บริบทใหม่ของสำนักพิมพ์ในยุคดิจิตอล

 

 

บทความชิ้นนี้ อ้างอิงจาก งานเขียนในบล็อกของ   Michael Harris  ( emellaich )

 

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผมได้พูดคุยกันถึงเรื่องที่สำนักพิมพ์ที่ทำเกี่ยวกับหนังสือนวนิยายกำลังเผชิญกับสภาพแวดล้อมในการทำธุรกิจที่เปลี่ยนไปจากเดิม ผมทำนายว่า การแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดจะมาจากเหล่านักเขียนที่ไม่ต้องพึ่งพาสำนักพิมพ์อย่างแต่ก่อนและหันมาเผยแพร่ผลงานของตนผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ อย่าง Amazon , Barnes & Noble และแม้แต่เว็บไซต์ส่วนตัว  ซึ่งตรงนี้เองจะเหมือนเป็นการลดบทบาทของสำนักพิมพ์ในโลกยุคหลังการพิมพ์ (post-printing ) หรือไม่ ?

ส่วนทางด้านสำนักพิมพ์เองก็เคลื่อนไหวไปในแนวทางเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตน และเป็นที่ชัดเจนว่า เป้าหมายของพวกเขา คือการรักษาตลาดในปัจจุบันไว้ อย่างไรก็ตามนี่ดูเหมือนจะไม่ใช่ยุทธศาสตร์ที่ประสบความสำเร็จในระยะยาว  มีการเสียส่วนแบ่งการตลาดทีละเล็กละน้อยเพิ่มขึ้นเรือย ๆ และตราบเท่าที่มีผู้อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมากขึ้นจนเป็นเรื่องปกตินั้น ยิ่งทำให้สำนักพิมพ์ลดบทบาทและความสำคัญลง

พอจะมีหนทางสำหรับสำนักพิมพ์ที่จะทำกำไรจากแนวโน้มใหม่นี้แทนที่จะต้องต่อสู้กับพวกเขาได้หรือไม่ ?

อะไรคือจุดแข็งที่สำนักพิมพ์มีและสามารถทำเงินได้ในบริบทใหม่นี้ิ ?

ทางเลือกหนึ่งที่น่าเป็นไปได้สำหรับสำนักพิมพ์ก็คือการปรับเปลี่ยนตัวเองให้เป็นเหมือนดังผู้ให้บริการเนื้อหาฟรี หรือจ่ายเงินเมื่อเข้าใช้งาน (pay per use) และบริษัทที่ทำเกี่ยวกับด้านบรรณาธิการ

มีหนังสือที่ผู้เขียนตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานด้วยตนเองอยู่จำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาในเรื่องการพิมพ์และใช้ภาษาผิดหลักไวยากรณ์  สำนักพิมพ์สามารถเสนอบริการพิสูจน์อักษรและแก้ไขงาน โดยคิดค่าบริการเป็นครั้ง ๆ ไป  และถ้าหากการให้บริการนี้ประสบความสำเร็จ จะมีผู้มาใช้บริการมากกว่าจำนวนคนที่บริษัทมี ตรงจุดนี้สามารถแก้ปัญหาได้โดยการสร้างบริการที่เป็นตลาดกลางแล้วเปิดให้นักพิสูจน์อักษรอิสระสามารถเข้ามาประมูลงานที่ตนเองสนใจจากนักเขียนที่ต้องการผู้พิสูจน์อักษรเช่นกัน ซ่ึ่งทางสำนักพิมพ์เองยังคงสามารถเสนอบริการของตัวเองได้ตามเดิม แต่ในระดับราคาที่สูงกว่าท้องตลาดทั่วไป  ซึ่งเมื่อคิดค่าธรรมเนียมพิเศษที่สูงกว่านี้ นักเขียนจะได้รับการประกันคุณภาพว่าพวกเขาจะได้รับบริการที่ดีกว่า เช่น นอกจากการแก้ไขงานแล้วยังมีการสอนในเรื่องลีลาการเขียนเพิ่มเติมอีกด้วย

 

นอกจากนี้แล้วอาจมีบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการบรรจุหีบห่อหนังสือสำหรับขาย รวมถึงการออกแบบจัดหน้า ออกแบบปกและการเปลี่ยนรูปแบบหนังสือไปเป็นไฟล์ดิจิตอลชนิดต่าง ๆ (epub, mobi, etcetera)  เหมือนกับ CafePress โดยนักเขียนสามารถเปิดร้านหนังสือออนไลน์ส่วนตัวได้ ร้านหนังสือเหล่านี้ยังสามารถเสนอผลงานในรูปแบบของตัวเล่มโดยผ่านช่องทาง print-on-demand ได้อีกด้วย

