ห้องสมุดกับเรื่องราวในชีวิต

เพื่อหลีกลี้จากการเลี้ยงดูและอบรมสั่งสอนที่เข้มงวดในกรอบปฏิบัติของครอบครัวที่เคร่งศาสนา ฉันได้เรียนรู้ที่จะยึดถือเอาอิสรภาพในหน้าหนังสือมือสองเป็นที่เร้นกายใจ

จำได้ว่าตอนที่ฉันอายุ 12 ปี ได้ปั่นจักรยานของพี่ชายขึ้นไปบนเขา ซึ่งทันทีที่ไปถึงอากาศบนเขาช่างสดชื่นยิ่งนักท่ามกลางเหงื่อที่ผุดขึ้นเต็มหน้า

ทุกครั้งที่จะออกไปเล่นข้างนอกบ้านนั้นต้องขออนุญาตพ่อแม่ก่อน  ซึ่งนอกจากภูเขาแล้วสถานที่อีกแห่งที่ฉันชอบไปก็คือห้องสมุดที่ห่างจากบ้านเพียงปั่นจักรยานไปไม่ถึง 3 กิโลเมตร บนถนนที่ขวักไขว่ไปด้วยรถรา

……

ด้วยรู้ว่าพ่อแม่คงจะออกไปทำธุระข้างนอกอย่างน้อยก็ราวสองชั่วโมง  ดังนั้นต้องกลับบ้านก่อนพวกเขากลับมา แต่การปั่นจักรยานขึ้นเขากลับบ้านโดยที่กระเป๋าเต็มไปด้วยหนังสือนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แถมหนังสือเหล่านั้นยังเป็นหนังสือที่ถูกห้ามอ่านสำหรับครอบครัวที่เคร่งศาสนา อย่าง แฮรี พอร์เตอร์ สตีเฟน คิงส์ หรือแม้แต่งานของดาร์วิน

เมื่อกลับถึงบ้าน ก็รีบเอาหนังสือไปซ่อนไว้ใต้เตียง จะว่าไปก็เหมือนคนหนึ่งที่เชื่อในพระเจ้าอยู่ในกฏระเบียบได้ตายลงไปแล้วด้วยการที่เผลอไผลไปกินผลแอปเปิ้ลแล้วในที่สุดก็ได้ก้าวเข้าไปสู่โลกอีกใบ !

……

หลายคนคงจะคิดว่าบัตรห้องสมุดใบแรกของฉันมาจากการที่พ่อแม่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูก แต่ไม่ใช่เลย สำหรับครอบครัวเรา การเลือกหนังสือต้องผ่านการพินิจพิจารณาจากผู้นำศาสนาและหลักสูตรบ้านเรียนตามแบบแผนของชาวคริสเตียนเสียก่อน

อาจจะโชคดีอยู่บ้างที่แม่ของฉัน เธอเป็นแม่บ้านที่ทำงานบ้านและมีเวลาอยู่กับลูกทั้งวัน ดังนั้นในบางเวลาเธอจะพาฉันและลูกพี่ลูกน้องไปที่ห้องสมุด ซึ่งขากลับแขนของฉันก็จะต้องอุ้มหนังสือหมวดเดียวที่ได้รับอนุญาตให้อ่านอยู่เต็มไปหมด นั่นก็คือ หนังสือเกี่ยวกับการดูแลม้า !

ตัวฉันเองไม่เคยเรียนขี่ม้าแต่ฝันไว้ว่าอยากจะเป็นเจ้าของม้าสักตัว  ฉันกวาดสายตามองดูรูปทุกรูป หนังสือทุกเล่มในหมวดหมู่ของสัตว์ที่มีในห้องสมุด แม้แต่หนังสือที่มีเนื้อหาเกินกว่าที่ฉันจะเข้าใจในตอนนั้น เหตุการณ์ดำเนินไปแบบนี้ จนไม่เหลือหนังสือในหมวดดังกล่าวให้อ่านอีกแล้ว

