กดฟังบทความ

ในปี 1900  หัวเมืองใหญ่ที่สุดของโลก 12 แห่งกระจายตัวอยู่ในอเมริกาเหนือและยุโรป จากนั้นอีก 100 ปี ต่อมา จำนวนดังกล่าวได้ลดลงเหลือเพียงแค่ 2 แห่ง

เมืองขนาดใหญ่ซึ่งเราจะเรียกว่ามหานครนั้น ในอนาคตจะเกิดขึ้นในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่อย่างเอเชียหรืออาฟริกา ซึ่งมหานครเหล่านั้นส่วนมากแล้วตั้งอยู่ในจีน อินเดียและไนจีเรีย ลำพังแค่มหานครในสามประเทศนี้มีประชากรรวมกันคิดเป็น 37% ของประชากรเมืองทั่วโลก มันเป็นตัวเลขที่แทบไม่น่าเชื่อเลย

ยกตัวอย่างเช่น กรุงเลกอส เมืองหลวงของไนจีเรียและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของไนจีเรีย ประชากรในเมืองนี้เพิ่มขึ้นทุกปี เทียบได้กับเอาประชากรในเมืองบอสตันเติมเข้าไปในเมืองเลกอสทุกปี ทุกปี !

Google Earth Timelapse: Urban Expansion Around The World


สำหรับประเทศที่พัฒนาแล้วอัตราการเป็นเมืองในสหรัฐฯ และญี่ปุ่นอยู่ในอัตราสูงกว่า 70%  ขณะที่จีนยังอยู่ที่ 50% ดังนั้นจีนจะมีเมืองใหญ่ ๆ เพิ่มขึ้นได้อีกจำนวนมาก แล้วเมืองเหล่านั้นก็จะขยายตัวออกไปกลายเป็นเมืองที่ใหญ่ขึ้น เศรษฐกิจก็จะสามารถเติบโตไปได้อีกในช่วง 50 ปีนับจากนี้ ด้วยอัตราการเติบโตที่ไม่น่าเชื่อเช่นนี้ ทำให้การจัดการเมืองใหญ่เป็นเรื่องที่ท้าทายและค่อนข้างยากทีเดียว

…. ……

ปัญหาต่าง ๆ ที่เมืองใหญ่ต้องเผชิญก็คือปัญหาเดียวกันกับที่เราทุกคนต้องเจอ ไม่ว่าจะเป็นการเมือง ธรรมาภิบาล การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เศรษฐกิจ ความไม่เท่าเทียม ผลิตภาพ การเติบโตทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน การศึกษา  การขนส่ง

เมืองหนึ่งที่กำลังต่อสู้กับปัญหาเหล่านี้ก็คือ ริโอ เดอ จาเนโร ในบราซิล….
ที่ริโอนั้น เฉพาะพื้นที่ชั้นในก็แออัดไปด้วยประชากรราว 12 ล้านคน มันเป็นเมืองที่สวยและมีชีวิตชีวาแต่ก็มีปัญหาหลายอย่างด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น อาชญากรรม ความไม่เท่าเทียม ความยากจน ริโอ ก็คล้ายกันกับมหานครหรือเมืองใหญ่ทั่วโลก โดยเมืองที่อยู่ติดกันกับเมืองริโอนั้น ผู้คนเริ่มมีฐานะดีขึ้น หากแต่ไกลออกไปส่วนอื่นที่เหลือยังคงยากจนและขาดโอกาส
นั่นคือเหตุผลที่ผู้คนต่างหลั่งไหลกันเข้ามาหางานและโอกาสในเมือง

…. ….. ……

We Spent A Day In The Largest Slum In India | THE VOICELESS #8

เมืองทำให้ผู้คนมาอยู่ใกล้กันทำให้พวกเขาได้มีปฏิสัมพันธ์กับมุมมองที่หลากหลาย ก่อให้เกิดนวัตกรรมต่าง ๆ มากมาย เมืองจึงเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรม เป็นศูนย์กลางของการเติบโตทางเศรษฐกิจรวมถึงเป็นเครื่องยนต์ผลักดันการเติบโตของประเเทศ

