เรื่องเล่าเศร้าสุขบนพื้นพิภพแห่งนี้


ตอน เรื่อง บ้าน บ้าน  : โดย บัวคลี่

เขาให้ฉันเขียนก็เลยมาเขียน แหมหลอกง่ายจริง!? เปล่าหรอกพอดีว่าเพื่อนที่เคารพรักอย่างยิ่งชวนให้มาช่วยสร้างสีสันให้กับ เว็บของเธอหน่อย ด้วยความที่รักเพื่อนและมีใจที่อยากเขียน บ่น เล่า เว่า ระบาย อยู่เป็นทุน กอรปกับช่วงนี้เพลาพอมี ก็เลยอยากแจม แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสีที่ออกมานั้นจะเป็นสีอะไร – _-!

โอ๊ะ!แต่จะเป็นสีอะไรก็ช่างมันเหอะในเมื่อหลวมตัวมาชวน เราก็มิอาจพลาดได้ (อิอิ)

แต่ กว่าที่จะเขียนออกมาได้น้านนน ต้องอาศัยการเค้นสมองอันน้อยนิดของฉัน เล่นเอากระอักเลือด(รู้สึกว่าเวอร์นะเนี่ย)ร่ายมาซะยาวเข้าเรื่องซะทีอันว่าการที่จะเล่าได้ดีคงต้องเริ่มจากเรื่องที่ตัวเองคุ้นชินและได้สัมผัสอยู่เป็นประจำใช่ไหมคะและสิ่งที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องบ้านบ้าน

ใช่ แล้วค่ะ “บ้าน” ใครก็มีบ้าน แปลกอะไร บ้านคือที่อยู่อาศัย ธรรมด๊า ธรรมดา สามัญสุดๆ แต่สำหรับฉันแล้ว คำว่าบ้านนั้นแม้จะดูเป็นคำที่ธรรมดา คุ้นหูคุ้นปากกันดี แต่ก็แฝงไปด้วยพลังบางอย่าง ไม่เช่นนั้นแล้วทางฝรั่งเขาคงไม่แบ่งเป็นคำว่า House กับ Homeหรอก

คำว่า House จะมีความหมายในเชิงของบ้านที่เป็นอาคาร สิ่งก่อสร้าง ส่วนคำว่า Home หมายถึงบ้านที่มีสมาชิกในครอบครัวมีความอบอุ่น และที่ฉันกล่าวถึงในที่นี้คือ คำว่า Homeนั่นเอง

บ้านของฉันเป็นห้องเช่าเล็กๆอาคารชั้นเดียวผนังห้องติดกันมีบริเวณเล็กน้อยข้างหลังมีต้นจำปีพุดซ้อนกระดังงามะม่วงกล้วยฯลฯสภาพภายในรกเป็นปรกติเฟอร์นิเจอร์ตามอัตภาพมีสมาชิกคือพ่อลูกพร้อมสัตว์เลี้ยงยอดนิยมจำพวกจิ้งจกตุ๊กแกมดแมลงสาบยุงอะไรก็ว่ากันไปพองามสามสี่ชนิด

บ้านของฉันอาจจะต่างกับคำว่าบ้านของใครหลายๆคน เพราะฉันเลือกที่จะเรียกมันว่าอย่างนั้นตามความรู้สึกว่ามันคือ Home ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกดีๆและอบอุ่นอยู่เสมอ บวกกับเห็นพ้องกับแนวคิดของชาวญี่ปุ่นที่ว่าไม่ว่าที่พักอาศัยของคุณจะเช่น ไร คฤหาสน์ใหญ่ยักษ์ อพาร์ทเมนท์ สิบชั้น คอนโดมิเนียมหรู หรือ หรือห้องรูหนูคับแคบ ต่างถูกขนานนามว่าบ้านทั้งนั้น ฉันจึงไม่เคอะเขินที่จะเรียกมันว่าบ้านอย่างเต็มปากเต็มคำ