บางครั้งแม่เพื่อนที่อยู่ข้างบ้านก็ขับรถมาพาเราไปที่ห้องสมุด แล้วเราก็จะผจญภัยผ่านชั้นหนังสือไปด้วยกัน แม่เพื่อนสังเกตเห็นว่าฉันไม่สามารถยืมหนังสือได้ด้วยตัวเอง เธอจึงช่วยทำบัตรยืมคืนหนังสือห้องสมุดให้ 

เมื่อฉันมีบัตรห้องสมุดของตัวเอง ฉันก็ใช้มันยืมหนังสือและหมกตัวอยู่กับหนังสือวันแล้ววันเล่าโดยอาศัยการไปห้องสมุดพร้อมกับครอบครัวของเพื่อนนั่นแหละ

ข้อเสียของการไปห้องสมุดมีเพียงอย่างเดียวคือ ฉันต้องคืนหนังสือที่ยืมมา หลังจากนั้นฉันถึงได้รู้จักกับร้านหนังสือมือสองหน้าห้องสมุด

….. …………………………………………………………………..

Photo by Patrick Robert Doyle on Unsplash

มันเป็นห้องเล็ก ๆ ที่อยู่ถัดไปจากปากทางเข้าห้องสมุด  ถ้าหากเราเดินผ่านเร็ว ๆ อาจจะไม่ทันสังเกตเห็นมัน บางครั้งจะมีอาสาสมัครเข็นกระบะที่มีหนังสือลดราคาออกมาวางไว้ที่หน้าร้าน เราสามารถแวะไปเลือกดูหนังสือได้ แต่ละเล่มขายในราคาถูกๆ 10-20 บาท* ซึ่งเราอาจจะได้หนังสือปกอ่อนติดไม้ติดมือสักเล่มสองเล่ม

(*ราคาหนังสือเป็นการแปลงจากค่าเงินต่างประเทศ เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจน)

เมื่อรู้แล้วว่า หนังสือที่ร้านทั้งหมดนั้นมีราคาอยู่ระหว่าง 10-20 บาท ทำให้ฉันรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ตั้งแต่นั้นก็เริ่มหยอดกระปุก รอคอยโอกาสที่จะได้ไปห้องสมุดกับครอบครัวของเพื่อนเพื่อที่จะได้หาโอกาสไปจมจ่อมเลือกดูหนังสือที่ร้าน ซึ่งในที่สุดฉันมักจะกลับบ้านมาพร้อมกันกับหนังสือเกี่ยวกับม้า แต่ว่าขณะเดียวกันในตอนนั้นฉันก็ขยายวงอ่านหนังสือที่หลากหลายกว่าเดิมแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนวนิยายแฟนตาซี วรรณกรรมคลาสสิค เอ็นไซโคลพิเดีย รวมถึงหนังสือเกี่ยวกับงานเขียน หรือแม้แต่นิตยสาร National Geographics ที่มีบทความทางวิทยาศาสตร์ดึงดูดความสนใจของฉัน จากหนังสือเกี่ยวกับม้า หลัง ๆ ก็จะมีหนังสืออื่น ๆ เหล่านี้ติดมือกลับบ้านมา เมื่อถึงบ้าน ฉันจะเอาหนังสือเหล่านั้นค่อย ๆ นำไปเรียงที่ชั้นหนังสือไม้ซึ่งคุณปู่เป็นคนทำตอนที่ท่านอายุเท่าฉัน

พ่อแม่เริ่มสังเกตเห็นหนังสือที่หลั่งไหลเข้ามาพร้อมทั้งบอกว่าฉันเริ่มไม่อยู่ในกรอบแล้วนะ พวกเขาเริ่มขัดขวางการเลือกหนังสือเข้าบ้านของฉัน โดยฉันค้นพบว่า ถ้าเลื่อนหนังสือสักเล่มเข้าไปในชั้นด้วยความรวดเร็ว พวกเขาจะไม่ทันสังเกตซึ่งวิธีการดังกล่าวนี้ทำให้ฉันเริ่มที่จะสะสมหนังสือได้

รางวัลจากการกระทำดังนี้ก็คือ ห้องสมุดส่วนตัวของฉันไง 

……….

