จะเป็นอย่างไรหากงดเล่น Facebook

จะเป็นอย่างไรหากงดเล่น Facebook หรือโซเชียลมีเดีย

มีคนเคยทดลองทำแล้วก็เล่าให้ฟังว่า เขาต้องเจอกับอะไรบ้าง อึดอัดไหม ลงแดงไหม 5555 ลองไปฟังเรื่องของเขากันครับ

…………………. …………………

social-media-02
photo by geo uc

ไซม่อน โดเฮอร์ตี เป็นนักเขียน ตัวเขาได้เล่าถึงความพยายามในการงดใช้โซเชียลมีเดียไปเป็นเวลาหนึ่งเดือน

ไซม่อนบอกว่า เขาจำเป็นต้องใช้อินเตอร์เน็ตทำงาน แต่ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นว่าตอนนี้อินเตอร์เน็ตกำลังใช้เขาแทน

….

หลังจากตื่นนอนเวลา 8.15 นาที สิ่งแรกที่ทำคือเปิดโน๊ตบุ๊คก่อนเลย มีอีเมล์อะไรเข้ามาบ้าง แล้วมีคนกดไลค์บทความที่โพสต์เมื่อวานนี้กี่คนแล้ว ซึ่งหนึ่งในนั้นเห็นมีคนมาคอมเม้นท์ด้วยว่าให้เขาไปฆ่าตัวตายเสีย !

จากนั้นก็ลากร่างตัวเองไปอาบน้ำ แปรงฟัน ดื่มชาร้อนสักแก้ว แต่ทั้งหมดที่ว่ามานั้นก็หลังจากเล่นโซเชียลมีเดียไปอีกสักพักใหญ่ ๆ พร้อมทั้งส่งรูปภาพขำ ๆ ไปให้แฟนเสร็จแล้วนะ

เอาละ ทีนี้พอทำอะไรเรียบร้อยแล้ว มานั่งที่โต๊ะทำงาน เขาใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงเลื่อนดูฟีดใน Facebook ดูอะไรผ่าน ๆ ไป เหมือนกับนักโทษที่ติดคุกตลอดชีวิต ต้องหาหนังสืออะไรอ่านทุกเล่มเท่าที่มีในห้องสมุดของคุกอย่างไม่เต็มใจอะไรแบบนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเพื่อนที่เคยเห็นหน้าตอนอยู่โรงเรียนเดียวกันแต่แทบไม่เคยได้คุยกันกำลังจะแต่งงาน อ่านเรื่องการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็บทความที่ไม่รู้ว่าต้องการสื่ออะไร อย่างเอาไข่ไปใส่ในไมโครเวฟแล้วไข่ระเบิด ผู้หญิงคนหนึ่งพยายามลดน้ำหนักเพื่อให้หุ่นดีทันงานแต่ง แล้วก็ข่าวคนโดนจับเพราะไปต่อยม้าของตำรวจ

แล้วก็เหลือบดูนาฬิกา เย๊ย ! ตอนนี้มัน 11.15 นาที แล้วยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันที่มันเป็นการทำมาหากินได้เงินมาจ่ายค่าเช่าเลยยย !!

โซเชียลมีเดียดูดเอาพลังงานในการทำงานจากเราไปเป็นแบบนี้แทบทุกวัน เวลาครึ่งหนึ่งที่เสียไปก็เสียไปกับการผลัดวันประกันพรุ่งด้วยการนั่งเล่นนอนเล่นโซเชียลมีเดียนี่แหละ

คือเราต้องการอินเตอร์เน็ตเพื่อใช้ทำงาน แต่นี่คงจะไม่ได้ทำการทำงานอะไรแน่ เพราะระหว่างที่เขากำลังเขียนเรื่องราวอยู่นี้ เบราเซอร์ที่เขาใช้อยู่เปิดหน้าเว็บไซต์ทิ้งไว้ 27 แท็บ และมีเพียง 4 แท็บ ที่เกี่ยวกับงาน T T

บางทีเขาก็คิดว่าตัวเองเสพติดการอยู่กับตัวเองมากไปไหม และอะไรที่มันมากขึ้นก็อาจเลยเถิดไปถึงขั้นว่าจะเป็นการติดยา ติด Netflix หรือมันฝรั่ง อะไรทำนองนั้น เสพพพพพ กันเข้าไป !

