20 คนฟุตบอลพันธุ์ฮา (ตอนที่ 2 )

อันดับที่ 15 “เจ๊”

ในยุคที่เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน เข้ามาคุมทีมแมนยู ฯ โดยเฉพาะตั้งแต่ปีทศวรรษ ’90 ถึงยุคปัจจุบัน แมนยู ฯ ประสบความสำเร็จในการคว้าแชป์ลีกมากมายจนขึ้นมาทาบรัศมีความสำเร็จของลิเวอร์พูลในอดีตได้อย่างสูสี มีเพียงอาร์เซนอลและเชลซีเท่านั้นที่แย่งแชมป์พรีเมียร์ชิพจากแมนยู ฯ มาครองได้สำเร็จ ( ไม่นับแบล็คเบิร์นที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ครั้งแรกครั้งเดียวจบ ) เชลซีนั้นไม่ต้องพูดถึง ด้วยศักยภาพทางการเงินของสโมสร พวกเขามีกำลังทรัพย์ที่เป็นฐานให้แข่งขันกับทุกทีมในโลกได้

แต่อาร์เซนอลมีดีอะไรที่จะมาแข่งขันกับอภิมหาสโมสรลูกหนังเช่น แมนยู ฯ ได้ คำตอบที่กันเนอร์สทั้งหลายพร้อมจะตอบหมือน ๆ กัน คำตอบนั้นก็คือ…. “เจ๊” ครับ

Arsenal มี Arsene Wanger ผู้จัดการทีม มาดนิ่ม ชาวฝรั่งเศสที่ชื่อคล้ายกับสโมสรยังไงยังงั้นคนนี้แหละครับ ที่ทำให้อาร์เซนอลมีทุกวันนี้ได้ เพราะหลังจากที่เวนเกอร์เข้ามาคุมทีมก็ทำหน้าที่ได้จนสะดุดตาทุกทีม พร้อมกับเป็น “เจ๊” ดันนักเตะโนเนมหลายคนให้กลายเป็นนักเตะระดับโลกมากมาย อาทิ แพทริก วิเอร่า , เอมมานูเอล เปอร์ตีต์, นิโคลาส์ อเนลก้า, เชส ฟราเบรกาส, โคโร่ ตูเร่ หรือแม้แต่ เธียร์รี่ อองรี เป็นต้น

แม้ปัจจุบัน อาร์เซนอล จะมีนโยบายสร้างทีมจากการประหยัดเงิน สร้างสนามใหม่ และขายนักเตะที่ที่กำไร จนเป็นสาเหตุให้คุณภาพและผลงานของทีมลดลงไป หลายครั้งเราได้เห็นรอยย่นบนใบหน้าของ “เจ๊” ชัดเจนมากขึ้นกลายเป็นเจ๊ที่ “เหี่ยว” จนคล้ายกับนักแสดงตลก “เหี่ยวฟ้า” ของไทยเลยก็ตาม แต่เจ๊ก็ยังไม่หยุดดันเด็กรุ่นใหม่ขึ้นมา …ใจนบางครั้งคนตั้งข้อสังเกตว่าเจ๊ “รักเด็ก” และเป็นพวกแบบว่า หรือเปล่า

ตัวอีแร้งแดงไม่เชื่อว่าเจ๊จะเป็นพวกเบี่ยงเบนแต่อย่างใดครับ ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ว่า ใครจะมีรสนิยมชอบพวกของแปลก อย่าง ซานยา, เอบูเอ้, ‘บายอร์ ฯลฯ ที่เจ๊ชอบดันขึ้นมาได้ล่ะครับ ถ้าเจ๊เป็นก็คงจะเป็น Gaylord “เกย์เฒ่าเจ้าเล่ห์” ที่รสนิยมวิปริตสุด ๆ เลยครับ ….คิดแล้วสยอง

อีแร้งแดงขอทำนายว่า หลังจากสิ้นยุคของท่านเซอร์แพนด้าแล้ว เจ๊น่าจะกลับมาแบ่งความสำเร็จกับทีมอื่น ๆ อีกครั้งหนึ่งแน่นอนครับ …. Confirm ครับ

