คนฉลาดอ่านหนังสือมากเกินไป

books
Photo by freddie marriage on Unsplash

นิค วิกนอลล์ นักจิตวิทยารวมทั้งยังเป็นนักเขียน ได้พูดถึงเรื่องของการเลือกอ่านหนังสือไว้อย่างน่าสนใจทีเดียวครับ

นิคบอกว่า คนฉลาดอ่านหนังสือมากเกินไปซึ่งอาจจะฟังดูขัดกับความรู้สึกอยู่สักหน่อย แต่ลองดูเหตุผลของเขาก่อน…

……… >>>

เขาบอกว่าหนังสือส่วนใหญ่ 90% ที่มีอยู่ จะเป็นพวกน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรงเสียมากกว่า ไม่คุ้มกับการที่เราจะมาเสียเวลาอ่าน

การอ่านถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดและก่อประโยชน์ให้เรา ไม่ว่าจะอายุเท่าใดหรืออยู่ในบริบทไหนก็ตาม แต่มันก็เหมือนกับการตัดสินใจในชีวิตนั่นแหละ เราไม่สามารถบอกได้ถึงประโยชน์ที่แท้จริงโดยไม่พิจารณาถึงด้านลบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของ “ต้นทุนโอกาส”

ต้นทุนโอกาสของการอ่านหนังสือที่เราเลือกนั้น ก็คือเทียบกับการที่เราเอาเวลาและพลังงานไปทำอย่างอื่นนอกเหนือไปจากการอ่านหนังสือเล่มนั้น

หรือแม้กระทั่งว่า….การเลือกอ่านหนังสือเล่มที่ดีกว่าเล่มดังกล่าว

……

คนฉลาดส่วนมากติดอยู่ในกับดักของการอ่านหนังสือไปเสียทุกเล่ม อ่านให้เยอะ รวมทั้งเชื่อว่าการใช้เวลาและพลังงานไปกับการอ่านเป็นสิ่งที่คุ้มค่ากับสิ่งที่สูญเสียไป

เนื่องจากพวกเขาฉลาดและมักจะอ่านหนังสือเยอะ การอ่านจึงกลายเป็นนิสัย แต่สิ่งที่เราเรียกว่านิสัยนั้นมักจะกลายเป็นความไม่ใส่ใจ ไม่ได้ไปซีเรียสอะไรกับมันมากนัก

รูปแบบของหนังสือนั้นมีอะไรมากมายที่ไม่มีสาระสอดแทรกอยู่ในนั้น และที่น่าประหลาดใจคือมันทำให้เราเสียเวลาและพลังงานอันมีค่าไปกับการบุกป่าฝ่าดงตัวอักษรของเรื่องไร้สาระนั่น

…….

ทุกวันนี้หนังสือหลายเล่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือในกลุ่มพัฒนาตัวเอง หนังสือการทำธุรกิจ มักอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวและเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอยู่มากมายซึ่งไม่ได้สร้างคุณค่าที่แท้จริงสักเท่าใด และเมื่อเป็นเช่นนั้น เราจึงจบลงด้วยการอ่านหนังสือจำนวน 300 หน้าที่ซึ่งแก่นความคิดที่พอจะนำไปใช้ได้จริงมีอยู่ราว ๆ 30 หน้า หรืออาจจะน้อยที่สุดเพียงแค่ 3 หน้า ก็ได้

ต่อให้เราเป็นคนที่อ่านหนังสือได้เร็วแต่อย่างน้อยมันก็ต้องใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงสำหรับการอ่านหนังสือความหนา 300 หน้า อยู่ดี แล้วในที่สุดสิ่งที่เราได้ก็คือแนวความคิดที่น่าสนใจราวหนึ่งถึงสองแนวคิดที่เป็นประโยชน์ นั่นหมายถึงการไร้ประสิทธิภาพหากเราต้องใช้เวลาและพลังงานไปกับมันเมื่อเทียบกับต้นทุนโอกาสที่เสียไป

girl selects books to read
Photo by Giulia Bertelli on Unsplash

แล้วแบบไหนถึงจะดีล่ะ ?

