บทบาทของห้องสมุดประชาชน

สมัยนี้ใคร ๆ ก็มีสมาร์ทโฟน มีแท็บเล็ตใช้ สังคมก้มหน้าเต็มไปหมด แล้วบทบาทของห้องสมุดโดยเฉพาะห้องสมุดประชาชนล่ะ ?

เวลาที่เราคิดถึงห้องสมุด เรามักเห็นภาพห้องสมุดที่มีหนังสือมากมายหลากหลายหมวดหมู่ โดยเฉพาะหนังสือเก่า หายาก แต่เมื่อยุคดิจิตอลมาถึง การมี e-book คลิปวิดิโอ สื่อออนไลน์หลากหลายรูปแบบ เข้าถึงได้แม้กระทั่งในห้องนอน ห้องสมุดจะดำเนินต่อไปอย่างไร

ในต่างประเทศโดยเฉพาะในสหรัฐฯ บรรณารักษ์ที่ดูแลบริหารระบบห้องสมุดขนาดใหญ่ เปรียบเทียบว่า ผู้ที่มาใช้บริการห้องสมุดก็เหมือนลูกค้าของบริษัทต่างๆ ซึ่งหมายความว่า ห้องสมุดก็ต้องแข่งขันกันกับบริษัทอย่าง Google หรือ Amazon แต่ทั้งนี้ไม่ใช่เพื่อผลกำไร แต่เพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้าหรือผู้ใช้บริการนั่นเอง โดยบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้มีการตลาดที่ค่อนข้างครอบคลุม อำนวยความสะดวกด้วยการคลิ๊กเพียงไม่กี่ครั้งก็สามารถดาวน์โหลดหนังสือฟรีมาอ่านได้แล้ว

และเมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ใครกันเล่าที่จัดว่าเป็นกลุ่มลูกค้าที่ห้องสมุดสามารถดูแลได้ดีที่สุด ?

คำตอบหนึ่งในนั้นก็คือ คนอเมริกันที่มีรายได้น้อยซึ่งเป็นสังคมที่ต้องการการเข้าถึงข้อมูลและการศึกษาอย่างมาก

หลายครอบครัวไม่ได้มีเงินมากพอจะหาซื้อแท็บเล็ตและติดอินเตอร์เน็ตที่บ้านให้กับเด็ก ๆ เพื่อเสริมกิจกรรมหาความรู้ช่วยให้ทำผลการเรียนดีขึ้น และภาระกิจหลักของห้องสมุดในเรื่องนี้คงต้องเป็นการให้บริการเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้ฟรีจากที่บ้าน นอกเหนือไปจากการเข้ามาอ่านหนังสือที่ห้องสมุด

จากการช่วยเหลือของบริษัทอย่าง Apple Google หรือ Amazon บริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้รวมถึงสำนักพิมพ์สามารถช่วยห้องสมุดได้ในเรื่องของอุปกรณ์และเนื้อหาที่ดาวน์โหลดลงในอุปกรณ์นั้นๆ ดังนั้นห้องสมุดจึงต้องหาทางพัฒนาสามส่ิงต่อไปนี้ นั่นคือ

เรื่องข้อมูลและเนื้อหา ช่องทางการเข้าถึงข้อมูลและเนื้อหา การเชื่อมต่ออุปกรณ์กับเนื้อหา

ตั้งแต่ช่วงต้นปี 1999 ห้องสมุดหลายแห่งในสหรัฐฯ ได้เปิดให้บริการ e-book แต่พบกับปัญหาหลักคือ การดาวน์โหลด e-book ทำได้ยาก เนื่องจากส่วนติดต่อผู้ใช้นั้นยังดูสับสนและต้องรอนานในการที่จะดาวน์โหลดเล่มที่ได้รับความนิยม ห้องสมุดหนึ่งแห่งสามารถซื้อหรือขอรับบริจาคหนังสือที่ได้รับความนิยมบางเรื่องในรูปแบบของตัวเล่มแต่กลับไม่มีทางเลือกดังกล่าวสำหรับ e-book

