้มาส่งมอบในภูมิภาคตนเอง ซึ่งอาจเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อความต้องการเพิ่มขึ้น
  • ผลต่อราคาก๊าซ:ใช่ การพึ่งพา LNG ที่เพิ่มขึ้นในเอเชีย (โดยเฉพาะในช่วงที่มีความต้องการสูงสุดของฤดูหนาว) จะเป็นตัวกระตุ้นดีมานด์ที่มีต่อก๊าซ ส่งผลให้ ราคาก๊าซมีแนวโน้มที่จะสูงอย่างต่อเนื่อง หรือมีความ ผันผวนสูง ในระยะสั้นถึงกลาง อย่างไรก็ตาม:
    • อุปทานใหม่ในอนาคต: คาดว่าจะมี คลื่นลูกใหญ่ ของอุปทาน LNG ใหม่เข้าสู่ตลาดโลก (โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ และกาตาร์) ในช่วงปี 2569 เป็นต้นไป ซึ่งอาจช่วย กดดันให้ราคาลดลง และทำให้ตลาดมีความสมดุลมากขึ้นในระยะยาว
    • ปัจจัยภูมิอากาศ: ฤดูหนาวที่รุนแรงหรือไม่รุนแรงในทั้งยุโรปและเอเชีย จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาก๊าซในตลาดจรมีความผันผวนอย่างมากในแต่ละปี

การวิเคราะห์ความมั่นคงทางพลังงานในฤดูหนาว: ยุโรป, เอเชีย, และอิทธิพลภูมิอากาศ

การวิเคราะห์ครอบคลุมถึงพลวัตของตลาดพลังงานก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่เชื่อมโยงความมั่นคงทางพลังงานของยุโรปและเอเชียเข้าด้วยกัน ภายใต้แรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก


การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก (ENSO) กับอุณหภูมิฤดูหนาว

ปรากฏการณ์ เอลนีโญ (El Niño) และ ลานีญา (La Niña) (หรือ ENSO – El Niño-Southern Oscillation) ส่งผลต่อรูปแบบสภาพอากาศทั่วโลก รวมถึงอุณหภูมิในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญต่อดีมานด์พลังงาน:

ปรากฏการณ์ผลกระทบต่ออุณหภูมิฤดูหนาว (เมื่อเทียบกับสถิติย้อนหลัง)ผลต่อดีมานด์พลังงาน
เอลนีโญ (El Niño)โดยทั่วไปมีแนวโน้มทำให้ ยุโรปตะวันตก มีอุณหภูมิ สูงกว่าปกติ เล็กน้อย (อบอุ่นขึ้น)หากฤดูหนาวอบอุ่น ดีมานด์ก๊าซเพื่อทำความร้อนในยุโรปจะ ลดลง ทำให้ราคาผ่อนคลายลง
ลานีญา (La Niña)โดยทั่วไปมีแนวโน้มทำให้ เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ (เช่น จีน, เกาหลี, ญี่ปุ่น) มีความเสี่ยงที่จะมีอุณหภูมิ ต่ำกว่าปกติ (หนาวเย็นขึ้น)หากฤดูหนาวเย็นจัด ดีมานด์ก๊าซเพื่อทำความร้อนในเอเชียจะ พุ่งสูง ส่งผลให้เกิดการแข่งขันแย่งซื้อ LNG กับยุโรป

ข้อสังเกต: การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกทำให้รูปแบบสภาพอากาศมีความสุดขั้วและคาดการณ์ยากขึ้น ความผิดปกติของอุณหภูมิ (Cold Snap) ที่รุนแรงและคาดไม่ถึงในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งสามารถส่งผลให้ราคาพลังงานในตลาดโลกผันผวนอย่างรุนแรงได้ทันที


แนวทางการสร้างความร่วมมือเพื่อความมั่นคงด้านราคาพลังงาน

เนื่องจากยุโรปและเอเชียต่างต้องพึ่งพา LNG ในการเปลี่ยนผ่านพลังงานและเพื่อความมั่นคง การแข่งขันแย่งซื้อจึงเป็นความเสี่ยงที่ทำให้ราคาผันผวนสูง แนวทางความร่วมมือที่สามารถพิจารณาได้ ได้แก่:

