ผลกระทบของจีนต่อ supply chain

กดฟังบทความ

มาตรการ zero-covid ของจีนได้กลายมาเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนที่ทำให้เศรษฐกิจโลกถดถอย

หากบริษัทใดบริษัทหนึ่งต้องพึ่งพาการผลิตจากจีนไม่ว่าจะเป็นสินค้าแบบใดหรือการผลิตแบบไหนก็ตาม แน่นอนว่าพวกเขากำลังได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวนี้

ถ้าหากเราทำให้ประเทศจีนขับเคลื่อนช้าลง โลกก็จะถูกขับเคลื่อนช้าลงเช่นเดียวกัน แต่ถ้าหากประเทศจีนหยุดทุกสิ่งทุกอย่างเลยโลกก็จะเกิดความโกลาหลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การที่ประเทศจีนใช้มาตรการ zero-covid นั้นส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานในระดับโลกอย่างไร ?

เราต้องดูก่อนว่า ทำไมประเทศจีนถึงมีความสำคัญมากในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ทั้งนี้ก็เพราะประเทศจีนมีการส่งออกมากที่สุดของโลกและเป็นประเทศที่มีการนำเข้ามากเป็นอันดับสองของโลกรองจากสหรัฐฯ ตามมาด้วยเยอรมนีที่นำเข้ามากเป็นอันดับสาม ดังนั้นแล้วปริมาณการค้าของจีนในเวทีโลกจึงมีขนาดใหญ่โตมโหฬารมาก แล้วถ้าหากเราดูข้อมูลท่าเรือที่มีปริมาณการค้าสูงที่สุด 20 อันดับแรกของโลกจะพบว่า 8 แห่งเป็นท่าเรือในประเทศจีน

Advertisement/พื้นที่ลงโฆษณา

ประเทศจีนจึงเป็นจุดเริ่มต้นของห่วงโซ่อุปทานสำหรับหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี ค้าปลีก ยานยนต์ ซึ่งเป็นเพียงแค่การยกตัวอย่างกลุ่มอุตสาหกรรมที่พึ่งพาฐานการผลิตในจีน ยังมีกลุ่มอื่น ๆ ปลีกย่อยอีกมากมาย

……. …….

China’s COVID lockdowns affecting supply chain

คุณอาจจะมี iPhone หรือรถไฟฟ้าสักคัน ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้ายี่ห้อ Tesla หรือยี่ห้ออื่นก็แล้วแต่ หรือพวกเสื้อผ้า ของเล่นที่เด็ก ๆ ของเรากำลังเล่นกันอยู่ในตอนนี้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วล้วนผลิตในประเทศจีนหรืออย่างน้อย ๆ ก็มีส่วนประกอบที่ผลิตในประเทศจีน

ประเด็นสำคัญต่อมาก็คือเรื่องของตู้คอนเทนเนอร์ที่สามารถหามาใส่สินค้าลงเรือได้ แต่ตู้คอนเทนเนอร์เคลื่อนที่เองไม่ได้ ก็จำเป็นต้องมีรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์หรือที่เราเรียกกันว่าหัวลากที่พร้อมจะมาขนตู้ไปยังท่าเรือหรือขนของออกจากท่าเรือก็ตามเพื่อให้การขนถ่ายสินค้าดำเนินต่อไปได้

ท่าเรือหลักจำนวนสามท่าไล่เรียงกันมาคือ หนิงโป เซินเจิ้น และเซี่ยงไฮ้ โดยเฉพาะท่าเรือเซี่ยงไฮ้  เซี่ยงไฮ้ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์กลางการผลิตของจีนแต่ยังเป็นศูนย์กลางการผลิตของโลกอย่างแท้จริง เฉพาะเซี่ยงไฮ้ผลิตสินค้าถึง 40% ของสินค้าที่จีนส่งออก

ท่าเรือหลายแห่งในจีนอาศัยระบบอัตโนมัติต่างจากสหรัฐฯ ดังนั้นการทำงานของท่าเรือจีนจึงมีประสิทธิภาพมากจึงสามารถหลีกเลี่ยงที่จะถูกดิสรัปชั่นในรูปแบบต่าง ๆ ได้ เพราะว่าพวกเขามีคนจำนวนมากที่มาขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ ทั้งยังมีรถยนต์หรือรถบรรทุกไร้คนขับที่คอยขนตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งเมื่อถึงกำหนตารางเดินเรือ เรือก็สามารถออกจากท่าได้ภายในหนึ่งถึงสองวัน

แต่ถึงกระนั้นการระบาดของโควิดย่อมส่งผลกระทบต่อผู้คน และถ้าหากเราไม่ได้มีคนเพียงพอที่จะมาขับรถบรรทุก อาจจะด้วยสาเหตุที่พวกเขาต้องกักตัวหรือเพราะว่าพวกเขาต้องเข้ารับการตรวจหาโควิดก่อนซึ่งมีจุดตรวจกระจายอยู่หลายแห่งกว่าจะได้ไปถึงหน้างาน ทำให้ทุกอย่างล่าช้าออกไป