บ้านคือวิมารฉันว่าจริงนะเพราะบ้านเป็นสถานที่ที่เป็นของเรามีคนที่เรารักมากมายด้วยสิ่งของที่เราชอบและมันมีความแปลกตรงที่ว่าเมื่อมันคือบ้านของเราต้นไม้ธรรมดาๆต้นหนึ่งกลับให้ร่มเงาเย็นสบายเหลือเกินดอกของมันก็ส่งกลิ่นหอมหวานเบิกบานต้อนรับเราเสมอเจ้าเมล็ดสีน้ำตาลกับขนขาวฟูนุ่มที่ลอยมาตามกระแสลมนับสิบตัดกับฟ้าสีแจ่มและเมฆทอใยบางเบาในช่วงหน้าร้อนก็ช่างสวยงามโดยแท้เสียงนกที่ร้องขับขานในยามเช้าเสียงจักจั่กเรไรหรือแม้แต่เสียงสายฝนเย็นฉ่ำที่ตกกระทบลงบนหลังคาใบไม้และผืนหญ้าสีเขียวอ่อนกรุ่นละอองกลิ่นดินในยามเย็นที่มีแสงสีเหลืองอมส้มฉาบทาไปทั่วทั้งถนนหนทางและบ้านเรือนก็ช่างไพเพราะกว่าที่แห่งไหน

ใน วันหยุดฉันมักนอนบนที่นอนนุ่มๆสูดกลิ่นของผ้าห่มหอม(แม้อาจจะเหม็นสำหรับใคร บางคน) สัมผัสสายลมเย็นที่พัดมาเป็นครั้งคราอย่างเอื้ออาทร มองไปที่หนังสือนิยายกองพะเนินและหยิบมันขึ้นมาเพื่อผจญภัยไปในที่ต่างๆโดย ที่ฉันไม่ต้องออกไปไหน หรือไปที่กองหนังสือเรียนที่อ่านแล้วช่วยให้หลับสบายไม่มีพลิกตัว ก็ดีไม่น้อย แล้วฉันก็ชอบมองแสงแดดสีส้มสดเล็ดลอดมาตามบานเกล็ดในยามบ่าย สาดกระทบน้ำในตุ่มดินสีน้ำตาลที่มีตระไคร่สีเขียวสดเกาะประปรายสะท้อนมาใน ตัวบ้านระยิบระยับ

บ้านคืออาณาจักรของเราจะทำอะไรก็ได้ตามสบายไม่ต้องมีมาดจะเกลือกกลิ้งแคะขี้มูกเปิดเพลงอะไรก็ได้ไม่ต้องมีใครมาถามว่าฟังเพลงอะไรของเธอน่ะหรือว่าจะทำอาหารพิสดารก็ไม่มีใครว่า

บรรยากาศ โดยทั่วไปของบ้านหลังนี้ค่อนข้างแปรปรวนมีความอบอุ่นหนาวบ้างร้อนบ้างเย็น บ้างอาจมีคลื่นลมแรงเล็กน้อย (ชายฝั่งโปรดระวังและงดออกเดินเรือ!!)เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลและอารมณ์ของผู้อยู่อาศัยแต่มันมีความมหัศจรรย์อยู่อย่างหนึ่งคือไม่ว่าฉันจะเจ็บปวดทุกข์ร้อนเหนื่อยล้าด้วยสิ่งใดก็ตามสายลมแสงแดดฝนกระหน่ำแม้แต่มโนกรรมกายกรรมหรือวจีกรรมของเพื่อนร่วมโลกที่ปรารถนาดีแต่ประสงค์ร้ายสงครามประสาทห้ำหั่นเชือดเฉือนแต่เมื่อกลับมาบ้านทุกๆส่วนในบ้านก็พร้อมที่จะโอบกอดรับฟังและไม่ดุด่าว่าซ้ำเติมเราเรื่องเศร้าทั้งหลายจะค่อยๆทุเลาลงกลายเป็นเรื่องบ้านบ้านที่เปลี่ยนฉันให้เบิกบานขึ้นได้

จึงนับได้ว่าบ้านเป็นสถานที่เยียวยาทางจิตใจเป็นอย่างดี ฉันเลยนึกไปถึงเพลงวันว่าง ของChocolate Kit สถานที่ที่เหมาะกับเพลงนี้มากที่สุดน่าจะเป็นบ้าน ตามเนื้อเพลงที่ว่า

