คนจะเป็นมหาเศรษฐีทำยังไง


รอยเตอร์ได้รายงานว่า ในปี 2009 มีมหาเศรษฐีในสหรัฐฯ จำนวน 7.8 ล้านคน

ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่ามีมหาเศรษฐีอยู่ใกล้บ้านคุณ แต่เชื่อไหมว่าเพื่อนบ้านที่เป็นมหาเศรษฐี ดูยังไง ยังไง ก็ไม่เห็นเหมือนมหาเศรษฐี คือกลุ่มคนที่เป็นมหาเศรษฐีแล้วมีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องการเงินจะไม่แต่งตัวหรือใช้ชีวิตให้ดูโดดเด่นอะไรเลย

อย่างแรก คนเหล่านี้มักจะใช้จ่ายเงินน้อยกว่าที่พวกเขาหามาได้ ในความเป็นจริง วิถีปฏิบัติของของพวกเขาก็คือ ในระยะยาวแล้ว คุณจะมีชีวิตความเป็นอยู่ทีดีกว่าถ้าหากคุณพยายามที่จะเป็นคนรวยโนเนมมากกว่าที่จะแกล้งจน

ประการที่สอง คนเหล่านี้รู้ว่าความอดทน การหักห้ามใจนั้น เป็นสิ่งที่ดี จริงอยู่ที่ว่าคุณอาจจะไม่ได้กลายเป็นมหาเศรษฐีภายในชั่วข้ามคืน แต่ถ้าคุณเป็นเหมือนกับพวกเขา โดยการเพียรพยายามเก็บเล็กผสมน้อยค่อย ๆ เก็บเงินไปในช่วงเวลาหลาย ๆ ปี

ประการที่สาม เมื่อคุณได้เห็นบ้านหลังพอประมาณขนาดสามห้องนอนสองห้องน้ำ ดื่มกาแฟที่เหมาะสมไม่จำเป็นต้อง Starbucks เสมอไป ใช้รถยนต์ที่สมฐานะบางคนใช้รถเก่าอายุ 10 ปี และถ้าคุณจะบอกว่าสิ่งที่พวกเขาเป็นดูมันบ้านๆ เหลือเกิน ไม่เห็นเหมือนคนมีเงิน ลองถามคำดูว่าเขาใส่ใจเรื่องนี้ไหม ตอบได้เลยว่า ไม่ !

ประการที่สี่ พวกเขาชำระค่าบัตรเครดิตในจำนวนเต็มวงเงินที่ใช้ไปทุกเดือน พวกเขาฉลาดพอที่จะรู้ว่า หากไม่สามารถหาเงินสดมาซื้อของได้ พวกเขาก็แค่ไม่ได้มันมาใช้ ก็เท่านั้น

ประการที่ห้า พวกเขาตระหนักดีว่า เงินไม่สามารถซื้อความสุขได้ ถ้าหากคุณมีเป้าหมายสูงสุดในชีวิตคือพระนิพพาน คุณก็ต้องมุ่งไปที่การสร้างอิสระภาพทางการเงิน

ประการที่หก พวกเขาไม่เคยลืมเรื่องอิสระภาพทางการเงินว่าเป็นภาวะที่ไม่มีภาระดอกเบี้ย และเหนือสิ่งอื่นใดอิสระภาพทางการเงินจะอิงกับระดับรายได้ที่คุณมี

ประการที่เจ็ด พวกเขารู้ดีว่าการหาอาชีพเสริมนั้น ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มจำนวนเงินในบัญชีธนาคารแต่ยังทำให้คุณยุ่ง ซึ่งเวลาที่พวกเขายุ่งนั้นก็จะไม่มีเวลาไปใช้เงินที่ไหนได้

ประการที่แปด พวกเขาเข้าใจดีว่าเงินก็เป็นเหมือนกับเด็กที่กำลังหัดเดิน ไม่สามารถจัดการตัวเองได้ นั่นหมายถึงว่า คุณไม่อาจคาดหวังให้เงินของคุณโตวันโตคืนและแข็งแรงได้เองโดยปราศจากการจัดการเงินที่มีประสิทธิภาพ

ประการที่เก้า ถึงแม้ว่าอาจจะต้องยอมลำบากเพื่อที่จะแสวงหาความร่ำรวย ต้องทำในสิ่งที่ไม่ได้ชอบมันมากนัก แต่พวกเขาก็จะถามว่า แล้วคุณจะต้องใส่ใจตรงนั้นมากมายเลยหรือไร เมื่อชีวิตนี้มันช่างสั้นนัก

ประการที่สิบ พวกเขารู้ดีว่าการล้มเหลวที่จะวางแผนก็เป็นอย่างเดียวกันกับการมีแผนที่ล้มเหลว และพวกเขายังรู้ด้วยว่ามีมหาเศรษฐีเพียงสองสามรายที่ไปถึงเป้าหมายที่วางไว้โดยไม่มีการวางแผนซึ่งมันก็แค่โชคช่วย เพียงแค่บอกว่าคุณต้องการเป็นอิสระทางการเงิน เท่านั้นยังไม่พอ

ประการที่สิบเอ็ด พวกเขารู้ดีว่ามีอะไรก็เกิดขึ้นได้ ถ้าหากคุณไม่ทำประกันตัวเองท่ามกลางความเสี่ยง การล้มละลายอาจเกิดขึ้นได้จากสาเหตุมากมายที่อยู่รอบตัวเรา จากหลายสาเหตุ อย่างเช่นการเสียชีวิตของผู้หารายได้หลักของครอบครัว การหย่าร้าง หรือความทุพพลภาพที่ทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างเคย

ประการที่สิบสอง พวกเข้าเข้าใจดีว่าเวลาเป็นมิตรกับวัยเยาว์ พวกเขาโชคดีพอที่จะเริ่มต้นเก็บเงินในช่วงยี่สิบปีแรกดังนั้นพวกเขาจึงสามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากพละกำลังของเงินลงทุนที่เก็บหอมรอมริบมา

ประการที่สิบสาม คุณอาจใช้การหักบัญชีอัติโนมัติเพื่อสำรองเงินในวัยเกษียณหรือเก็บเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์ธนาคาร เมื่อเงินเดือนของคุณเพิ่มขึ้นคุณสามารถเพิ่มขนาดของการออมทรัพย์ได้โดยไม่ถึงขั้นต้องเดือดร้อน

ลองพิจารณานำไปปฏิบัติดูนะครับ ท่านมหาเศรษฐีทั้งหลาย….(ในอนาคตอันใกล้ )

.........................................
ร่วมสนับสนุนการทำเนื้อหาได้ที่
SCB : ธนาคารไทยพาณิชย์
ชื่อบัญชี : HEROTHAILAND.COM บัญชี : ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี : 667-265599-4