อันดับที่ 14 “แป้ง”

ครั้งแรกที่อีแร้งแดงได้อ่านฉายาของนักเตะผู้นี้ผ่านสายตาก็นึกอดขำไม่ได้ว่าคนตั้งฉายาช่างมีอารมณ์สุนทรีย์จริงหนอ ปกติแล้ว “แป้ง” น่าจะเป็นชื่อของผู้หญิง แต่ในภาษาไทยนั้นยังมีความนัยหมายถึงหญิงสาวที่มีกริยาเรียบร้อยดังผ้าพับไว้อยู่ในทีด้วย

“แป้ง” จึงเป็นนักเตะมาดนิ่ม ติ๋ม ๆ แต่มีอะไรที่ไม่ธรรมดาแฝงอยู่

คุณครับ ผมกำลังพูดถึงนักเตะพรสวรรค์คนหนึ่ง ที่เคยโด่งดังในเวทีบุนเดสลีกาเยอรมันกับเสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เขาคือ กองกลางตัวรุก ทีมชาติสาธารณรัฐเชก นาม โทมัส โรซิคสกี้ ครับ

หลังจากที่ โรซิคสกี้ย้ายมาค้าแข้งกับไอ้ปืนใหญ่ น้อยครั้งนักที่ผมเห็นเขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงของเกมส์ โอกาสมักไปตกกับนักเตะดาวรุ่งคนอื่นที่ “เจ๊” พยายามปลุกปั้นดันขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่ตัว “แป้ง” มีศักยภาพเพียงพอที่จะเป็นจอมทัพพาอาร์เซนอลเพื่อทำผลงานไต่อันดับไปได้สูงกว่านี้ก็ตาม อีกทั้งความเป็นนักเตะกระดูกเปราะ เจ็บง่ายเกินไป จึงทำให้แฟนบอลหลายคนเริ่มจะลืมเลือนเขาไปบ้างเหมือนกัน

ถ้าเจ๊ได้ลองหันกลับมาเห็นความสำคัญของแป้งมากกว่านี้ เชาจะกลายเป็นตัวจักรในการผลิตสกอร์ให้กับทีมปืนใหญ่ ในบทบาทหน้าต่ำผู้ทะลุทะลวงแนวรับของทุกทีมครับ ดีกว่าที่จะเลือกใช้บริการเด็กที่มีแต่ฟอร์มการเล่นสวยหรู “ที่ดีแต่ป้อ … แต่ล่อไม่เป็น” …. ฟันธงครับ

อันดับที่ 13″สรพงษ์”

นี่ไม่ใช่พระเอกหนังไทยรุ่นเก่า ผู้เป็นพระเอกคู่บุญในหนังของท่านมุ้ยแต่อย่างใด หากแต่เขาคือนักเตะกองหน้าผิวสีร่างยักษ์ของสาลิกาดง นิวคาสเซิล ยูไนเต็ดในยุคปี ’90 ที่นิวฯ ทำแชมป์หลุดมือไปให้ผีแดงได้อย่างไรก็ไม่ทราบ … เลส เฟอร์ดินานด์

ด้วยหน้าตาที่คมขำ ประกอบกับผิวดำขลับ คล้ายกับพระเอกหนังไทยรุ่นลุงท่านนั้น อาจเป็นองค์ประกอบหนึ่งนอกจากการเล่นลูกกลางอากาศชนิด “เจ้าเวหา” ของเขาที่คิงเคฟ มอบความไว้วางใจให้เขาเป็นตัวจริงของทีม… แต่แม้นิว ฯ จะพยายามสร้างผลงานเพียงไร แม้ “สรพงษ์” จะพังประตูคู่แข่งไปกี่ประตู แต่นิว ฯ ก็ยังไปไม่ถึงฝั่งฝันสักที และนี่เองจึงทำให้ท้ายสุดเขาจำต้องย้ายไปร่วมทีมไก่เดือยทองในขณะที่ผ่านจุดสุดยอดของการเป็นนักเตะอาชีพไปแล้ว

