ใช้เงินแบบไหนถึงจะดี

Money
Photo by
Sharon McCutcheon

โจวานนา โทเซลโลได้เล่าว่า ปู่ของเธอเป็นคนที่ประหยัดที่สุดที่เธอรู้จักเลยก็ว่าได้ ปู่จะมีเสื้อไหมพรมอยู่สองสามตัวและก็ใส่มันซ้ำ ๆ วน ๆ กันอยู่แค่นั้น หนึ่งในนั้นก็มีรูโหว่เห็นได้ชัดเจน หลายปีก่อน แม่ซื้อเสื้อไหมพรมตัวใหม่ให้ปู่แต่ปู่ก็ไม่ยอมใส่ แม้แต่ป้ายก็ไม่ยอมดึงออก เก็บไว้อยู่อย่างนั้น คือต้องรอให้เสื้อที่มีอยู่ตะเข็บรุ่ยจนซ่อมไม่ได้แล้วอะไรแบบนี้ถึงจะยอมทิ้งมันไป ปู่พอจะมีเงินเก็บอยู่บ้างแต่ปู่ก็ยังใช้จ่ายอย่างมัธยัสถ์จับจ่ายใช้สอยอะไรเท่าที่จำเป็น

 

ซึ่งเรื่องนี้ฉันพอเข้าใจได้ คนที่เคยผ่านช่วงสงครามและความอดอยาก เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีข้าวกินตอนไหน วันไหนต้องอด เข้าใจว่าด้วยความกลัวหรือความกังวลตรงนี้ของปู่เป็นสิ่งที่ทำให้ปู่ผ่านพ้นช่วงเวลาดังกล่าวมาได้

 

แต่ช่วงเวลานี้มันต่างจากตอนนั้นนะคะปู่ เป็นช่วงเวลาที่มีโอกาสและสิ่งต่างๆให้ปู่เลือกมากมายกว่าที่ปู่เคยจินตนาการในวัยเด็กเสียอีก ทว่าปู่ยังคงกำหนดความต้องการในชีวิตไว้มากกว่าสิ่งที่ปู่อยากได้อยากมีอยู่ดี

ไม่ว่าเราจะมีรายได้เข้ามาเท่าไหร่ การที่เราหมกหมุ่นอยู่กับการใช้ชีวิตแบบมัธยัสถ์มากเกินไปก็ไม่ได้ทำให้เรารวยมากขึ้น ในทางกลับกันมันอาจจะส่งผลให้เรารู้สึกหมดแรง หมดหวังก่อให้เกิดความเครียดตามมา คือไม่ได้จะบอกว่ามันเป็นเรื่องไม่เข้าท่าที่เราจะอยู่อย่างประหยัด เก็บหอมรอบริบ ไรงี้ แต่ก็ไม่ควรจะให้มันกดดันตัวเราจนมากเกินไป

……

เมื่อเรื่องงบประมาณของเรา คอยวนเวียนครอบงำจิตใจเรา เรากำลังแสดงออกถึงความกลัวและความกลัวนั่นเองที่ผลักไสเราให้ห่างออกไปจากการลงทุนในตัวเองรวมทั้งการสร้างคุณค่าที่แท้จริง

บ่อยครั้งที่ฉันคิดถึงเพื่อนคนถึง เขามักจะตำหนิราคาสิ่งของที่ดูเหมือนจะแพงไปเสียทุกอย่าง

ครั้งหนึ่งเพื่อนคนนี้เคยขับรถไปไกลสองชั่วโมงเพื่อซื้อรถมือสองที่ราคาถูกกว่าเต๊นท์รถที่อยู่แถวบ้าน โดยได้ราคาถูกกว่ากันหมื่นนิด ๆ  แถมยังเคยนั่งรถทัวร์ไปยังโชว์รูมรถ ใช้เวลาดูรถเป็นวันแล้วค่อยนั่งรถทัวร์กลับบ้าน จนกระทั่งตัดสินใจได้ว่าจะซื้อก็ทำแบบเดียวกันคือนั่งรถทัวร์ไปโชว์รูมแล้วใช้เวลาพินิจพิจารณาทั้งวันแล้วนั่งรถทัวร์กลับ ก่อนจะได้รับรถหลังจากนั้น…

