จะอ่านหนังสือให้มากขึ้นได้อย่างไร

งานเขียนชิ้นนี้อ้างอิงจากบทความของ Ryan Holiday

 

การที่คุณอ่านหนังสือเป็นจำนวนมากนั้นมักเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้คนอื่นเข้าใจว่าคุณเป็นคนอ่านหนังสือได้เร็ว  ผมได้รับอีเมล์ทำนองนี้เป็นประจำ พวกเขาต้องการรู้ว่ามีเคล็ดลับอะไรให้อ่านหนังสือได้เร็ว พวกเขาเห็นหนังสือทั้งหมดที่ผมแนะนำให้อ่านในทุก ๆ เดือน ในจดหมายข่าวที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการอ่านและเชื่อว่าผมต้องมีความลับบางอย่าง ดังนั้นพวกเขาจึงขอร้องให้สอนวิธีการที่ทำให้อ่านหนังสือให้เร็วได้อย่างไร

และเมื่อผมบอกว่าผมไม่ได้มีความลับอะไร ถึงแม้ว่าผมจะอ่านหนังสือถึงปีละหลายร้อยเล่ม ในความเป็นจริง ผมเป็นคนอ่านหนังสือค่อนข้างช้าเสียด้วยซ้ำ เป็นคนที่อ่านอย่างพินิจพิเคราะห์ช้า  ๆ เพื่อที่จะสามารถจดโน๊ตย่อได้ (และเมื่ออ่านหนังสือเล่มนั้นจบ ผมก็จะย้อนกลับไปอ่านและสรุปความของโน๊ตย่อเหล่านั้นในรูปแบบของหนังสือสรุปความของผมเอง)

 

แล้วผมไปหาเวลามาจากไหน ?  ( เป็นคำถามที่ดีสำหรับผู้เริ่มต้น )

ลองนึกดูสิ ที่ไหนที่คุณมีเวลาในการกินอาหารสามมื้อต่อวัน?  คุณมีเวลาเท่าไหร่ในการนอน? คุณจัดการเวลาที่ใช้ไปกับลูก ๆ หรือภรรยาหรือว่าแฟน อย่างไร ?

คุณไม่ได้มีเวลาไปเสียทุกที่ ใช่หรือไม่ ? คุณเพียงแต่ทำสิ่งนั้นเพราะมันเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ   มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ไม่สามารถต่อรองได้

ผมคิดว่ามันมีอุปสรรคใหญ่ๆ อยู่ สามสิ่งที่รั้งผู้คนไว้ไม่ให้ทำสิ่งนี้และผมต้องการสลายมันออกไปเพื่อที่คุณสามารถเริ่มเดินไปบนหนทางการอ่าน …อ่านได้มากขึ้น

 

เวลา :

 

สำหรับการอ่านหนังสือให้ได้จำนวนมากนั้น ต้องเริ่มต้นจากการมองเห็นว่าการอ่านเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งในชีวิตประจำวัน เป็นเหมือนกับการกินอาหารและการหายใจตามธรรมชาติสำหรับคุณ ไม่ใช่ทำเพียงเพราะว่าคุณชอบอ่าน การอ่านโดยพื้นฐานแล้วเป็นการสะท้อนตัวคุณออกมา

พกหนังสือติดตัวไปด้วยตลอดเวลา ทุกครั้งที่คุณมีเวลาสักวินาทีให้เปิดอ่านมัน อย่าติดตั้งเกมส์บนมือถือ เพราะนี่เป็นเวลาที่คุณสามารถอ่านได้ เมื่อไหร่ที่คุณอยู่บนรถไฟ ในห้องรับแขก ที่ทำงาน จงอ่านมัน มันได้ผล เป็นกิจกรรมที่สำคัญจริง ๆ อย่าปล่อยให้ใครก็ตามทำให้คุณรู้สึกว่ามันไม่ใช่

คุณรู้หรือไม่ว่าคุณใช้เวลาไปอย่างฟุ่มเฟือยในช่วงระหว่างวันเท่าไหร่ ?  ไม่ว่าจะเป็นการประชุม การพบปะ ดูทีวีที่คุณไม่ได้ตั้งใจจะดูมันจริง ๆ แค่ดูผ่าน ๆ  มันจะดีไหมถ้าหากคุณทำให้เวลาเหล่านั้นสามารถอ่านหนังสือได้ (หรืออาจดีกว่า เพียงแต่สลับเวลาของกิจกรรมดังกล่าวมาเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวกับหนังสือ)

 

เงิน  :

 

ลืมเรื่องเงินไปให้หมดเมื่อเราพูดถึงหนังสือ การอ่านไม่ใช่เรื่องของความหรูหรา หนังสือไม่ใช่สิ่งที่คุณซื้อหาเพื่อความสุขสบาย แต่มันเป็นสิ่งจำเป็น !