แม้ว่า “สรพงษ์” จะทำผลงานความฮาสะท้านไวท์ ฮาร์ท เลน เพียงไรก็ตาม แต่ปัจจุบันเขากลับได้ดิบได้ดี กลายมาเป็นผู้ฝึกสอนในเล้าไก่แห่งนี้ไปเสียยังงั้นครับ

ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า … เราคงพบพี่เขาในนเรศวร ภาค 3 เร็วๆ นี้นะครับ ( อยากดูเต็มทีแล้วครับท่าน )

อันดับที่ 12 “ห้อย”

คุณ ๆ ครับ คุณอย่าเข้าใจผมผิดนะครับว่า ผมกำลังเขียนถึงนักการเมืองคนหนึ่ง ผู้พลิกขั้วอำนาจทางการเมืองของประเทศที่เราคุ้นชื่อกันดีอยู่นะครับ ….

เพราะผมกำลังเขียนถึง นักฟุตบอลระดับโลกคนหนึ่งซึ่งคุณรู้จักเขาดีครับ

เขาคือ เธียร์รี่ อองรี กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสและบาร์เซโลน่า ผู้โด่งดังนั่นเองครับ

อองรีผู้เป็นเจ้าของใบหน้าที่ดูตลกและมีริมฝีปากล่างห้อยย้อยลงมาตามประสาเครือญาติของ “นิเชา”  ในเรื่องเทวดาท่าจะบ๊องส์

คุณครับ ผมสาบานได้เลยว่า ครังแรกที่ผมดูการเล่นของเขานั้น ลักษณะภายนอกของเขา ไม่เหมือนกับอองรีตอนนี้เท่าไหร่ครับ คือ ตอนที่เขายังอยู่กับอาแอส โมนาโกอยู่นั้นเขาไว้หนวดและทำทรงผมคล้ายกับ ลีโอเนล ริชชี่ นักร้องผิวสีที่ร้องเพลง “Say you, say me” ประมาณนั้นเลยครับ แต่สิ่งที่ผมประทับใจเขามากคือ หมอนี่คล่องแคล่ว ว่องไว และเล่นบอลเก่งสุดยอดเลย ! ทำไมลิเวอร์พูลไม่ซื้อเขามาหนอ

หลังจากไม่อาจแจ้งเกิดกับทีมใหม่อย่างเจ้าม้าลายของอิตาลี อองรีตัดสินใจย้ายมาร่วมทีมปืนใหญ่ และเปลี่ยน look ของตัวเองใหม่ ตัดผมผมสกินเฮ้ด แล้วเขาก็โชว์ลีลาระดับโลกกับอาร์เซนอล จนผมรู้สึกอิจฉาเดอะกันเนอร์สเสียจริง ๆ ที่ได้เข้าไปเป็นตำนานของทีม

ปัจจุบัน กองหน้าหุ่นเพรียวอย่างกับแหนมป้าย่นรายนี้ เป็นลูกจ้างรับใช้สโมสรเจ้าบุญทุ่มแห่งแคว้นคาตาลันของเสปน และไม่มีทีท่าว่าความเจิดจรัสในอัจฉริยะภาพทางการเล่นฟุตบอลของเขาจะหมดไปเลยแม้แต่น้อย ถ้าราฟา ฯ ถามผมว่าจะซื้อใครมาเล่นคู่กับตอร์เรสดี คุณก็น่าจะรู้คำตอบอยู่แล้วใช่ไหมครับ

อันดับที่ 11 “สากกระเบือ”

ถ้าจะมีนักเตะคนไหน ที่ได้รับฉายาว่า “คิง” หรือ ราชา นั้นอาจทำให้เราคาดคิดไปได้ว่า นักเตะผู้นั้นน่าจะเป็นที่สุดของนักเตะ เช่น คิงเคฟ = เควิน คีแกน , คิงคันโตนา = เอริค คันโตนา , ดอนคิง = ???

