เกลือจิ้มเกลือสู้กับ Amazon

ยอดขายหนังสือของ Amazon คิดเป็นสัดส่วนถ้าไม่เกินครึ่งแต่อย่างน้อย ๆ ก็ยืนที่ 40% ของยอดขายหนังสือทั้งหมดในสหรัฐฯ

ขณะเดียวกันร้านหนังสืออิสระในสหรัฐฯ ก็มองหาช่องทางหลากหลายในการใช้นวัตกรรม วิธีการต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งนโยบายเกลือจิ้มเกลือสู้กับ Amazon

ด้วยนโยบาย Amazon Prime ที่จัดส่งสินค้าภายในวันเดียวหรือภายในไม่กี่ชั่วโมง แล้วอย่างนี้ร้านหนังสืออิสระจะยังหวังที่เอาชนะ Amazon ได้อย่างไร ?

งั้นเรามาหาวิธีสู้กับยักษ์กัน

แอนดี้ ฮันเตอร์ เปิดตัวเว็บไซต์ Bookshop.org  เพื่อที่จะเป็นที่สะสมส่วนแบ่งกำไรสำหรับยอดขายออนไลน์ของร้านหนังสืออิสระ ร้านหนังสือไม่ได้กำลังพยายามต่อสู้กับยักษ์ Amazon เหมือนกับที่เดวิดสู้กับโกไลแอธในตำนาน หากแต่ต้องการที่จะดึงส่วนแบ่งการขายหนังสือออนไลน์กลับมาให้กับกลุ่มร้านหนังสืออิสระและชุมชนของพวกเขา

ฮันเตอร์ ตระหนักดีถึงปัจจัยแวดล้อมที่เปราะบางและผลกำไรที่ข้องเกี่ยวกับการขายหนังสือ โดยเฉพาะอย่างย่ิงร้านขายหนังสือขนาดเล็ก เขาบอกว่า “ถ้าหากปราศจากร้านหนังสือแล้ว คนก็จะอ่านหนังสือกันน้อยลงแล้วหนังสือก็จะกลายเป็นเพียงแค่ส่วนเล็ก ๆ ในวัฒนธรรมของเรา นั่นถือได้ว่าเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ หนังสือช่วยให้เราเข้าใจตัวเอง เข้าใจโลก และสถานที่ของเราในแนวทางที่ไม่มีสื่ออื่นใดลอกเลียนแบบได้

Amazon ได้ใช้วิธีการขายหนังสือโดยให้ค่าคอมมิชชั่นผ่านการแนะนำให้มาซื้อที่เรียกว่า affiliate program ในทำนองเดียวกัน ร้านหนังสือ นักเขียน หรือผู้คนทั่วไปสามารถเข้าร่วมกับร้านหนังสือของเรา Bookshop.org ผ่านการเป็น affiliate partners กับเราได้เช่นเดียวกัน โดยการวางลิ้งค์มายังร้านหนังสือผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ของแต่ละคน หรือจะเป็นการแนะนำผ่านอีเมล์หรือเว็บไซต์ก็ได้

ร้านหนังสือออนไลน์ของเราจะให้ค่าคอมมิชชั่นหรือค่าแนะนำ 25% หากมีการสั่งซื้อหนังสือหรือสินค้าอื่นใดของทางร้าน โดยที่คุณไม่ต้องทำงานอะไรที่ต้องไปข้องเกี่ยวกับการจัดการสินค้าคงสต็อก การจัดส่งหรืออะไรอย่างอื่น โดยทุกคำสั่งซื้อจะถูกบริหารจัดการโดย Ingram Publishing Group

สำหรับการสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ของเราโดยตรงที่ไม่ผ่าน affiliate partners นั้น เราก็จะหัก 10% เข้ากองกลางเพื่อที่จะปันผลให้ร้านหนังสืออิสระที่เป็นสมาชิกของเราทุก ๆ 6 เดือน และปันผลให้แต่ละร้านเท่า ๆ กัน

ตั้งแต่เปิดตัวเว็บไซต์ดังกล่าวเมื่อต้นปีที่ผ่านมา มี affiliate partners เพิ่มขึ้นถึง 600 รายและมีรายงานว่าเงินกองกลางสำหรับร้านหนังสืออิสระที่เข้าร่วมกับช่องทางนี้เพิ่มขึ้นเกินกว่า 4,300 เหรียญฯ ฮันเตอร์บอกว่า “เราตั้งเป้าหมายยอดขายของร้านหนังสือสิ้นปี 2020 ไว้ที่ 3 – 4 ล้านเหรียญฯ ส่วนเป้าหมายระยะยาวได้ตั้งเป้ายอดขายต่อปีไว้ที่ 30 ล้านเหรียญฯ

ฮันเตอร์หวังว่าเราจะขยายโมเดลธุรกิจดังกล่าวไปยังแคนาดาและบางทีอาจขยายไปในระดับนานาชาติเนื่องจากมีร้านหนังสือหลายแห่งในยุโรปให้ความสนใจกับแนวทางดังกล่าวนี้

อย่างไรก็ตามเขาบอกว่า Bookshop.org จะยังไม่ก้าวเข้าไปในยุโรปในช่วงปีหน้านี้

ในขณะที่ Barnes & Noble กำลังต่อสู้เพื่อรักษาเชนร้านหนังสือตามมุมถนนต่าง ๆ ของตนไว้ แต่ยอดขายหนังสือตัวเล่มของ Barrnes & Noble กลับทำได้เพียงครึ่งเดียวของยอดขายหนังสือตัวเล่มที่ Amazon ทำได้ 

เช่นเดียวกันกับผู้ขายหนังสือรายหลายต่างยังคงต้องการจะครอบครองพื้นที่เพื่อขายหนังสือตัวเล่มแต่นั่นมันดูท่าจะไม่เพียงพอแล้ว การเข้าไปสู่ bookmobile ร้านหนังสือเคลื่อนที่เช่นเดียวกับรถขายอาหารเพียงแต่เปลี่ยนจากอาหารเป็นหนังสือ สำหรับ bookmobiles  เรามีหนังสือที่โลดแล่นไปบนล้อและมักจะไปจอดตามพื้นที่ต่าง ๆ รอบเมืองในทุก ๆ วัน

ทางด้าน American Booksellers Association รายงานว่ามีร้านหนังสืออิสระเปิดใหม่จำนวน 111 แห่งในปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจากปี 2018 คิดเป็น 12% โดย 2 แห่งจาก 111 แห่ง เป็นร้านหนังสือเคลื่อนที่

ร้านหนังสือตามสั่ง รับสั่งหนังสือต่างประเทศและสินค้าจากทั่วโลก ส่งถึงบ้านต่างจังหวัด Tel : 08-5464-1644 | line id : @herothailand.com

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here