20 คนฟุตบอลพันธุ์ฮา

หลังจากที่ได้เคลียร์ภารกิจสำคัญของชีวิตเสร็จสิ้นไปอีกยกหนึ่งแล้ว อีแร้งแดงก็ขอกลับมารายงานตัวกับทุกท่านอีกครั้งในวันนี้ครับ….

ต้องขอบอกว่า “คิดถึงจังเลย” ไม่ได้กลับมาสู่บรรยากาศการเขียนบทความลงเว็บไซต์เสียนานเต็มที ไม่รู้ว่าจะมีใครคิดถึงผมบ้างไหมน้า ? ไม่เป็นไรมั้งก็ห่างกันแค่เดือนเดียวเองหนิ

แต่เดือนนึงผ่านไปนี่ มันก็มีอะไร ๆ หลาย ๆ อย่างเปลี่ยนไปเหมือนกันนะ ไม่ว่าจะเป็นอายุและประสบการณ์ของคนเราที่มากขึ้นทุกวัน ข่าวสารเหตุการณ์ต่าง ๆ ในบ้านเมืองเราก็เรียกได้ว่าพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์กันหลายตลบ แต่ที่ได้รับผลต่อการเปลี่ยนแปลงโดยตรง คือ สภาพอากาศของภาคเหนือตอนบนที่ร้อนและปกคลุมไปด้วยหมอกควัน จนอีแร้งแดงรู้สึกไม่ค่อยสบาย เวียน head และกล้ามเนื้อบางส่วนกระตุกอยู่เป็นระยะ ๆ ครับ … ก็อย่างว่าแหละครับ มันเป็นปรากฎการณ์ Season Change

แต่คุณครับ ไม่ว่าจะ Change ไปกี่ Season ทีมลิเวอร์พูลของผมก็ยังเป็นลิเวอร์พูลเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงเลยครับ ( คาดว่าฤดูกาลนี้ก็คงไม่ได้แชมป์ลีกเหมือนเคย ) แต่ก็ไม่แน่นักนะครับ ก็ใครจะไปคิดว่าสกอร์ 1 – 4? ที่สุสานผีดุมันอาจเป็นจุดเปลี่ยนของฤดูกาลนี้ก็ได้ครับ แล้วบางทีตอนจบฤดูกาล อาจมีสักครั้งที่เราอาจได้ฟังเพลง ” You’ll never walk alone ” ดังกระหึ่มเกาะอังกฤษมากกว่าที่มันจะทำหน้าที่ของประโยคและเพลงธรรมดาที่มีความหมายต่อสาวกหงส์แดง แต่กลับเป็นแค่การนำไปแปลงเพื่อเย้ยหยันของกองเชียร์บางทีมว่า ” You’ll never champ again ” เท่านั้นครับ

สำหรับวันนี้ ผมของดการเขียนเรื่องทีมลิเวอร์พูลไว้ก่อนนะครับ เนื่องจากผมมีสัญญาใจกับ Webmaster (bate) ของเราว่า อยากเขียนเรื่องเกี่ยวกับคนในวงการฟุตบอลอื่น ๆ ที่ไม่ใช่นักเตะลิเวอร์พูลดูบ้าง อยากให้ติดตามอ่านดูครับ อีแร้งแดงขอรับรองว่าเนื้อหานั้นเข้มข้นและมีอุณหภูมิความมันส์ไม่แพ้เรื่องที่ผ่านมาแน่นอนครับ

สืบเนื่องจากตอนที่แล้ว อีแร้งแดงได้เขียนถึงฉายาของนักเตะลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นทีมฟุตบอลยอดนิยมของอังกฤษ ของยุโรปและของโลกทีมหนึ่ง ดังนั้นเรื่องราวของฉายาของคนในวงการฟุตบอลยุโรปคนอื่น ๆ จึงมีความน่าสนใจไม่น้อยที่เราจะกล่าวถึงเช่นกัน และหากอีแร้งแดงได้เขียนถึงฉายาของบุคคลเหล่านั้น ก็น่าจะมีแฟนบอลจำนวนไม่น้อยร้อง “อ๋อ” ออกมาแน่นอน แล้วคุณล่ะครับ ยังจำฉายาของบุคคลเหล่านี้ได้บ้างไหมเอ่ย ? แล้วพวกเขาเป็นใครกันหว่า ? อย่ารอช้าเลยครับ เชิญคุณพบกับบุคคลฟุตบอลเหล่านั้นได้เลยครับ…..