  1. การประสานงานเชิงกลยุทธ์ด้านอุปสงค์ (Demand-Side Coordination):
    • การแบ่งปันข้อมูลสำรอง (Inventory Sharing): จัดตั้งกลไกการสื่อสารและแบ่งปันข้อมูลปริมาณสำรองก๊าซระหว่างกลุ่มประเทศผู้นำเข้าหลัก (EU และกลุ่มเอเชีย) เพื่อลดความตื่นตระหนกในการซื้อเมื่อเกิดภาวะขาดแคลนชั่วคราว
    • ข้อตกลงซื้อขายฉุกเฉิน (Emergency Swap Agreements): พัฒนาข้อตกลงแบบทวิภาคีหรือพหุภาคีสำหรับการสับเปลี่ยน (Swap) หรือการจัดส่ง LNG ให้แก่กันในช่วงที่เกิดวิกฤตความต้องการสูงสุดในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง
  2. การลงทุนร่วมกันในโครงสร้างพื้นฐาน (Joint Infrastructure Investment):
    • การเร่งลงทุนในอุปทาน LNG ใหม่: ยุโรปและเอเชียควรผลักดันการลงทุนร่วมกันในโครงการผลิตและส่งออก LNG ขนาดใหญ่ (เช่น ในสหรัฐฯ, กาตาร์) เพื่อ เพิ่มอุปทานรวมของโลก และลดความตึงตัวของตลาดในระยะยาว
    • มาตรฐานโครงสร้างพื้นฐาน: ร่วมกันกำหนดมาตรฐานและเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านก๊าซที่ยืดหยุ่น เช่น การสร้างคลังสำรองและท่าเรือแปรสภาพ LNG ที่สามารถรองรับปริมาณการนำเข้าที่หลากหลาย
  3. การส่งเสริมพลังงานสะอาดเพื่อลดการพึ่งพาก๊าซ (Decoupling Demand):
    • เป้าหมายพลังงานหมุนเวียนร่วม: ยุโรปในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีและเอเชียในฐานะตลาดที่มีการเติบโตสูง ควรเร่งพัฒนาและถ่ายโอนเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน (เช่น ระบบกักเก็บพลังงาน) เพื่อลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงสำรองสำหรับการผลิตไฟฟ้าในช่วงที่อากาศไม่เอื้ออำนวย

ความร่วมมือเช่นนี้จะช่วยให้ตลาด LNG มีความโปร่งใส, มีเสถียรภาพด้านอุปทานมากขึ้น, และบรรเทาผลกระทบด้านราคาจากการแข่งขันในช่วงฤดูหนาวที่รุนแรง และความแปรปรวนจากปรากฏการณ์ภูมิอากาศโลก (ENSO)

The truth about LNG

ความจริงด้านสิ่งแวดล้อมและความเสี่ยง

ความเสี่ยงด้านการลงทุน: อาคารและสถานี LNG มีอายุการใช้งาน 20 ปีหรือมากกว่า หากรัฐบาลทำตามคำมั่นสัญญาด้านสภาพภูมิอากาศ โครงการใหม่ที่สร้างขึ้นจำนวนมากอาจกลายเป็น ทรัพย์สินที่ไร้ค่า (Stranded Assets) และต้องปิดตัวลงก่อนที่จะทำกำไร

อุตสาหกรรม LNG มักจะอ้างว่าก๊าซธรรมชาติช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ เพราะเมื่อเผาไหม้แล้วปล่อย CO2 เพียงครึ่งหนึ่งของถ่านหิน

แต่ยังมีต้นทุนที่ซ่อนเร้นที่ยังไม่ได้นำปัจจัยระหว่างทางมาพิจารณา ซึ่งประกอบด้วย:

การใช้พลังงาน: ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเปลี่ยนเป็นของเหลว การขนส่ง และการเปลี่ยนกลับเป็นก๊าซ ล้วนใช้พลังงานและเพิ่มการปล่อย CO2

การรั่วไหลของมีเทน (Methane Leakage): นี่คือปัญหาใหญ่ที่สุด เนื่องจากก๊าซมีเทนเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีศักยภาพในการทำให้โลกร้อน สูงกว่า CO2 ถึง 80 เท่า ในช่วง 20 ปีแรก ปัจจุบันยังไม่มีการวัดค่ามีเทนที่รั่วไหลตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างครอบคลุม

