ภาพรวมหนังสือต่างประเทศ


ร้านหนังสือที่เคยใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Borders ได้ประกาศล้มละลายและปิดตัวลงไปแล้ว ส่วน Barnes & Noble ที่กลายมาเป็นร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีสาขามากที่สุดก็กำลังอยู่ในสภาพย่ำแย่ และเมื่อมองยอดขายรวมของตลาดหนังสือพบว่ายอดขายตกลงไปถึง 22% ในรอบห้าปีมานี้
ถามว่านี่เป็นฝันร้ายที่กลายเป็นจริงของคนรักหนังสือทุกผู้ทุกนามใช่หรือไม่ ?

ธุรกิจหนังสือถูกบ่อนทำลายโดยการเกิดขึ้นของ Amazon ซึ่งเน้นกลยุทธ์ตัดราคา ส่วน Netflix ก็ให้บริการดูวิดิโอผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้จากที่บ้าน ที่พูดมานั้นอาจจะไม่จริงทั้งหมด แม้ว่าคุณอาจจะหัวเราะกับประเด็นการมองโลกในแง่ร้ายจากอิทธิพลของ Amazon ที่แสดงให้เห็นต่อการบีบบังคับร้านหนังสือขนาดเล็กให้ออกจากธุรกิจนี้ไป

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ยอดขายหนังสือได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ปี 2008 ซึ่งไม่ใช่เหตุบังเอิญอันเป็นผลมาจากตั้งแต่ที่ ebook เข้ามาในธุรกิจหนังสือส่งผลให้มีรายการหนังสือให้เลือกอ่านมากกว่าที่เคย ทำให้ผู้คนสามารถอ่านหนังสือได้มากกว่าที่เคยเป็น

ยอดขายที่เพิ่มขึ้นได้เปลี่ยนมาอยู่ในฝั่งของออนไลน์ ทั้งหนังสือตัวเล่มและหนังสือ ebook โดยเฉพาะ ebook ที่สามารถขายได้แค่เพียงออนไลน์เท่านั้น

เมื่อรวมยอดขายทั้งออนไลน์และตัวเล่มของสำนักพิมพ์แล้วในปี 2012 มียอดรายรับรวมราว 15 พันล้านเหรียญฯ ซึ่งเป็นตัวเลขล่าสุดจากรายงานประจำปีโดยสมาคมสำนักพิมพ์อเมริกัน เพิ่มขึ้น 14% จากปี 2008 หากลองลงไปในรายละเอียดเราจะเห็นว่า ยอดขาย ebook เพิ่มขึ้นจาก 68 ล้านเหรียญฯ ไปเป็น 3 พันล้านเหรียญฯ ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมหาศาลมาก แต่เมื่อเราตัดยอดขาย ebook ออกไป พบว่ายอดขายหนังสือตัวเล่มจะหดตัวลงมา 8%

“แนวโน้มนี้ทำให้เราเห็นสิ่งที่เรียกว่า “คนรวยก็รวยยิ่งขึ้น คนจนก็ยิ่งจนลง” มีนักเขียนหรือสำนักพิมพ์ที่มีชื่อเสียงไม่กี่แห่งไม่กี่คนเท่านั้นที่อยู่ข้างบนสุด ส่วนหนังสือชื่ออื่น ๆ อีกมากมายที่ไม่เป็นที่รับรู้ก็จะถูกทับถมอยู่เบื้องล่าง ธุรกิจหนังสือในยุคของ Amazon ได้สะท้อนให้เห็นภาพกว้างของความไม่เท่าเทียมกันทางด้านเศรษฐกิจ

การเพิกเฉยและไม่ใส่ใจต่อการคุกคามนี้ในตลาด ebook ได้ทำให้สำนักพิมพ์ยักษ์ใหญ่ต้องทำงานหนักเพื่อแย่งส่วนแบ่งการตลาดแต่ทว่ากลับเป็นการทำลายงานวรรณกรรมไปเสียเอง ยกตัวอย่างเช่น การจ่ายเงินล่วงหน้ามหาศาลเพื่อหนังสือห่วย ๆ ที่เขียนโดยดารา ดัง ทุ่มตลาดพิมพ์หนังสือขายดีออกมาจำนวนมากเพื่อวางขายใน Walmart และ Costcos ซึ่งซูเปอร์มาเก็ตเหล่านี้ก็จะขายหนังสือครึ่งราคา นับเป็นหนทางเดียวที่ซูเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่ใช้ครองตลาดมาหลายทศวรรษในการบีบร้านค้าปลีกขนาดเล็กและคิดว่าในท้ายที่สุดสำนักพิมพ์ก็จะชนะ Amazon เสียที

แต่ก็เหมือนเช่นเดียวกันกับสตูดิโอใน Hollywood ที่เคยต่อต้านวิดิโอเทป ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นการช่วยชีวิตพวกเขา สำนักพิมพ์เองก็ได้รับการปกป้องจาก ebook ตามรายงานของ Harper Collins พบว่ายอดขาย ebook คิดเป็น 17% ของยอดขายรวมของ News Corp’s ในช่วงวันหยุด โดยเพิ่มจาก 14% เมื่อที่ปีแล้ว สำหรับ Lagardere’s Hachette Book Group พบว่า ebook คิดเป็นสัดวส่วนยยอดขาย 33% และทางด้าน Simon and Schuster มียอดขาย ebook รวม 23%

Jeff Bezos ซีโอีโอของ Amazon กล่าวว่าหลายปีมานี้ที่เจ้าของ Amazon Kindle ซื้อหนังสือมากกว่าที่พวกเขาเคยซื้อตอนที่เป็นเจ้าของเครื่องอ่าน ebook อื่น ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ การทำให้ผู้คนสามารถอ่านได้อย่างรวดเร็วบนเครื่องอ่าน ebook และการเชื่อมต่ออุปกรณ์ไร้สายช่วยให้ลูกค้าสามารถซื้อหนังสือ ebook เล่มใหม่ได้ทันทีที่พวกเขาอ่านเล่มล่าสุดจบ

หากลองดูปัจจัยอื่น ๆ อย่างเช่น iPhone iPad และ Galaxy Tabs แน่นอนว่าผู้คนคงจะอ่านหนังสือได้น้อยกว่านี้ถ้าหากพวกเขาไม่สามาารถอ่านหนังสือบนอุปกรณ์ของตนได้

[youtube]https://www.youtube.com/watch?v=3B4fS7AYVWo[/youtube]

.........................................
ร่วมสนับสนุนการทำเนื้อหาได้ที่
SCB : ธนาคารไทยพาณิชย์
ชื่อบัญชี : HEROTHAILAND.COM บัญชี : ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี : 667-265599-4