 

อันดับ 20 “เหยิน”

“โย่-โย่” คือเสียงของเด็กในโฆษณาขายผงซักฟอกคนหนึ่งที่แสดงเป็นได้หนูนักเตะ ที่เลียนแบบการเล่นฟุตบอลของนักฟุตบอลระดับโลกคนหนึ่งผู้มีฟันเหยิน ยื่นออกมานอกปากเหมือนฟันกระต่าย ใช่ครับ เขาจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก “โรนัลดินโญ่” นักเตะทีมชาติบราซิล ขวัญใจของคนทั่วโลก

ด้วยทักษะและลีลาการเล่นฟุตบอลขั้น “เทพ” ของเจ้าเหยินน้อย ทำให้ครั้งหนึ่งเขาเคยถูกดึงตัวไปเล่นกับ ปารีส แซงต์-แชร์แมง สโมสรฟุตบอลชั้นนำในฝรั่งเศส ในครั้งนั้นเองที่เหยินน้อยผสานลีลาฟุตบอลกับลีลาชีวิตซอยยิก ๆ ใส่สาวฝรั่งเศส จนได้รับฉายา ” Sex Machine ” แล้วท้ายที่สุดเขาฟอร์มตกและต้องย้ายจากทีม PSG ไปในที่สุด

เป็นที่ทราบกันดีว่า เหยินน้อยกลับมาแจ้งเกิดกับบาร์เซโลนา และได้กลายมาเป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลก แต่ด้วยนิสัยเดิมคือติดกับการใช้ชีวิตในสังคมที่หรูหราฟู่ฟ่า เขาจึงต้องมีชะตากรรมต้องถูกดร็อปเป็นตัวสำรองและต้องย้ายไปทีมบ้านพักคนชราอย่างเอซีมิลานในอิตาลีจนได้

อันดับ 19 “หัวหลอดไฟ”

เขาคือผู้ตัดสินยอดเยี่ยมระดับโลกที่ FIFA ให้การยอมรับและยกย่องว่า นี่คือผู้ตัดสินเบอร์ 1 ของโลกอย่างแท้จริง… จากรางวัลที่เขาได้หลายสมัย… จากจำนวนแมทช์ที่เขาทำการตัดสิน…

ปิแอร์ ลุจจิ คอลลินา

คอลลิลา คือผู้ตัดสินเจ้าของฉายาหัวหลอดไฟ เพราะด้วยทรงผมโล้นเลี่ยนและต้องแสงสะท้อนจนแสบตา เสมือนมีแสงสว่างบนหัวของเขาคล้ายแสงของหลอดไฟ จึงอาจเป็นสาเหตุที่ผู้คนเรียกเขาว่า ผู้ตัดสินหัวหลอดไฟนั่นละครับ

ยามที่เขาลงทำหน้าที่ตัดสินเกมใหญ่ ๆ มักจะเกิดข้อผิดพลาดน้อยมาก อีแร้งแดงคิดว่า มันคงไม่ใช่บารมีอันสว่างวาบจากหัวของแกเพียงอย่างเดียว แต่มันเกิดจากการตัดสินที่เป็นกลางและ “เฮี๊ยบ” ของแกด้วย ถ้าคุณได้เห็นเวลาที่ผู้เล่นมีปัญหากันในสนามหรือดื้อดึงไม่ฟังคำตัดสินของแกแล้วไซร้ พ่อหัวเหม่งจะต้องรีบเข้าไปกดดัน แล้วเหยื่อของเขาเหมือนจะถูกสะกดด้วยสายตาที่ขยายใหญ่จนเหมือนจะกลืนกินทุกอย่าง พร้อมกับเส้นเลือดบนหัวของแกที่ปูดออกมาจนน่ากลัว ดูคล้ายกับปลาหมึกยักษ์ในเรื่อง Octopus หรือ Pirate 3 อย่างไรอย่างนั้นเลยครับ มันน่ากลัวม๊าก…..ขอบอก….บรึ๋ยส์!! ( แล้วใครจะกล้าหือกับพี่เขาล่ะ )