ผ่านไปสองเดือน รถชน ! แต่ไม่ได้ซื้อประกันไว้  ค่าซ่อมก็ราว 62,000 บาท นี่ยังไม่รวมเวลาที่เสียไป ไหนจะค่านั่งรถไป-กลับที่ทำงานอีก คือของบางอย่างเสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย จะประหยัดกับโดนจัดเต็ม อะไรแบบนี้

ส่วนตัวฉันนะเหรอ ไม่ได้ไปกินข้าวนอกบ้านทุกสัปดาห์หรอก ไม่ได้ไปนอนโรงแรมอย่างหรู แล้วก็ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนบ่อย ๆ ไม่ได้ใช้เงินแบบมือเติบ

แต่ฉันมีกฏของฉันว่า เวลามีเงิน ฉันก็โอเคนะกล้าใช้เงินแต่ก็สักสองพันสามพันสำหรับสิ่งของที่ดูแล้วราคามันแพงกว่าที่ต้องจ่ายคือคุ้มค่ากับการใช้เงินซื้อว่างั้นเถอะ สมมติว่าร้านขายของชำแถวบ้านขายของแพงกว่าร้านขายของชำที่ต้องขับรถไกลออกไป 20 นาที ฉันก็จะซื้อร้านใกล้บ้านนี่แหละ หรือถ้าหากห้องโรงแรมที่ใหญ่กว่าทำให้มีพื้นที่ทำงานได้สะดวกกว่าฉันก็จะขออัพเกรดไปเป็นห้องที่ใหญ่กว่า หรือถ้าต้องเลือกกินระหว่างสเต็กกับพาสต้า แต่ว่าสเต็กแพงกว่านะ แต่ถ้ากินพาสต้าสักพักก็หิวไม่อยู่ท้อง ฉันก็จะเลือกกินสเต็ก

 

……

แน่นอนว่า ทุกคนต่างก็มีความต้องการ รายได้และวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน แต่ไม่ว่าจะอย่างไร การมีความต้องการเป็นเรื่องสำคัญ มันช่วยให้เราจดจำช่วงเวลานั้น  นึกถึงความสบาย ความประทับใจ ที่มองเห็นเป็นตัวเงินที่มีค่า

ส่วนการประหยัดมัธยัสถ์นั้นไม่ได้เป็นกลยุทธ์ทางด้านการเงินที่มีประสิทธิภาพที่สุด เอาเป็นว่าการที่ตัวฉันเองไม่ได้ถึงขนาดต้องมัธยัสถ์ขั้นนั้นแต่รู้จักใช้จ่ายบ้างให้รางวัลตัวเองบ้างมันกลับทำให้มีแรงที่จะพัฒนาทักษะหาเงินให้เก่งขึ้นไปอีก กล้าที่จะพูดต่อหน้าผู้คน สื่อสารความคิดของเราออกไป กล้าที่จะเป็นผู้นำกลุ่มรวมทั้งกล้าตัดสินใจอะไรยาก ๆ โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะตกงานไหม เพราะฉันรู้ว่าชีวิตจะยังดำเนินไปต่อได้

การสร้างชีวิตเราให้มีอิสระในการที่จะทำอะไรได้ตามใจนั้น บางครั้งอาจหมายถึงการใช้เวลาสุดสัปดาห์ไปกับเพื่อนสนิทที่ไม่ได้มีโอกาสเจอกันบ่อยนักถึงแม้ว่าเราอาจจะต้องใช้จ่ายไปเป็นเงินในสัดส่วนที่มากหากเทียบกับเงินเก็บ (แต่ก็คงไม่ได้มากจนเว่อร์ แบบใช้ไปห้าหมื่นจากเงินเก็บหนึ่งแสนอะไรแบบนี้)

ถ้าหากเราดำเนินชีวิตไปในแนวทางที่เพิ่มคุณค่าให้ตัวเองอย่างต่อเนื่อง ในท้ายที่สุดคุณก็จะเป็นคนรวยได้เหมือนกัน

ร้านหนังสือตามสั่ง รับสั่งหนังสือต่างประเทศและสินค้าจากทั่วโลก ส่งถึงบ้านต่างจังหวัด
Tel : 08-5464-1644 | line id : herothailand.com