แต่ถ้ามองในแง่ดีมันก็ต้องมีแง่มุมที่ดีบ้างสิ ผมรู้จักบางคนที่เคยติดยาแต่ก็เข้ารับการบำบัดจนเลิกได้แล้วก็กลายมาเป็นคนติดการยืมหนังสือจากห้องสมุดมาอ่าน คือตัวเองยืมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้จากนั้นก็สลับไปให้แฟนยืมหนังสือมาเพิ่มอีก

ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจว่า เอาล่ะ ลองเลิกเล่นโซเชียลมีเดียสักเดือนดูสิจะเป็นอย่างไร

ยิ่งเวลาที่มีเหตุกระตุ้นให้เปิด Facebook เขาก็จะหักห้ามใจหันมาอ่านหนังสือแทน มันต้องเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่แน่ๆ ถ้าทำสำเร็จ แล้วเขาก็จะกลายเป็นคนที่ดีกว่าในตอนนี้ ชัวร์ป๊าดดดดดดดด

…….. ……..

social-media-03
photo by Charles

วันที่สองของการงดเล่นโซเชียลมีเดีย เขาเริ่มรู้สึกได้ว่าพอเปิดคอมพิวเตอร์ ร่างกายต้องการให้เขาพิมพ์ Facebook.com เหมือนนักกีฬาที่คุ้นเคยกับการฝึกซ้อมจนร่างกายรู้โดยอัตโนมัติว่าต้องทำอะไร

ทุกครั้งที่รู้สึกแบบนี้เขาก็จะหันไปอ่าน e-book แทน แต่ใน e-book ก็ยังฝัง url ที่ลิ้งค์ไปยังโชเชียลมีเดียอยู่เยอะเลย มันช่างยั่วยวนใจสุดที่จะหักห้าม เข้าใจได้ถึงหัวอกคนที่พยายามเลิกเหล้าแล้วต้องเดินผ่านร้านเหล้าแถวบ้านทุกวัน

วันที่หก… Facebook แจ้งเตือนว่าไม่เห็นเรา update อะไรใหม่ ๆ มาหลายวันแล้ว จากนั้นก็เริ่มส่งอีเมล์มาอีกเรื่อย ๆ เพื่อให้เราเข้าไป update อะไรใน Facebook

วันที่แปด … Facebook ส่งอีเมล์หาเขา 5 ครั้งเพื่อแจ้งว่า “คุณมีข้อความใหม่ 135 ครั้ง”

เขารู้สึกเหมือนตอนเลิกกับแฟนเก่าที่ส่งข้อความมาหาเขา รุงรังอะไรแบบนี้เลย

เคอร์เซอร์กระพริบที่หน้าจอ เชื้อเชิญให้เขาเข้า Facebook ไปดูสิ ว่าใครส่งคำขอเป็นเพื่อนมา จิตใต้สำนึกบอกเขาว่า ลองเข้าไปดูหน่อยไหมแล้วพรุ่งนี้เราค่อยเริ่มใหม่ก็ได้ ไม่เป็นไรหรอก แต่เขายังต่อต้าน… ตัดสินใจปิดโน๊ตบุ๊คแล้วหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน

เคยมีรายงานบอกว่า ทันที่ที่ใครหยุดเล่นโซเชียลมีเดีย คนนั้นจะรู้สึกเหงาและแปลกแยก แต่สำหรับเขาการอยู่ร่วมกับคน 20 คน ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวว่าต้องเหงา เพราะต้องหาใครคุยด้วยสักคนได้อยู่แล้ว แต่ที่เขารู้สึกคือ….เมื่อคุยกับใครไปสักคนแล้วกลายเป็นว่าเรารู้สึกเหมือนเป็นคนวงนอก…!

……… ………….

วันที่สิบสอง… วันนี้ออกไปกินมื้อค่ำกับแฟนและเพื่อนแฟน ซึ่งในตอนนี้ที่อังกฤษนักการเมืองและชาวอังกฤษก็กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเลือกที่ไม่เลือก Brexit ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มากซึ่งจะมีผลต่อระบบเศรษฐกิจของอังกฤษไปอีกหลายทศวรรษเลย แต่หัวข้อสนทนาบนโต๊ะอาหารมื้อค่ำนั้นก็คือ เรื่องของรูปไข่ที่มีคนกดไลค์กว่า 50 ล้านครั้งบน Instagram

ดีที่แฟนเขาออกตัวว่า ไซม่อนไม่รู้เรื่องนี้ เพราะว่าตอนนี้เขาอยู่ระหว่างงดเล่นโซเชียลมีเดีย

