ข้อควรระวังหากดื่มกาแฟมากเกินไป

กาแฟและคาเฟอีนในชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน การต้องดื่มกาแฟหลายแก้วเพื่อให้เราตื่นตัวนั้นจึงเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ นั่นไม่ใช่เพียงเพราะว่าเราต้องการคาเฟอีน แต่การดื่มกาแฟยังถือเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของการทำงานอีกด้วย บวกกับความชอบดื่มกาแฟของเราโดยส่วนตัวแล้วนั้น ยิ่งทำให้เราดื่มหลายแก้วมากขึ้นซึ่งจะส่งผลเสียต่อร่างกาย

จากการวิจัยพบว่า การบริโภคคาเฟอีนที่มากเกินไป คือราว 500 – 600 มิลลิกรัม เทียบเท่ากับการดื่มกาแฟตั้งแต่ 5 แก้วขึ้นไป อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย ดังนั้นจงตระหนักถึงเรื่องนี้ก่อนที่คุณจะดื่มกาแฟแก้วถัดไป

 

จากการศึกษาของ La Trobe University of Melbourne ซึ่งเรียก คาเฟอีน ว่า”เป็นยาที่ใช้สำหรับออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่มีการใช้กันมากที่สุด” และระบุว่าการดื่มกาแฟมากกว่า 5 แก้วต่อวันสามารถทำให้เกิดส่ิงต่อไปนี้

 

…….

ศาสตราจารย์ Simon Crowe แห่ง La Trobe University  ในเมลเบิร์นได้ทำการวิจัยในปี 2011  เนื้อหาการวิจัยในปีได้รับการตีพิมพ์ใน The Daily Mail

กล่าวว่า “เรายังบอกพวกเขาด้วยว่าภายใน White nose (เสียงที่เกิดจากสัญญาณสุ่ม) นั้นมีส่วนของเพลง White Christmas และถ้าคุณได้ยินมันก็ให้กดปุ่ม

เสียง White Nose [sc_embed_player fileurl= “https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/9/98/White-noise-sound-20sec-mono-44100Hz.ogg”]

จริง ๆ แล้วเราไม่ได้มี White Christmas ใน White nose หรอก แต่พบว่าคนส่วนใหญ่ที่มีความเครียดสูงและมีระดับคาเฟอีนในเลือดสูงมักคิดว่าพวกเขาได้ยินเพลง การเสริมฤทธิ์กันของคาเฟอีนกับความเครียดมีความเป็นไปได้ทีจะส่งผลต่อประสบการณ์ส่วนบุคคลที่จะแสดงอาการทางจิตประสาท

– หากมีระดับคาเฟอีนในร่างกายสูงสามารถทำลายตับได้ โดยเฉพาะอย่างย่ิงในผู้ที่รับประทานยาลดปวดเป็นประจำ อ้างอิงจากการศึกษาของ National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases.

– คาเฟอีนทำให้ความดันสูง กระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วและหายใจแบบไม่เต็มปอด  ทำให้ต้องหายใจเร็วขึ้น  อ้างอิงจากการศึกษาในปี 2012 ของมหาวิทยาลัย Carnegie Mellon

– ระดับคาเฟอีนที่สูงจะทำให้เรากลายเป็นคนไม่มีเหตุผล ขี้หงุดหงิด เนื่องจากไปขัดขวางการส่งออกซิเจนไปที่สมอง

– คาเฟอีนทำให้นอนไม่หลับ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลในการที่ร่างกายจะกำจัดคาเฟอืน โดยคาเฟอีนมีครึ่งชีวิตอยู่ที่ 6 ชั่วโมง ดังนั้นจะใช้เวลาเฉลี่ยราว 24 ชั่วโมงที่จะกำจัดคาเฟอีนออกจากร่างกายจนหมด

–  สถาบัน John’s Hopkins รายงานว่า คาเฟอีนลดประสิทธิภาพของกระบวนการคิดและส่งผลลบต่ออารมณ์ ทางเดียวที่จะแก้ปัญหาดังกล่าวได้ก็คือการดื่มคาเฟอีนเข้าไปและเมื่อใดก็ตามที่คุณดื่มคาเฟอีน คุณก็จะรู้สึกสดชื่นขึ้น

– เมื่อคาเฟอีนหมดฤทธิ์แล้วอาจทำให้คุณมีอาการปวดหัวได้ ตามรายงานของ American Heart Association คาเฟอีนจะหมดฤทธิ์ราว 12 – 24 ชั่วโมงหลังจากคุณดื่ม จากนั้นคุณจะรู้สึกหมดแรง ไม่กระชับกระเฉงแล้วยังรู้สึกปวดหัวได้อีกด้วย นอกจานี้แล้วอาจทำให้คุณมีอาการซึมเศร้า ง่วง สลึมสลือ ได้เหมือนกัน

– University of British Columbia ได้ทำการศึกษาในหนูทดลองจำนวน 40 ตัว โดยการให้สารแอมเฟตามีนและคาเฟอีน ผลที่ได้ก็คือ แอมเฟตามีนทำให้หนูที่ไม่ค่อยกระฉับเฉงกลายเป็นหนูที่ตื่นตัวได้ ส่วนหนูที่ตื่นตัวอยู่แล้วกลับเฉื่อยชาลง  ในทางกลับกัน ในหนูกลุ่มที่ได้รับคาเฟอีนไม่มีผลให้เกิดความตื่นตัวทั้งในหนูที่กระฉับเฉงและหนูที่เฉื่อยชา

– คาเฟอีนเพ่ิมความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน ดังนั้นร่างกายของคุณควรได้รับแคลเซียมและวิตามิน D อย่างพอเพียง

จากการศึกษาของ Oregon State University พบว่า คุณจำกัดการดื่มกาแฟให้อยู่ที่วันละ 3 แล้วเป็นอย่างมาก เพื่อให้ร่างกายได้รับคาเฟอีนโดยเฉลี่ย 300 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุนและการกระดูกหักที่มีสาเหตุมาจากการที่กระดูกพรุนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุ

– University of Alabama ได้ทำการศึกษาพบว่า การดื่มคาเฟอีนอาจนำไปสู่อาการปัสสาวะเล็ดทั้งในหญิงและชาย


 

.........................................
ร่วมสนับสนุนการทำเนื้อหาได้ที่
SCB : ธนาคารไทยพาณิชย์
ชื่อบัญชี : HEROTHAILAND.COM บัญชี : ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี : 667-265599-4