แต่ “คิงโคล” ล่ะ เขาสุดยอดอย่างไร …. ก็ร้องเพลงไพเราะ หวานซึ้งน่ะสิ เพราะเขาคือ แนท คิงโคล นักร้องผิวสีชื่อดังในอดีตที่เป็นของจริงที่ผู้คนยอมรับให้เป็น “คิง” ต่างจากนักฟุตบอลบางคนที่ไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นของจริงเช่นนี้หรือเปล่า…(ฮา)

“คิงโคล” คือ คำเรียก ที่สาวกผีแดงยุคหนึ่ง เรียกนักเตะกองหน้าผิวสีทีมของตน ซึ่งย้ายมาจากนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวแพงระยับในสมัยนั้น เขาคนนึ้คือบุคคลพิเศษผู้มีนามว่า แอนดรูว โคล หรือ แอนดี้ โคล ( บางกระแสก็ว่า แอนดี คว….(ความสุขของกะทิ ) ผู้เคยถล่มประตูกับทีมปีศาจแดงในระดับราชากองหน้าของยุค

แต่ฟอร์มการเล่นของโคลกับทีมผีแดงนั้นเรียกได้ว่าจู่ๆ ก็ down ลงไป จนอีแร้งแดงสังเกตได้ว่าเสียงเฮของกองเชียรืทีมผีแดง กลายเป็นเสียงเงียบเหมือนเป่าสาก คิงโคลกลายเป้นกองหน้าที่ขาดความคมในการทำประตูเป็นอย่างยิ่ง คล้ายกับสากกระเบือทื่อๆ  ( ที่เจาะตาข่ายทีมคู่แข่งไม่เข้า ) คือ มีกองหน้าก็เหมือนไม่มี… แต่แล้วจู่ๆ วันดีคืนดี โคลก็ผีเข้าผีออกนึกอยากระเบิดฟอร์มเทพก็ปลดปล่อยออกมาซะยังงั้น แต่พอฟอร์มบู่ก็ทำสถิติฝืดอย่างยาวนานเหมือนเดิม จนกระทั่งผีแดงได้นักเตะคนหนึ่งผู้เข้ามาเปลี่ยนชีวิตของสากกระเบือให้มีรสชาติดั่งปลาร้าหมัก 10 ปี

โคลได้จับคู่เล่นกับ ดไวท์ ยอร์ค กองหน้าผิวสีชาวตรินิแดดและโทบาคโค กลายเป็นคู่ขามหาโหดที่ทะลวงตาข่ายทุกทีมที่หาญกล้ามาต่อกรกับผีแดงอย่างถล่มทลาย ความร้อนแรงของกองหน้าคู่นี้ยังส่งผลไปถึงเกมส์นอกสนาม ดังข่าวที่ทั้งคู่ถล่มประตูสาว 18 ผู้ตกเป็นเหยื่ออารมณ์กระเหี้ยนกระหือรืออย่างย่อยยับ กลายเป็นตำนานโฉด โหด .. เลว .. ดี ที่อีแร้งแดงต้องขอแบน ( ban )

แต่หลังจากสังขารโรยรา คู่หูมหาภัยก็ไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลแก่ทีมโดมชราจุฬาร่วงโรยแต่ประการใด ทั้งคู่กลายเป็นนักเตะพเนจรที่หมดสภาพความเร่าร้อนในการทำประตูอย่างสิ้นเชิงและถูกแทนที่โดยคลื่นลูกใหม่ที่สดใสและแรงกว่า….

วันนี้อีแร้งแดง ขอจบการเขียนไว้เท่านี้ก่อน ครั้งหน้าพบกันอีก 10 คนฟุตบอลพันธุ์ฮาที่เหลือ ( อันดับ 10 – 1 ) อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะครับ ………..

ร้านหนังสือตามสั่ง รับสั่งหนังสือต่างประเทศและสินค้าจากทั่วโลก ส่งถึงบ้านต่างจังหวัด
Tel : 08-5464-1644 | line id : herothailand.com