ต้องอธิบายว่า ห้องสมุดไม่ได้เป็นเจ้าของ e-book ห้องสมุดเพียงแต่ได้รับอนุญาตจากสำนักพิมพ์ซึ่งมีเงื่อนไขในการใช้ติดมาด้วย เช่นจำกัดจำนวนหนังสือที่สามารถดาวน์โหลดได้ในช่วงเวลาที่กำหนด หรือต้องชำระเงินเพิ่มเพิ่อให้สามารถเข้าใช้หนังสือดังกล่าวได้ นี่ทำให้สำนักพิมพ์สามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่องจากหนังสือเหล่านั้น

ระบบห้องสมุดที่ใหญ่กว่าอย่างห้องสมุดควีนส์ นั้น มีหนังสือ e-book อยู่หลายพันเล่ม แต่เมื่อเทียบแล้วหนังสือตัวเล่มของห้องสมุดตัวยังคงมีจำนวนมากกว่า e-book ในห้องสมุดประชาชน

ยกตัวอย่างห้องสมุดควีนส์เอง ก็ยังมีจำนวนหนังสือตัวเล่มมากกว่า e-book คือมีหนังสือตัวเล่มอยู่ราว 7 ล้านเล่มเมื่อเทียบกับ e-book ที่มีอยู่ราว 90,000 เล่ม

ในเดือนเมษายน รัฐบาลโอบามาได้ร่วมมือกับสำนักพิมพ์ขนาดใหญ่เพื่อให้มีหนังสือเด็กหลายพันชื่อเรื่องให้กับเด็ก ๆ ที่ด้อยโอกาส ซึ่งในช่วงสามปีนับจากนี้ ห้องสมุดประชาชนในแถบที่ผู้มีรายได้น้อยอาศัยอยู่นั้นจำเป็นต้องนำเสนอว่าพวกเขามีประชากรส่วนใหญ่ที่มีรายได้น้อย และสมัครขอเข้าถึงหนังสือเหล่านี้ผ่าน First Book ที่เป็นองค์กรการกุศลไม่หวังผลกำไร

จูลี่ ฮอร์นาเดย์ ประชาสัมพันธ์ของ First Book กล่าวว่า “นักเรียน นักศึกษาที่มีรายได้น้อย จำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลทุกอย่างที่มีเพื่อที่พวกเขาจะสามารถแข่งขันได้ไม่เพียงแต่ในเรื่องของการศึกษาแต่ยังรวมถึงในสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจด้วย”

สำหรับ e-book แล้วนั้นยังคงมีปัญหาเรื่องรูปแบบที่แตกต่างกัน สำนักพิมพ์ตัดสินใจเลือกรูปแบบ e-book ของตนโดยที่แต่ละสำนักพมิพ์ก็ทำออกมาไม่เหมือนกัน ดังนั้นแทนที่จะโหลดหนังสือ e-book ทั้งหมดเก็บไว้ในที่ที่เดียว ห้องสมุดจึงร่วมมือกับผู้จัดจำหน่ายอย่าง OverDrive และ 3M ซึ่งเก็บรวบรวม e-book จากสำนักพิมพ์ต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ในส่วนของห้องสมุดก็ได้จัดทำ app ที่รวมรวม app ของผู้จัดจำหน่ายทุกรายของตนรวมเข้าไว้ด้วยกันอีกทีหนึ่งเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึง

หลังจากพายุเฮอริเคนแซนดี้ได้สร้างความเสียหายแก่บางส่วนของนิวยอร์ก Google ได้บริจาคแท็บเล็ต Nexus ของตนจำนวนหลายพันเครื่องรวมทั้งจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ให้กับระบบห้องสมุดประชาชนของเมือง 1,000 เครื่องส่งไปยังบรู๊คลินอีก 5,000 เครื่องส่งไปห้องสมุดควีนส์ ซึ่งทั้งสองแห่งต่างก็โหลด app ห้องสมุดของตนลงในแท็บเล็ตดังกล่าว โดยห้องสมุดควีนส์ ตั้งเวลายืมแท็บเล็ตไว้ที่ 1 เดือน และสามารถยืมต่อได้อีก 3 ครั้ง ดังนั้นโดยสรุปก็คือพนักงานห้องสมุดจะเก็บแท็บเล็ตคืนเฉลี่ยทุก ๆ 4 เดือน