Erasmus นักปราชญ์ในสมัยศตวรรษที่ 16 เคยกล่าวไว้ว่า   ” เมื่อฉันได้รับเงินเล็กน้อยฉันจะนำเงินนั้นไปซื้อหนังสือและถ้าหากมีเงินเหลือจากนั้นก็จะนำเงินดังกล่าวไปซื้ออาหารและเสื้อผ้า”

เหนือส่ิงอื่นใดจากคำกล่าวนี้ นั่นคือ หนังสือคือการลงทุน ผมได้ยินจากผู้คนตลอดเวลาที่บอกผมว่า พวกเขาวางแผนที่จะซื้อหนังสือเล่มนั้นเล่มนี้ แผน ?  แผนอะไร ! ก็แค่ซื้อมันสิ ผมให้สัญญากับตัวเองนานมาแล้วว่าถ้าหากผมเห็นหนังสือสักเล่มที่น่าสนใจ ผมไม่เคยจะปล่อยให้เวลาหรือเงินทองหรือสิ่งอื่นใดก็ตามที่มาขัดขวางผมไม่ให้ซื้อหนังสือเล่มนั้น  ไม่ใช่เรื่องเงิน ไม่ใช่เรื่องของเวลา ไม่ใช่ความเกียจคร้านส่วนตัว อย่ารอให้หนังสือที่คุณต้องการจนกระทั่งออกวางแผงเป็นหนังสือปกอ่อนเนื่องจากปกแข็งยังมีราคาแพงกว่าอยู่นั้น การที่เราคิดว่าซื้อหนังสือปกอ่อนแล้วจะช่วยให้ประหยัดเงินไปได้เจ็ดสิบบาทหรือหนึ่งร้อยห้าสิบบาทนั้นเป็นความคิดที่ผิด ถ้าหากมันเป็นหนังสือที่คุณกำลังจะอ่าน อ่านมันเสียเลยตอนนี้ ไม่ใช่ปีนี้ !..

( มีบันทึกอันหนึ่งที่เกี่ยวข้อง : ผมไม่ได้ยืมหนังสือจากห้องสมุดและไม่เคยทำตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก มันแตกต่างจากการเช่าภาพยนตร์ไร้สาระ คุณควรจะเก็บหนังสือที่คุณอ่านไว้สำหรับอ้างอิงหรือนำมันมาอ่านใหม่เมื่อต้องการได้เรื่อย ๆ ถ้าหากคุณพอใจกับการยืม-คืนหนังสือแล้ว  ในอีกสองสัปดาห์ต่อมาคุณอาจต้องทดสอบว่าคุณได้อ่านอะไรไป )

 


จุดประสงค์ :

บางทีเหตุผลที่คุณมีปัญหาก็คือคุณลืมจุดประสงค์ในการอ่าน มันไม่ใช่เพียงแค่เรื่องสนุก มนุษย์เราได้บันทึกความรู้ลงในหนังสือมาเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 5,000 ปี นั่นหมายความว่าอะไรก็ตามที่คุณกำลังทำอยู่ตอนนี้ ปัญหาอะไรก็ตามที่คุณกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ เป็นไปได้ว่าเคยกล่าวถึงไว้ในที่ไหนสักแห่งในหนังสือสักเล่มที่เขียนโดยใครสักคนที่ฉลาดกว่าคุณ ปกป้องตัวคุณจากปัญหาของการเรียนรู้จากการลองผิดลองถูก ลองค้นหาจุดนั้น ประโยชน์จากทัศนคติในหนังสือนั้น

ผนังของที่บ้านผมเต็มไปด้วยหนังสือตั้งแต่พื้นจรดเพดาน ครั้งสุดท้ายที่ผมย้ายบ้าน ผมได้ทำห้องไว้เป็นพิเศษสำหรับหนังสือ ตอนแรกมันเป็นอะไรที่น่าหงุดหงิดแต่หลังจากนั้นผมจำได้ว่าหนังสือได้จ่ายค่าเช่าให้กับบ้านทั้งสองหลัง พวกมันทำให้ผมเป็นคนมีเหตุผล ทำให้ผมหาเงินได้มากมาย

จุดประสงค์ของการอ่านไม่ได้เป็นเพียงวัตถุดิบทางความรู้ มันยังเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ของเรา ช่วยให้เราค้นหาความหมาย เข้าใจตัวเอง การอ่านเป็นสิ่งที่คุณรู้ว่ามันสำคัญและต้องการทำมันบ่อยครั้ง หรือคุณอาจเป็นใครบางคนที่เพียงแต่ไม่อ่าน ถ้าหากคุณเป็นอย่างหลัง คุณก็เป็นตัวของคุณเอง (บางทีคุณอาจจะไม่ค่อยฉลาดด้วย)

 

 

ถ้าคุณต้องการอ่านหนังสือให้ได้มากขึ้น มันไม่มีความลับอันใดหรอก หากแต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการจัดลำดับความสำคัญและการรับรู้เข้าใจของตัวคุณเอง

มันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่  คุณทำมันได้อย่างไร  คำตอบก็ควรจะเป็น “ผมก็แค่ทำมัน”

ร้านหนังสือตามสั่ง รับสั่งหนังสือต่างประเทศและสินค้าจากทั่วโลก ส่งถึงบ้านต่างจังหวัด
Tel : 08-5464-1644 | line id : herothailand.com