 

อันดับ 18  “หมูพลิ้ว”

เจ้าหนูมหัศจรรย์ชาวเมืองลิเวอร์พูล ผู้แจ้งเกิดกับสโมสรเอเวอร์ตันผู้นี้ หลังจากที่เขาได้ย้ายไปร่วมทีมผีแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และติดทีมชาติอังกฤษสำเร็จ เขาได้เปลี่ยนจาก “เจ้าหนูมหัศจรรย์” กลายมาเป็น “เจ้าหมูมหัศจรรย์” …… เบ๊บส์

โอ้ไม่ใช่ครับ! เขาคือ เวย์น รูนีย์ ต่างหาก

รูนีย์ ผู้กลายมาเป็นหนึงในกำลังหลักของแมนยู ฯ และทีมชาติอังกฤษในปัจจุบัน เขามีลีลาการเล่นที่ว่องไวและทรงพลัง ขัดกับรูปร่างที่ดูอวบอ้วนและดูตัน ๆ ของเขาเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่ารูปร่างของเขาจะจ้ำหม่ำน่ารัก แต่เขาคือตัวอันตรายอย่างแท้จริงของกองหลังทุกทีม เพราะยามที่เขาครองบอลอยู่กับเท้า เขาจะพามันไปกับตัวอย่างรวดเร็ว ผ่านผู้เล่นคนแล้วคนเล่า …..??? แล้วก็มักจะยิงหลุดกรอบออกไปเอง ?

อย่างไรก็ตาม ด้วยลีลาการเล่นเช่นนี้ ทำให้อีแร้งแดงปักใจเชื่อว่า เขาจะต้องมีรุ่นพี่ที่วัดเส้าหลิน ผู้มีฉายาว่า “พลิ้วไหวดังสายน้ำ” เป็นแน่แท้

 

อันดับ 17 “ไอ้ควาย” (ป่า)

นี่ไม่ใช่คำด่า หรือเย้ยหยันบุคคลในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประเทศหนึ่ง ว่าหมายถึงคนที่มีอาการฉลาดน้อยผิดปกติแต่อย่างไร แต่ “ไอ้ควาย” หรือ Buffalo คือฉายาที่ใช้เรียกนักฟุตบอลจากแดนกาฬทวีปผู้หนึ่ง ผู้มีความอึดถึก ( แบบสาย Strength ในเกมส์ Warcraft ) มีความทนทายาดเหมือนควายป่า ที่ไม่มีสัตว์ในทุ่งหญ้าอาฟริกา (แห่งความฝัน) ชนิดใดอยากไปมีเรื่องด้วย

เขาคือบุรุษผู้แข็งแกร่งที่วิ่งช้า ๆ เหมือนเล็มหญ้าอยู่กลางสนาม แต่ก็สามารถเร่งสปีดเข้ามาขวิดผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามให้กระเจิง และหวดลูกบอลเข้าไปตุงตาข่ายในระยะไกลได้เสมอ………..

เขาจะเป็นใครเสียอีกล่ะ ถ้าไม่ใช่ มิกาเอล เอสเซียง นักเตะกองกลางของทีมเชลซีและทีมชาติกานา ผู้เคยได้รับตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมของลีกเอิง ฝรั่งเศส ก่อนที่จะย้ายจากโอลิมปิก ลียง มาทำผืนหญ้าในสแตมฟอร์ด บริดจ์ หายไปเป็นริ้ว ๆ

น่าเสียดายที่ผู้จัดการทีมคนอื่น ๆ มักจะไม่ค่อยเรียกใช้บริการเขานัก หรือใช้งานเขาไม่เป็น โดยมักจะโดดเดี่ยวเขาให้เป็นแค่ตัวตัดเกมส์คนหนึ่งเสียเป็นประจำ ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วหากดูจำนวนประตูที่เขาเคยทำได้ในแดนน้ำหอมก็จะรู้ว่าเขามีดีกว่าที่คิด ( ใครที่เห็นว่าเขาคือ Smile Buff. ก็ต้องหันมามองความเป็น ‘บาวแดงในตัวเขาด้วย ) และบางทีผู้จัดการทีมชาวดัทช์ อาจเป็นผู้ช่วยระเบิดพลังควายของเขาออกมาอย่างไม่เคยมีมาก่อน เพราะฮิดดิ้งค์ก็คือพ่อมดผู้ช่วยหลายทีม เช่น เกาหลีใต้ให้สำเร็จมาแล้ว บางทีพลัง “วูดู” ของเขาอาจทำให้ ควายติดปลัก อย่างเอสเซียงได้วิ่งฉิวเป็น ควายธนู ก็เป็นได้