แต่เมื่อเมืองมีการเติบโตอย่างรวดเร็วโดยไม่มีการวางแผน ผลก็คือถนนที่แออัดไปด้วยรถรา มลพิษทางอากาศและโครงสร้างพื้นฐานที่ผุพัง เมืองที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว จะทำทางเท้าแบบไหน วางระบบท่อระบายน้ำเสียอย่างไร โรงเรียน ระบบขนส่งมวลชน เพื่อตอบสนองต่อประชากรที่เพิ่มขึ้น

ยกตัวอย่างระบบขนส่งมวลชน หากระบบขนส่งมวลชนของเมืองไม่มีประสิทธิภาพ นั่นหมายความว่าประชากรเมืองที่อยู่ชั้นนอกก็จะเข้ามาในตัวเมืองชั้นในได้ลำบาก ด้วยการเดินทางที่ต้องเจอกับการจราจรที่แออัดหรือรถสาธารณะไม่เพียงพอได้เบียดบังเวลาในชีวิตประจำวันออกไปค่อนข้างมาก ทำให้การใช้ประโยชน์ของเมืองถูกจำกัดขอบเขตของประชากรแต่ละกลุ่ม ซึ่งโดยมากแล้วกลุ่มที่มีฐานะดีจะอาศัยอยู่แถบใจกลางเมือง ส่วนประชากรกลุ่มผู้มีรายได้น้อยก็จะอาศัยอยู่บริเวณรอบนอก

การขยายตัวอย่างรวดเร็วของเมือง ทำให้ที่ดินและราคาที่อยู่อาศัยพุ่งสูงขึ้น ผลพวงของการขยายตัวอย่างรวดเร็วโดยปราศจากแผนการรองรับทำให้เกิดที่อยู่อาศัยที่เรียกว่าชุมชนแออัด ล่าสุดมีการประเมินว่ามีคนจำนวน 863 ล้านคนอาศัยอยู่ในชุมชนแออัด ในจำนวนนี้ 104 ล้านคนกระจายอยู่ตามชุมชนแออัดในอินเดีย หากยึดตามจำนวนประชากรก็เทียบได้กับประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 13 ของโลก

Inside Favelas: Millions Living In Poverty Amid Covid Crisis In Brazil

หากเราเข้าไปที่ชุมชนแออัดในกรุงริโอ เดอ จาเนโร การอยู่ในชุมชนแออัด หมายความว่าพวกเขาก็จะต้องสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานขึ้นมาใช้กันเอง น้ำ ไฟ โรงเรียน พึ่งพากันในชุมชนเป็นหลัก แต่แน่นอนว่ามันย่อมไม่สะดวกสบายและตอบโจทย์คุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐานได้มากนัก ดังนั้นหากมีการวางผังเมืองที่เหมาะสมก็จะช่วยให้เกิดการกระจายประชากรเมืองที่ไม่กระจุกตัวอยู่แค่บางพื้นที่ ช่วยกระจายรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ และการขยายตัวของเมืองก็เป็นไปอย่างสมดุล ทำให้ประชากรเมืองมีเวลาในแต่ละวันมากขึ้นไปกับการพักผ่อนหย่อนใจในสวนสาธารณะ หรือมีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้นแทนที่จะอยู่กลางถนน กลับบ้านมืดค่ำและรีบตื่นแต่เช้าเพื่อออกไปทำงานก่อนการจราจรจะติดขัด

Advertisement / พื้นที่โฆษณา
ติดกล้องวงจรปิดด้วยตัวเอง ไม่อยู่บ้าน ระวังฟืนไฟ ขโมย ดูสัตว์เลี้ยง
5MP Security Protection Wireless 4G SIM Card Camera Outdoor PTZ WIFI Video

………………..