Photo by Sabina Sturzu on Unsplash

เมื่อขึ้นชั้นมัธยม ฉันขับรถตู้คันเก่าของพ่อไปเรียน แน่นอนว่ารถคันนั้นมันมักจะไปจอดอยู่ริมถนนหน้าห้องสมุดหรือไม่ก็ร้านกาแฟโปรด เมนูประจำก็คือมอคค่าร้อนกับขนมปังกล้วยราดเนย จากนั้นก็พุ่งตรงไปที่ห้องสมุดเพื่อร่วมกิจกรรมสุดโปรดแต่กลับมีคนรู้จักน้อยมาก คือ  กิจกรรมขายหนังสือเก่า หนงสือหายาก

ในแต่ละปีห้องสมุดจะคัดหนังสือเก่า หนังสือหายาก ปลดจากห้องสมุดโดยนำมาจำหน่ายในราคาถูก สนนราคาอยู่ในช่วง 100 – 300 บาท โดยที่ส่วนใหญ่แล้วจะมีสภาพดีและน่าสนใจ ฉันรวบรวมเป็นคอลเล็กชันหนังสือของตัวเองขึ้นมา โดยเฉพาะหนังสือในหมวดที่เกี่ยวกับงานประพันธ์ วรรณคดี ซึ่งจะได้นำมาศึกษาและต่อยอดไปในระดับมหาวิทยาลัยได้ เพราะอยากเรียนคณะมนุษยศาสตร์ภาควิชาภาษาอังกฤษ การได้อ่านได้วิเคราะห์ ตีความ งานเขียนตั้งแต่อดีตนั้นเป็นสิ่งที่ชวนหลงใหล

ทุกวันนี้ หนังสือเก่าและหายากเหล่านี้ยังคงอยู่บนชั้นหนังสือในอพาร์ทเม้นท์ โดยที่หนังสือที่สะสมไว้มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากตั้งแต่ที่ฉันได้ทำงานที่ร้านหนังสือในตำแหน่งผู้จัดหาหนังสือมือสอง บางครั้งก็จะมีโอกาสได้ซื้อหนังสือที่เก่า หนังสือหายาก ซึ่งมันทำให้พบว่า หนังสือที่ฉันได้รวบรวมสะสมจากห้องสมุดมานั้นอาจเป็นสิ่งที่ไม่ได้มีค่ามีราคาค่างวดมากมายอะไร แต่มันเป็นทุกอย่างสำหรับฉัน จนนำทางไปสู่ความอิสระทางปัญญา

…………..

โดยส่วนใหญ่แล้วหากเราอยู่ในบริบทแวดล้อมที่ค่อนข้างเคร่งศาสนา เราก็มักจะมีวิธีคิดที่ยึดถือตามหลักศาสนา การที่เราละทิ้งการยึดถือตามกฏหรือวิธีคิดหรือศีลตามศาสนาอย่างตายตัวนั้น ทำให้เรามีอิสระในการเรียนรู้เกี่ยวกับวิวัฒนาการและประวัติศาสตร์ ไปไกลถึงขนาดที่ว่าทำให้ฉันก้าวจากวิชาหลักภาษาอังกฤษ งานวรรณกรรม ข้ามไปจนถึงระดับวิทยาศาสตร์ชีวภาพ

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ฉันลืมหนังสือทิ้งไว้แล้วบังเอิญแม่มาเห็นเข้าว่ากำลังอ่านหนังสืออะไร เธอจึงไปสำรวจชั้นหนังสือในห้องนอน เลือกเอาหนังสือที่มีเนื้อหาที่คิดว่าไม่เหมาะสมไปกองรวมกันไว้ในกล่องแล้วเอาไปทิ้ง ฉันยังจำเหตุการณ์ครั้งนั้นได้ไม่เคยลืม