ทางฝั่งโรงงานในจีนก็พยายามแก้ปัญหาเหล่านี้ ด้วยการให้คนงานเข้ากะทำงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลาสามวันโดยให้พักอาศัยอยู่บริเวณโรงงานหรือบริเวณที่จัดหาให้ เพื่อให้ลดปัญหาเรื่องการตรวจหาโควิด ลดปัญหาเรื่องการเดินทาง คือพยายามลดความเป็นคอขวดในระบบการทำงานให้มากที่สุด

โดยทั่วไปแล้วเกิดอะไรขึ้นที่จีนตอนนี้ โดยภาพรวมก็คือจากที่เคยขนส่งภายในหนึ่งถึงสองวันจบ ถึงตอนนี้อาจต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นเป็น 5-7 วัน

ผลที่ตามมาไม่ได้ส่งผลเฉพาะกับเศรษฐกิจจีนเพียงเท่านั้น เมื่อแรงงาน ผู้บริโภค การส่งออกและห่วงโซ่อุปทาน ทั้งหมดนี้ถูกดิสรัปขนานใหญ่
…….

Shanghai lockdowns could cause more supply, inflation issues 


เกิดอะไรขึ้นในช่วงสองปีที่ผ่านมาจากการระบาดของโควิด เราเห็นราคาระวางเรือปรับขึ้นอย่างมาก 10-20 เท่า

เมื่อพูดถึงเรื่องค่าระวางเรือ ( ค่าส่งสินค้าทางเรือ )  มีให้เลือกอยู่สองแบบคือ ผู้ส่งสินค้าสามารถซื้อราคาตู้คอนเทนเนอร์แล้วทำสัญญาระยะยาว ซึ่งเป็นกรอบระยะเวลาขนส่งราว ๆ สองเดือนหรือแม้แต่นานถึงหนึ่งปีกับผู้ขนส่งทางทะเลโดยตรง หรือสามารถเลือกแบบ spot market โดยซื้อราคาที่สามารถล็อคตู้ให้เราหนึ่งตู้สำหรับการจัดส่งในกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ แต่โชคไม่ดีตรงที่ท่าเรือในสหรัฐฯ และแม้แต่ในยุโรปด้วยก็ตาม มีเรือขนส่งจำนวนมากแออัดต่อคิวกันอยู่ ลงตู้ยังไม่เสร็จ คนทำงานมีน้อยกว่าเดิม จำนวนเครนเท่าเดิม ทำให้เกิดความล่าช้าไปทั้งระบบ ซึ่งนอกจากจะทำให้สภาพคล่องของเรือในระบบขนส่งของโลกติดขัดแล้วยังทำให้ตู้คอนเทนเนอร์หายากมากขึ้น แถมยังมีค่าท่าหนาแน่น Port congestion ที่เรือต้องจอดรอโหลดตู้สินค้าเพิ่มเข้ามาอีกด้วย

นอกจากนั้นแล้ว อีกปัจจัยที่เข้ามามีอิทธิพลก็คือปัญหาความกดดันจากเงินเฟ้อที่ผู้บริโภคต้องเป็นผู้แบกรับภาระ ค่าขนส่งสินค้าที่ต้องบวกเข้าไปในราคาต้นทุนสินค้า ปริมาณเรือที่เป็นคอขวดและด้วยการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าอันเนื่องมาจากต้นทุนการผลิตส่วนอื่น ถึงแม้เราอาจจะเห็นว่าราคาต่าง ๆ อาจมีการย่อตัวบ้าง แต่ในอนาคตเรื่องคอขวดยังคงเป็นตัวขับดันราคาค่าขนส่งหรือตรึงค่าขนส่งให้อยู่ในระดับสูงและนั่นหมายความว่า แรงกดดันเรื่องเงินเฟ้อต่อผู้บริโภคจะยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องทั้งจากปัจจัยค่าขนส่งหรือค่าสินค้าที่ถีบตัวสูงขึ้น

เมื่อมองภาพรวมและเห็นแนวโน้มในอนาคตหรือเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก บริษัทหลายแห่งในสหรัฐฯ จึงหันมาพิจารณาการย้ายฐานกลับมาผลิตในสหรัฐฯ reshoring หรือย้ายฐานการผลิตมายังประเทศที่มีค่าแรงต่ำและอยู่ใกล้กับสหรัฐฯ มากขึ้น near shoring

.........................................
ร่วมสนับสนุนการทำเนื้อหาได้ที่
SCB : ธนาคารไทยพาณิชย์
ชื่อบัญชี : HEROTHAILAND.COM บัญชี : ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี : 667-265599-4
สามารถกดไลค์ กดแชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้กันได้ครับ