ตามรายงานของสหประชาชาติ ภายในปี 2050 สองในสามของประชากรโลกจะหลั่งไหลเข้ามาอยู่ในตัวเมือง ละทิ้งชนบทไว้เบื้องหลัง

………………….

คนจำนวนมากพากันหลั่งไหลเข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองกว่าที่เคยเป็น หลายเมืองใหญ่ของโลกกำลังหาวิธีรับมือกับประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

…. ….. ….

Dive into the belly of Africa’s most populated city : Lagos Nigeria – overcrowded mega-city markets

ที่กรุงเลกอส ประเทศไนจีเรีย ซึ่งตั้งอยู่ชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในโลกที่ไม่มีระบบขนส่งรางในเมือง หมายความว่าทุกคนที่นี่ต้องเดินทางด้วยถนนเพียงอย่างเดียว พนักงานออฟฟิศคนหนึ่งบอกว่า “การเดินทางของเขาในแต่ละวันกินเวลาในชีวิตไปค่อนข้างมาก เขาต้องตื่นนอนตอนตีสาม ตีสามครึ่ง ราว ๆ นี้ ไม่ได้ทานมื้อเช้าเพราะเดี๋ยวจะสาย”

ตอนตีสี่เขาใช้เวลาขับรถไปถึงที่ทำงานห้านาทีแล้วก็งีบหลับในรถรอเวลาเข้างาน แต่ถ้าเขาตื่นสายและต้องออกบ้านไปทำงานในชั่วโมงเร่งด่วน มีการจราจรติดขัด ต้องใช้เวลานาน 6-7 ชั่วโมง ต่อวัน !!  ขาไปสามชั่วโมง ขากลับอีกสามชั่วโมง !!”

เขายอมตื่นเช้าขึ้นเพื่อที่จะไม่ต้องเสียเวลาเปล่าวันละ 7 ชั่วโมง และไม่อยากเสียเวลาทั้งชีวิตไปกับสิ่งนี้ด้วย

ช่วงสามปีที่ผ่านมา ประชากรของเมืองเลกอสเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า จากเดิม 11 ล้านคนเป็น 21 ล้านคน ส่งผลให้สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของเมืองไม่เพียงพอ

กรุงเลกอสติดอันดับ 5 เมืองที่ไม่น่าอยู่มากที่สุดในโลก และถึงแม้ว่าเมืองนี้มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าประเทศเคนยา แต่เพียงแค่การเดินทางไปที่โต๊ะทำงานก็เป็นการทดสอบประจำวันสำหรับคนทำงานนับหลายล้านคน

ในทุก ๆ วัน จะมีผู้คนอพยพเข้ามาตั้งรกรากทำงานในกรุงเลกอสราว 2,000 คน ซึ่งยิ่งทำให้สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของเมืองด้อยประสิทธิภาพลงไปอีก เมืองขยายตัวจากผืนดินลงไปในทะเลสาบ ซึ่งจะเป็นเขตชุมชนแออัดมาโคโค makoko ซึ่งเป็นชุมชนแออัดที่ลอยน้ำอยู่ในทะเลสาบของเมือง ผู้คนจำนวน 80,000 คน อาศัยอยู่ที่นี่  

LOST inside World’s Biggest FLOATING SLUM : MAKOKO – 4k immersive Travel Africa

…. …..

ณ วันนี้ มีประชากรวัยทำงานราว 85 ล้านคนในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ซึ่งมีอายุอยู่ในช่วง 18-25  ปี ที่ยังว่างงาน หากต้องการแก้ปัญหาเรื่องความไม่เท่าเทียมกันด้านรายได้ อย่างแรกเลย เราต้องทำให้พวกเขามีรายได้ นอกจากนั้นแล้วต้องทำให้พวกเขาเข้าถึงการศึกษาและบริการด้านสุขภาพที่ดีขึ้น ส่งเสริมการเลื่อนฐานะทางสังคม