……………

ครั้นเมื่อเข้าเรียนวิทยาลัยชุมชนซึ่งไม่ไกลจากบ้านนัก ฉันไม่ชอบการเรียนที่บ้านเพราะรู้สึกไม่มีสมาธิเวลาที่มีพ่อแม่อยู่ใกล้ ๆ จึงเริ่มไปห้องสมุดเพื่ออ่านหนังสือและทำการบ้าน โดยชอบไปนั่งที่โต๊ะประจำตรงชั้นสองพร้อมกับการบ้านคณิตศาสตร์และภาษาวางเรียงอยู่รอบ ๆ บางครั้งก็ลุกไปหาดูนวนิยายวัยรุ่นและจำได้ว่าการสำรวจชั้นหนังสือในช่วงวัยรุ่นตอนต้นเป็นการค้นพบหนังสือที่ทำให้เป็นฉันเองในวันนี้

ห้องสมุดเป็นสถานที่พิเศษสำหรับฉัน ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า เวลาที่ฉันพบชายหนุ่มสักคนที่ชอบ ก็มักจะชวนเขามาที่ห้องสมุด บางครั้งเราอาจจะถือแก้วกาแฟจากร้านโปรดมานั่งคุยกันหน้าห้องสมุด มันเป็นอะไรที่ผ่อนคลายไม่เหมือนกับตอนอยู่บ้าน บางทีก็หาซื้ออะไรมากินหน้าห้องสมุดตอนกลางคืนซึ่งห้องสมุดปิดทำการแล้ว เราพูดคุยกัน หัวเราะ กินอะไรอร่อย ๆ ไปด้วย

จากจุดเริ่มต้นแห่งความสบายใจนั้น เราจึงเริ่มวางแผนออกมาอยู่ด้วยกันเพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องกลับไปที่บ้านอีก

….. …….. …..

หนังสือหลายเล่มบนชั้นหนังสือที่อพาร์ทเม้นท์ของเราตอนนี้มาจากร้านหนังสือมือสองหน้าห้องสมุด ส่วนเล่มอื่น ๆ ก็คือที่ฉันสะสมมาหลายปี โดนสามารถชี้หนังสือเล่มไหนก็ได้บนชั้นแล้วบอกได้ว่าได้มันมาอย่างไร เมื่อไหร่

ส่วนสามีของฉันนะเหรอ ไม่ได้สนใจหนังสือ เขารู้ว่าจะต้องเจออะไรในแต่ละวันกับวิถีชีวิตแบบนี้  ครั้งหนึ่งตั้งแต่ก่อนที่เราจะตกลงคบกัน เขาให้สร้อยข้อมือ ที่สร้อยมีข้อความว่า “ยิ่งมีหนังสือมากเท่าไหร่ ยิ่งมีเวลาให้กันน้อย”

ทุกวันนี้หนังสือของเขาวางติดอยู่กับหนังสือของฉันบนชั้นหนังสือที่เขาทำมันขึ้นมาเอง

หนังสือคือเหตุผลที่ทำให้ฉันป็นฉันในทุกวันนี้ จะว่าไปแล้ว ฉันเองเป็นหนี้การหลีกลี้ที่ยิ่งใหญ่ในวัยเด็ก โดยมีจุดหมายปลายทางคือห้องสมุดและร้านหนังสือเล็ก ๆ ในห้องสมุดนั้น

“สำหรับใครก็ตามที่เป็นคนรักหนังสือ เขาจะซื้อหนังสือมากกว่าที่จะอ่านมันได้หมด หนังสือที่ดีสักเล่ม เร้นกายอยู่ในชั้นหนังสือ แทบไม่เคยถูกเปิดอ่าน เต็มไปด้วยพลังของความรู้ มันเป็นสิ่งที่แสดงออกมาราวกับเป็นวอลเปเปอร์แห่งความรู้”

ร้านหนังสือตามสั่ง รับสั่งหนังสือต่างประเทศและสินค้าจากทั่วโลก ส่งถึงบ้านต่างจังหวัด
Tel : 08-5464-1644 | line id : herothailand.com