แน่นอนว่าขณะเดียวกันก็มีหลายหนทางที่จะกลายเป็นผู้อ่านที่มีประสิทธิภาพ สิ่งที่เรามักจะมองข้ามไปก็คือการฟังการสัมภาษณณ์ผ่าน podcast  เพื่อกรองหากสาระที่แท้จริงในหนังสือและค้นหาเล่มที่ควรค่ากับเวลาและพลังงานของเราจริง ๆ มาสักเล่ม

ทำไมการฟังสัมภาษณ์ผ่าน podcast ถึงคิดว่าเป็นสิ่งที่มีคุณภาพมากที่สุดสำหรับใช้ในการคัดกรองหนังสือที่ดีสักเล่ม

แบบแรก หนังสือแย่ ๆ ซึ่งคิดเป็น 90% ของหนังสือทั้งหมด ซึ่งโชคดีที่หนังสือแบบนั้นค่อนข้างดูออกได้ง่าย ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาเลือกมาอ่าน

แบบที่สอง หนังสือที่ค่อนข้างจะดี  คิดเป็นอย่างน้อย ๆ ก็ 90% จากในส่วน 10% ของหนังสือดีที่เหลืออยู่ หนังสือเหล่านี้จะมีแนวคิดที่น่าสนใจแต่ก็ใช่ว่าหนังสือทั้งหมดที่เหลือจะควรค่าแก่การเสียเวลาและพลังงานไปสี่ห้าชั่วโมงในการอ่านให้จบเล่ม

แบบสุดท้าย หนังสือที่ดีมาก หนังสือกลุ่มนี้คือ 1% หรืออาจจะน้อยมากจนคิดเป็น 0.1% ของหนังสือทั้งหมดในตลาด นี่คือเพชรเม็ดงามที่จะหยิบยื่นสติปัญญาและความเข้าใจให้เรา คุ้มค่ากับเวลาและพลังงานที่เสียไป

……

Photo by Juja Han

ซึ่งเมื่อแยกกลุ่มหนังสือได้ดังนี้ เราก็ไม่ควรที่จะเสียเวลาไปกับหนังสือในสองแบบแรก แต่ปัญหาก็คือ พวกเราส่วนใหญ่ยังคงต้องการเข้าถึงแนวคิดที่น่าสนใจสองสามอย่างของหนังสือในแบบที่สองโดยไม่จำเป็นต้องทุ่มเวลาและพลังงานให้กับการอ่านหนังสือดังกล่าว

ดังนั้นการฟังสัมภาษณ์ podcast จึงเป็นสิ่งที่จะตอบโจทย์ได้ดี โดยเฉลี่ยแล้ว podcast จะมีความยาวอยู่ระหว่าง 30-60 นาที

ถ้าหากเราเลือกฟัง podcast ที่ดี ๆ คือผู้ออกอากาศมีเนื้อหา มีข้อมูลแน่น ได้อ่านหนังสือเล่มนั้น ๆ มาแล้ว ก็จะสรุปส่วนที่น่าสนใจของหนังสืออกกมาได้ครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟังด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นจากปกติสัก 1.5 เท่า ก็จะช่วยให้เราสกัดเอาเนื้อหาสองสามอย่างที่น่าสนใจจากหนังสือได้ภายในไม่กี่นาที ทำให้เรายังมีเวลาเหลือในการอ่านหนังสือดีเล่มอื่น ๆ ได้อีก

ดังนั้นจะดีกว่าหากเราสามารถหา podcast ดี ๆ ฟังและลดเวลาอ่านหนังสือที่ไม่ได้มีเนื้อหาอะไรที่คุ้มค่ากับเวลาและพลังงานที่เสียไป…

สรุปส่งท้าย เขาตั้งคำถามว่า

เราต้องการใช้เวลาและพลังงานอันมีค่าเพื่อที่จะอ่านหนังสืออะไรก็ได้ยกเว้นหนังสือที่ดีมาก ๆ กระนั้นหรือ ?

ร้านหนังสือตามสั่ง รับสั่งหนังสือต่างประเทศและสินค้าจากทั่วโลก ส่งถึงบ้านต่างจังหวัด Tel : 08-5464-1644 | line id : @herothailand.com