แอฟริกาใต้เป็นหนึ่งในหลายประเทศที่มีความไม่เท่าเทียมกันมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ที่แอฟริกาใต้มีพนักงานรักษาความปลอดภัยส่วนตัวมากกว่าตำรวจเสียอีก พวกเขาทำหน้าที่คอยตรวจตราควบคุมประตูเมืองย่านชานเมืองซึ่งจะเป็นรอยต่อของที่อยู่อาศัยระหว่างคนรวยกับผู้มีรายได้น้อย นี่คือตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของสังคมในเรื่องความไม่เท่าเทียม

Private Security in South Africa Comes at a Cost

CSS tactical เป็นบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนที่มีสำนักงานตั้งอยู่ในเมืองโจฮันเนสเบิร์ก มีพนักงาน 750 คน มีการให้บริการรักษาความปลอดภัยหลายแบบ เช่นกองกำลังติดอาวุธ สำหรับผู้ที่อยากมีกองกำลังเชิงรุก ไม่ได้เป็นเพียงการจอดรถสังเกตการณ์อยู่ใต้ต้นไม้เพื่อรอคำสั่ง แต่พวกเขาแสดงตัวให้เห็น โดยการออกตรวจตราในพื้นที่รับผิดชอบ ขับรถลาดตระเวนดูตามท้องถนน นอกจากนั้นแล้วยังมีซอฟท์แวร์ที่สามารถแจ้งเตือนเมื่อพบพฤติกรรมต้องสงสัย

ความกลัวอาชญากรรมแผ่ไปทั่วโจฮันเนสเบิร์ก  ในปีที่ผ่านมามีคดีลักทรัพย์เกิดขึ้นมากกว่า 21,000 คดี โจฮันเนสเบิร์กเป็นเมืองหลวงทางด้านการเงิน ดังนั้นจึงมีความมั่งคั่งหรือคนรวยกระจุกตัวกันมากกว่า มีข้าวของให้ขโมยมากกว่า นั่นคือความแตกต่างระหว่างคนมีกับไม่มีอย่างมาก ๆ  

…. ….. ….

Advertisement / พื้นที่โฆษณา
ติดกล้องวงจรปิดด้วยตัวเอง ไม่อยู่บ้าน ระวังฟืนไฟ ขโมย ดูสัตว์เลี้ยง
5MP Security Protection Wireless 4G SIM Card Camera Outdoor PTZ WIFI Video Surveillance Onvif IR Night Vision 30M 2.5inch Camhi


ผู้คนส่วนใหญ่อพยพจากภาคเกษตรกรรมมาหางานทำในเมือง หรือย้ายเข้ามาเพื่อศึกษาต่อ จบแล้วหางานทำ หากเราไม่มีการจัดการที่ดี ไม่มีการวางผังเมืองที่ดี เราก็กำลังจะทำให้เกิดการอพยพหลายครั้งหลายหน ซึ่งเป็นการทำลายโครงสร้างของเมืองและโครงสร้างทางสังคมด้วยเช่นกัน เพราะหากผู้คนต้องทำงานแต่กลับไปหาครอบครัวได้ลำบาก พ่อแม่ลูกก็ต้องอยู่คนละทิศละทาง หรือการเดินทางเข้ามาทำงานในเมืองนั้นใช้เวลานาน มีค่าใช้จ่ายหลายทอด ค่าเช่าที่พักในเมืองก็แพงไม่พอกับรายได้ ก็จะเกิดชุมชนแออัด เกิดปัญหาทางสุขภาพอนามัย ความไม่เท่าเทียมขยายห่างออกมากขึ้น ปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติดและปัญหาเหล่านี้ก็จะส่งผลวกกลับมาหาประชากรเมืองทุกคน

Photo by Alfarnas Solkar on Unsplash
.........................................
หากถูกใจบทความดังกล่าว สามารถกดไลค์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้กันได้นะครับ
ร่วมสนับสนุนการทำเนื้อหาได้ที่
SCB : ธนาคารไทยพาณิชย์
ชื่อบัญชี : HEROTHAILAND.COM บัญชี : ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี : 667-265599-4