ความเสี่ยงต่อเป้าหมายสภาพภูมิอากาศ: ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน LNG ขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่องนั้น ไม่สอดคล้องกับการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ และอาจทำให้ผลประโยชน์ด้านสภาพภูมิอากาศของ LNG ลดลง

การแข่งขันแย่งซื้อ LNG ในตลาดโลกกับ เอเชีย ซึ่งมีดีมานด์เติบโตอย่างต่อเนื่อง (เป็นตัวกระตุ้นให้ราคาสูง) ราคา LNG ที่พุ่งสูงขึ้นจะมีผลบวกต่อผู้ผลิตและผู้ขนส่ง แต่จะเป็นผลลบต่อผู้ที่ใช้ LNG เป็นต้นทุนหลักในการผลิต (เช่น โรงไฟฟ้าบางประเภท) ประกอบกับอิทธิพลของ ภูมิอากาศโลก (ENSO) ที่เพิ่มความไม่แน่นอนของความต้องการใช้ (เช่น ลานีญาทำให้เอเชียหนาวจัด) ส่งผลให้ ราคาก๊าซผันผวน ในระยะยาว เพื่อสร้างเสถียรภาพ สองภูมิภาคจึงควรสร้าง ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ในการจัดการอุปทานและเร่งการลงทุนใน พลังงานหมุนเวียน

คำถามสำคัญ LNG มีประโยชน์ในด้านความยืดหยุ่น ความคล่องตัว และราคาที่ค่อนข้างถูก แต่คำถามคือ LNG ดีพอที่จะใช้เป็นเชื้อเพลิงในระยะยาวหรือไม่ และ มีความจำเป็นต้องใช้มากแค่ไหนและนานเท่าใด LNG ยังคงเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิล หากเราจริงจังกับการชะลอการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสร้างอาคาร LNG ทุกแห่งจะยิ่งทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดนั้น ยากขึ้น มีหลักฐานชัดเจนว่าพลังงานหมุนเวียน (Renewables) กำลังมีราคาถูกลงและง่ายต่อการสร้างมากขึ้น ซึ่งสามารถเป็นทางเลือกที่ดีในการเข้ามาแทนที่ความต้องการก๊าซในภาคการผลิตไฟฟ้า

แนะนำหนังสือที่ทรงอิทธิพลต่อเนื้อหาดังกล่าว

1.The New Geopolitics of Natural Gas เจาะลึกตลาดก๊าซธรรมชาติที่กำลังปฏิวัติ โดยเน้นบทบาทที่เพิ่มขึ้นของ LNG โครงสร้างพื้นฐานใหม่ และผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานของโลก

2.Energy Security and Natural Gas Markets in Europe: Lessons from the EU and the United States มุ่งเน้นไปที่นโยบายความมั่นคงทางพลังงานและตลาดก๊าซธรรมชาติในยุโรป วิเคราะห์ประวัติศาสตร์การวางนโยบาย และความเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งต่างๆ เช่น วิกฤตยูเครน

3.Handbook on the Geopolitics of the Energy Transition ให้มุมมองครอบคลุมถึงผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์ของการเปลี่ยนผ่านพลังงานทั้งหมด (ไม่ได้จำกัดแค่ LNG) โดยพิจารณาว่าพลังงานหมุนเวียนจะเปลี่ยนโฉมตลาดพลังงานโลก ความมั่นคง และความขัดแย้งได้อย่างไร (มักเป็นตำราทางวิชาการ)

หากถูกใจบทความดังกล่าว สามารถกดไลค์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้กัน
ร่วมสนับสนุนการทำเนื้อหาได้ที่
SCB : ธนาคารไทยพาณิชย์
ชื่อบัญชี : HEROTHAILAND.COM บัญชี : ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี : 667-265599-4
If this piece helped you carry what you’re holding, you’re welcome to support our work here.
Recipient : HEROTHAILAND.COM
Account no : 667-265599-4
Bank: The Siam Commercial Bank PCL
(SWIFT CODE): SICOTHBK

Herothailand.com รับสั่งหนังสือต่างประเทศ สินค้าต่างประเทศ
พร้อมรับประกันการจัดส่งถึงบ้าน
ไม่ได้รับสินค้า ยินดีคืนเงินเต็ม 100%
Tel : 08-5464-1644