อันดับ 16 “พี่ม้า”

ยังวนเวียนอยู่ในสัตว์ตระกูลเล็มหญ้าเป็นอาหารอยู่เช่นเดิม ก็ไม่รู้เป็นอะไรเหมือนกัน บางทีอีแร้งแดงก็มักจะมีอาการหวั่นไหว เมื่อได้เห็นหญ้าอ่อน ( อายุประมาณ 15-17 ปี สัดส่วนประมาณ 32-24-34 ) ทีไร ก็มีอาการน้ำลายสอทุกที เอ๊ะ ! นี่เราพูดถึงเรื่องอะไรกันอยู่ครับนี่ อ๋อ!? หญ้าในสนามฟุตบอลนั่นเองครับ? ( ก็ยังไปได้อีกนะคนเรา ) หลังจากประสบความสำเร็จกับ พีเอสวี ไอน์โฮเฟ่นในดัทช์ลีกแล้ว รุด ฟาน นิสเตลรอย ก็ก้าวมาขุดทองกับปีศาจแดงบนแผ่นดินอังกฤษ เพียงปีแรกบนเวทีลูกหนังแห่งนี้ เขาก็แจ้งเกิดด้วยการยิงประตูอย่างถล่มทลายให้ทีม จนกลายมาเป็น “ลูกรัก” ของป๋าแพนด้า….. อีแร้งแดงยังจำได้ว่าช่วงเวลาวันชื่นคืนสุข ที่ทั้งคู่ดูดดื่มในรสปากของกันและกันนั้น ป๋าถึงกับยอมเปลี่ยระบบการเล่นของทีมจาก 4 – 4 – 2  มาเป็น 4 – 5 – 1 คือใช้หน้าเป้าตัวเดียว คือ พี่รุดของเรานั่นเอง

ด้วยระบบการเล่นของทีมเช่นนี้เอง ที่ทำให้พี่ม้ากลายเป็นพระเอกของทีมไปโดยปริยาย และทุกครั้งที่เขาลงสนามเป็นต้องวิ่งควบเข้าใส่บอลเหมือนม้าที่คึกศึกสงครามทุกครั้ง ….. ยิ่งใบหน้าเรียวยาวเหมือนหน้าของม้าที่แสยะยิ้มอย่างน่าเกลียดแบบแหวะ ๆ ด้วยแล้ว ก็ไม่ต้องพูดถึงเลยว่ามันกระชุ่นอารมณ์ของเหล่าปิศาจแดงเพียงไร

แต่อนิจจา การเปลี่ยนระบบการเล่น แม้ว่าจะทำให้พี่ม้ายิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำ แต่มันทำให้ผู้เล่นคนอื่นไม่เข้าใจระบบ ผลก็คือทีมพังและพลาดแชมป์ลีก นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของคนที่ขาดความสำเร็จไม่ได้อย่างป๋าที่จนต้องทำอะไรสักอย่างกับทีม ผลสุดท้ายไม่มีใครคาดคิด “พี่ม้า” ถึงกับขอย้ายทีมเอง ตามรุ่นพี่ที่ล้ำเส้นป๋าอย่าง ยาป สตัม ออกจากทีมไปอีกคน ( ภายหลังก็มีพี่คีนอีก ) จนปัจจุบันพี่เขาก็ไปได้ดีกับราชันชุดขาวอย่างที่เห็นนั่นแหละครับ

ร้านหนังสือตามสั่ง รับสั่งหนังสือต่างประเทศและสินค้าจากทั่วโลก ส่งถึงบ้านต่างจังหวัด
Tel : 08-5464-1644 | line id : herothailand.com