บริการที่สำคัญที่สุดที่สำนักพิมพ์จัดหาให้นั้น คือการคัดเลือกหนังสือและจัดเตรียมหนังสือเพื่อเข้าสู่ตลาด แม้ว่าในขั้นตอนของสำนักพิมพ์นั้นอาจจะไม่สมบูรณ์แบบในการค้นหาหนังสือที่ดีที่สุด แต่อย่างน้อยมันก็ประสบความสำเร็จในการร่อนกรองเอาเรื่องพวกน้ำเน่าที่ไม่สามารถอ่านได้ออกไป   ดังนั้นชื่อและที่อยู่ของสำนักพิมพ์ที่ปรากฏบนหน้าปกหนังสือนั้นจึงเป็นเหมือนสิ่งที่แสดงถึงระดับของคุณภาพ

หากมองจากมุมของผู้อ่าน พวกเขาจะเข้าถึงโลกใบใหม่นี้ผ่านบล็อกของบรรณาธิการหรือบรรณารักษ์ออนไลน์ บรรณารักษ์จะเป็นผู้จัดการเขียนคอลัมน์ที่พูดถึงหนังสือที่ดีที่สุดที่บริษัทหาได้ โดยหนังสือแต่ละเล่มเหล่านี้สามารถซื้อได้ผ่านลิงค์ที่ไปยังบริการของสำนักพิมพ์เองหรือบริการของที่อื่นอย่างเช่น Amazon.com

การให้บริการบรรณารักษ์นี้สามารถขยายวงออกไปได้อีกโดยการให้บุคคลทั่วไปลงทะเบียนเป็นบรรณารักษ์   ซึ่งแน่นอนว่าบรรณารักษ์แต่ละคนก็จะมีความเชี่ยวชาญในหนังสือแต่ละกลุ่มต่างกัน แล้วบรรณารักษ์อิสระแต่ละคนเหล่านี้อาจได้รับค่าคอมมิสชันจากยอดขายที่พวกเขาเป็นผู้ชักนำเข้ามาพร้อมกับเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งที่ทำให้ยอดขายของสำนักพิมพ์นั้น ๆ  เพิ่มขึ้น และบรรณารักษ์อิสระคนที่มีผู้ติดตาหรือมีผลงานดีที่สุดอาจได้รับการพูดถึงและให้เครดิตบนบล็อกของบรรณารักษ์ที่เป็นทางการของบริษัท

ส่ิงแวดล้อมใหม่ในบริบทของหนังสือนี้อาจช่วยส่งเสริมความแตกต่างของหนังสือในหลายระดับและหลายรูปแบบ  ผู้อ่านที่ได้เข้าไปเยี่ยมชมหน้ารวมหมวดหมู่หนังสือของบริษัทนั้นสามารถหาหนังสือใหม่ได้จากการแนะนำของบรรณารักษ์ที่เชื่อถือได้ ส่วนนักเขียนอิสระก็สามารถเพิ่มหนังสือของตนเข้าไปในแคตตาล็อกและหนังสือเหล่านั้นอาจมีโอกาสที่บรรณารักษ์จะแนะนำก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม หนังสือเล่มอื่น ๆ ในระบบอาจจะถูกตรวจสอบในหลายระดับ บางเล่มอยู่ระหว่างการพิสูจน์อักษรมาอย่างยาวนาน ในขณะที่บางเล่มก็ถูกแก้ไขโดยสำนักพิมพ์มานานแล้วเช่นกัน และสิ่งสำคัญที่สุดก็คือหนังสือเหล่านี้ที่สำนักพิมพ์ได้เลือกเข้ามาสู่สายพานการผลิตนั้น เป็นหนังสือที่ทางสำนักพิมพ์รู้สึกว่ามีคุณค่า

 

การเลือกหนังสือก็เหมือนกับการที่สำนักพิมพ์กำลังผลิตหนังสือของตนเอง สำนักพิมพ์ต้องแก้ไข ผลิตและทำการตลาดโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย  นี่อาจรวมถึงการพูดคุยกันในบล็อกของบรรณารักษ์ นอกจากนี้การเลือกใช้บริการของสำนักพิมพ์ยังขึ้นอยู่กับหนังสือ ที่รวมถึงการดูแลแบบออฟไลน์ด้วย อย่างเช่น การจัดพิมพ์ การออกร้าน การประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ  การโฆษณาและอาจรวมถึงการจ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์ให้กับนักเขียนเพื่อให้ได้สิทธิการจัดการเหนือกว่าคนอื่น

 

กุญแจสำคัญคือการสร้างฐานผู้อ่านจำนวนมาก นักเขียนทุกคนอยากจะเข้ามาอยู่ในนระบบนี้ บรรณารักษ์ทุกคน บรรณาธิการและผู้พิสูจน์อักษรก็เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม สำนักพิมพ์อาจได้รับสิ่งตอบแทนสำหรับการจัดหาแหล่งรวมหนังสือและสร้างกลุ่มผู้อ่านโดยได้รับเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งจากทุกการซื้อขายที่ผ่านเว็บไซต์ดังกล่าว

.........................................
ร่วมสนับสนุนการทำเนื้อหาได้ที่
SCB : ธนาคารไทยพาณิชย์
ชื่อบัญชี : HEROTHAILAND.COM บัญชี : ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี : 667-265599-4