เทคโนโลยีของแท็บเล็ตที่เพิ่มขึ้นได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเด็ก ๆ การทำแบบนี้ทำให้เด็ก ๆ มีปฏิสัมพันธ์กับเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องในบ้าน หลักสูตรการเรียนการสอนของสหรัฐฯ ในบางโรงเรียนได้ทำการเรียนการสอนออนไลน์และสั่งการบ้านผ่าน Google Docs ซึ่งหมายความว่าคนอเมริกันที่มีคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คส์และแท็บเล็ตที่บ้านก็จะได้รับประโยชน์ตรงนี้

เมื่อถึงกลางเดือนพฤษภาคม แท็บเล็ตจำนวน 3,000 เครื่องของห้องสมุดควีนส์ ปีถัดมามีแท็บเล็ตถูกยืมไปจำนวน 1,640 เครื่อง โดยสูญหายไป 200 เครื่องและชำรุดจำนวน 60 เครื่องนับตั้งแต่เริ่มโปรแกรมนี้ในเดือนพฤศจิกายน 2013 ผู้อำนวยการห้องสมุดกล่าวว่า

“เราเต็มใจที่จะรับความเสี่ยงสำหรับเครื่องที่สูญหายโดยถือว่าเป็นต้นทุนส่วนหนึ่งของการจัดหาแท็บเล็ตสำหรับประชาชนที่ไม่มีแท็บเล็ตใช้”

เด็กๆ สามารถเข้าถึงข้อมูลจำนวนมากได้จากที่บ้านของพวกเขา

“นี่คือโอกาสในการเข้าถึงโลกทั้งใบของความรู้ที่เปิดสู่ทุกทิศทุกทางจากอุปกรณ์เพียงชิ้นเดียวที่ไม่เคยมีอุปกรณ์อื่นใดทำได้มาก่อน”

ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในสหรัฐฯ ที่จะเพิ่มขึ้นอีก 1,000 ล้านราย

ลองนึกภาพตอนที่แม่กลับบ้านพร้อมกับเอาแท็บเล็ตที่ยืมจากห้องสมุดมาให้ลูกสาว แต่ที่บ้านพวกเขาไม่มี WiFi แม้ว่าแท็บเล็ตดังกล่าวได้โหลดเนื้อหาบางส่วนมาแล้วก็ตาม แต่เธอไม่สามารถดาวน์โหลด e-book หรือเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้โดยปราศจากอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง นี่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับชุมชนผู้มีรายได้น้อย เมื่อโอกาสการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตลดลงตามรายได้โดยเฉพาะในหมู่คนผิวสี ตามรายงานจาก Pew

ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตอย่าง Google Fiber กำลังพยายามหาทางให้เข้าถึงอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในราคาถูกหรือให้บริการฟรี

สำหรับในยิวยอร์ก Google ได้บริจาคจุดกระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ตพร้อมๆ กับแท็บเล็ต ในหลายเมืองอย่างชิคาโกและซีแอทเทิล บริษัทอื่น ๆ ก็กำลังทำแบบเดียวกันนี้ในเขตชนบท นั่นหมายความว่าผู้ที่ยืมแท็บเล็ตจากห้องสมุดไปสามารถเข้าสู่ระบบที่ไหนก็ได้เพื่อหาความรู้ ท่องอินเตอร์เน็ตหรือดาวน์โหลดหนังสือที่พวกเขาต้องการได้ง่ายดายยิ่งขึ้น

www.herothaiand.com รับสั่งหนังสือต่างประเทศ-สินค้าต่างประเทศ ทั่วโลก

ร้านหนังสือตามสั่ง รับสั่งหนังสือต่างประเทศและสินค้าจากทั่วโลก ส่งถึงบ้านต่างจังหวัด
Tel : 08-5464-1644 | line id : herothailand.com