“ และแล้ว ก็ถึงตอนเช้าอีกครั้งตื่นมาก็ลุกจากเตียง เตียงเก่า วันนี้เป็นวันที่ฉันไม่ต้องเหงาได้ทำบาง สิ่งที่ฉันมีความสุข

วันนี้ ไม่ต้องพบกับความเศร้าไม่ต้องเหงา ไม่ต้องมาสับสน อีกครั้งปลีกตัวเองจากผู้คน ได้หยุดพัก

อยู่คนเดียว ไม่วุ่นวายได้อาบน้ำ ได้สระผม กินขนม นั่งดูทีวี หลับตาพัก เผื่อพรุ่งนี้เธอจะดีกับฉันเหมือนเดิม

วันนี้ ไม่มีเรื่องเธอในใจฉันเหนื่อยนักพักลงที่วันว่างเปล่า อยากขอแค่เพียงไม่คิดเรื่องเก่าที่มันทำให้ใจฉันเป็นกังวล

วันนี้ ไม่ต้องพบกับความเศร้าไม่ต้องเหงา ไม่ต้องมาสับสน อีกครั้งไม่ต้องพบเธออีกหน ที่ทำร้าย

ให้จิตใจ ต้องเจ็บช้ำได้อาบน้ำ ได้สระผม กินขนม นั่งดูทีวี หลับตาพัก เผื่อพรุ่งนี้เธอจะดีกับฉันเหมือนเดิม

หยุดพักใจ หยุดไหวหวั่นปล่อยความฝันไปตามที่ใจ ปรารถนา หยุดรักใครหยุดซักครา

สุขหนักหนาเพราะว่าหัวใจไม่ต้องเจ็บช้ำได้อาบน้ำได้สระผมกินขนมนั่งดูทีวีหลับตาพักเผื่อพรุ่งนี้เธอจะดีกับฉันเหมือนเดิมอีกครั้ง”

แม้กระทั่งคนที่ผิดหวังจากความรักก็ยังรู้สึกดีขึ้นมีกำลังใจและความหวังที่จะสู้ต่อไปเมื่อได้อยู่บ้าน

ไม่เพียงเท่านี้ในการกลับบ้านทุกๆครั้งของฉัน (ไม่ใช่บ้านเก่านะ) ยังหมายถึงการได้ทบทวนสิ่งต่างๆและเริ่มต้นอะไรบางอย่างหรือแสวงหาหนทาง เพื่อก้าวต่อไป ทำนองเดียวกับเวบไซต์ที่ มีหน้า Home ให้เราได้กลับไปเริ่มต้น เนื่องจากข้อมูลในเวบไซต์มีมากมายเหลือคณาเราคงมีเวลาไม่มากพอที่จะอ่าน ข้อมูลในสารระบบเหล่านี้ได้หมด ที่หน้านี้จึง มีเครื่องชี้ให้เห็นทิศทางไปสู่เป้าหมายต่างๆจำแนกข้อมูลถูกจำแนกออกเป็นหัว ข้อสั้นๆ เพื่อที่เราจะได้คลิกมุ่งตรงไปยังข้อมูลเชิงลึกของสิ่งที่เราต้องการ (ขืนมีแต่ข้อมูลเต็มหน้ามีหวังคงตาลายกันไปข้าง)

ความรู้สึกของคำว่าบ้านนี้คล้ายกันกับในหนังสือ SONG of HAPPINESS เขียนโดย กบในกะลา มีอยู่ตอนหนึ่ง เขาได้หยิบยกคำพูดแสนน่ารักของ วินนี่ เดอะ พูห์ ที่บอกเราว่า

Home is where the heart is,So follow your heart and you know that you can’t go wrong.

ถ้าคุณเหนื่อยกับชีวิตหรือสับสนกับหนทางที่ก้าวเดินไม่รู้จะเริ่มที่ไหนบ้านคือจุดเริ่มต้นของก้าวต่อไป

กลับบ้านกันไหมคะ…

ร้านหนังสือตามสั่ง รับสั่งหนังสือต่างประเทศและสินค้าจากทั่วโลก ส่งถึงบ้านต่างจังหวัด
Tel : 08-5464-1644 | line id : herothailand.com