เขาคิดในใจว่าต้องพลาดจุดเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมไปอีกมากมายเท่าไหร่หากยังคงงดเล่นโซเชียลมีเดีย จะยังสามารถเขียนถึงเรื่องวัฒนธรรมวัยรุ่นได้อยู่ไหม หรือว่าหลุดออกจากวงโคจรนี้ไปเลยยย

เมื่อก่อนนี้เวลาเรามาเจอกัน คงจะพูดกันถึงเรื่องละคร รายการทีวี คำคมของคนนั้นคนนี้ ในคืนก่อนนั้น หรือช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันเรากำลังพูดกันถึงวิดิโอที่เป็นไวรัลอยู่ แฮชแท็คในกระแส

ซึ่งถึงตอนนี้เขาจะตกข่าวพวกนี้ไปบ้าง แต่…ก็แลกมากับการเริ่มเขียนหนังสือเล่มที่สี่ไปบ้างแล้ว ซึ่งมันคุ้มค่านะ

……… ………….

reading a book
photo by Chris Benson

วันที่ 18 ของการงดเล่นโซเชียลมีเดีย

เขาคิดถึงคอมเม้นท์ต่าง ๆ ที่จะมีต่อโพสต์ล่าสุดของเขา ไม่ว่าจะเป็นคอมเม้นท์ดีหรือคอมเม้นท์แย่ ๆ เพราะทั้งหมดเป็นความสัมพันธ์ที่มีต่อฐานะนักเขียนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อารมณ์ก็ประมาณตอนเราเป็นเด็กแล้วมีลูกพี่ลูกน้องมาแกล้งเรา

ในขณะที่เขาจัดการลดเรื่องการผลัดวันประกันพรุ่งออกไป แค่ลดนะ ไม่ได้หมายความว่าเลิกนิสัยผลัดวันประกันพรุ่งได้

แต่หัวสมองอันชาญฉลาดก็หาเรื่องมาทำให้เสียสมาธิไปกับเรื่องอื่นๆ แทนได้อยู่ดี อย่างเช่นการใช้ Google Translate แปลวลีตลกๆ ฝึกออกเสียงตามแล้วเอาไปพูดกับแม่บ้านชาวสเปนของเขา

แต่เชื่อเถอะว่า ไม่มีอะไรมาดึงเวลาเราไปได้มากเท่ากับโซเชียลมีเดียอีกแล้ว สำหรับเขา Facebook ถือว่าเป็นอุปสรรคอันใหญ่หลวงเลยทีเดียว บางทีอาจเป็นเพราะว่าเขาใช้ Facebook มานานเป็นสิบปี ประโยชน์ของมันก็คือช่วยให้เราติดต่อสื่อสารกับผู้คนอีกซีกโลกได้ง่าย รวมถึงเรื่องการนัดกันไปเที่ยว งานแสดงต่าง ๆ อะไรแบบนี้ แต่มันก็เป็นการยากที่จะแยกเฉพาะเรื่องพวกนี้ออกมาจากกระแสข่าวสารต่าง ๆ ที่ไหลเชี่ยวกรากอยู่ตลอดเวลา


วันที่ 30 …….

เมื่อถึงวันสุดท้ายของการงดเล่นโซเชียลมีเดีย เขาพบว่าความต้องการเล่นโซเชียลตามความคุ้นเคยที่มีลดน้อยลง เขาอ่านหนังสือไปได้ทั้งหมด 5 เล่มกับนิตยสารอีก 3 ฉบับ

คอมพิวเตอร์โน๊ตบ๊คที่เคยเปิดทิ้งไว้พร้อมเปิดดู Facebook ตลอดนั้น หลัง ๆ มานี้ปิดเก็บไว้อยู่ในกระเป๋า ไม่ได้กระเหี้ยนกระหือรือมาเปิดดูทุกตื่นนอน ที่เห็น ๆ เลยคือ นอนหลับเต็มอิ่มมากขึ้นเพราะไม่ต้องอดหลับอดนอนอยู่หน้าคอมฯ จนถึงตีสอง หาอะไรดูไปเรื่อยเปื่อยตาม Youtube อย่างแต่ก่อน

ร้านหนังสือตามสั่ง รับสั่งหนังสือต่างประเทศและสินค้าจากทั่วโลก ส่งถึงบ้านต่างจังหวัด Tel : 08-5464-1644 | line id : @herothailand.com