Alibaba vs Amazon

ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซของจีนอย่าง Alibaba ตั้งเป้าหมายระดับโลกอย่างหนึ่งก็คือการจัดส่งสินค้าจากจีนไปยังที่ไหนก็ได้บนโลกได้ภายใน 72 ชั่วโมง โดยเว็บไซต์ขายปลีกของ Alibaba อย่าง Aliexpress ที่เน้นการขายสินค้าไปทั่วโลกนั้นมียอดผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นทุกปี

คลังสินค้าแห่งหนึ่งของ Alibaba จัดส่งสินค้ากว่า 160,000 กล่องในแต่ละวัน

Aliexpress.com

ทั้ง Amazon และ Alibaba ต่างก็ต้องการขยายส่วนแบ่งการตลาดเพื่อครองความเป็นเจ้าแห่งอีคอมเมิร์ซในระดับโลก ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าตลาดเติบโตเป็น 1.4 พันล้านเหรียญฯ ภายในปี 2025

โดยภาพหลักมันเป็นเรื่องของการบริหารจัดการ ว่าใครจะเร็วกว่าใคร เป้าหมายอยู่ตรงไหน ดังนั้นการจัดส่งที่เร็วบวกกับราคาถูกจึงเป็นส่วนสำคัญที่สุดเพื่อที่จะช่วงชิงลูกค้าใหม่

ความรวดเร็วที่นำมาเป็นชูเป็นจุดแข็งของ Alibaba นั้น กำลังได้รับความสนใจในภาคพื้นยุโรป ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่าง Alibaba กับบริษัทจัดส่งสินค้าหลายแห่งในโลกตะวันตก ทำให้เข้าถึงเครือข่ายการจัดส่งได้อย่างทั่วถึงซึ่งต่างไปจากวิธีของ Amazon ที่ทุ่มสร้างเครือข่ายการจัดส่งของตนเอง

Cainiao’s Intelligent Warehouse

Alibaba มีบริษัทขนส่งในเครือที่ชื่อ ไช่เหนียว Cainiao Network โดยมีคลังสินค้าในจีนที่มีระบบจัดการอัตโนมัติสามารถเพิ่มความเร็วในการจัดส่งสินค้าไปยังทั่วโลก มีหุ่นยนต์จำนวน 800 ตัวที่ทำงานในแต่ละวัน ซึ่งหุ่นยนต์ดังกล่าวยกของได้หนักถึง 500 กิโลกรัม ช่วยทำให้มีประสิทธิภาพมากกว่าคลังสินค้าปกติถึงสองเท่า

นักวิเคราะห์อีคอมเมิร์ซกล่าวว่ายอดขายเฉพาะในวันคนโสด 11.11 นั้น มากกว่ายอดขายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วง Black Friday, Cyber Monday และยอดขายจาก Amazon’s prime รวมกันเสียอีก

แต่ Alibaba ไม่ได้ทำเพียงธุรกิจอีคอมเมิร์ซเท่านั้น ยังมีอาณาจักรธุรกิจที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีซึ่งล้วนต่างก็ช่วยส่งเสริมให้ขั้นตอนการจัดส่งสินค้าทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้นไปอีก ดังนั้นหากคุณซื้อสินค้าสักชิ้นจากเว็บไซต์ขายปลีก Aliexpress บริษัทรับชำระเงินในเครือของ Alibaba สามารถดำเนินการรับชำระเงินแล้วขั้นตอนการจัดส่งสินค้าก็จะเริ่มได้ทันทีหลังจากนั้น ซึ่งเครือข่ายดังกล่าวนี้ทำให้ไช่เหนียวสามารถรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและการจัดส่งสินค้าของคุณได้อย่างรวดเร็วผ่านฐานข้อมูลกลางที่ใช้ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ราคา น้ำหนักและที่อยู่ในการจัดส่งจากนั้นก็จัดส่งหีบห่อสินค้าดังกล่าวไปที่ศุลกากรของจีนเพื่อยื่นดำเนินการทำเรื่องสินค้าขาออก

หลายปีผ่านไป ขั้นตอนเหล่านี้ยิ่งได้รับการพัฒนาให้รวดเร็วกว่าเดิม จากที่เคยใช้เวลาหนึ่งเดือนในการเคลียร์พัสดุหนึ่งชิ้นกลายมาเป็นแค่เวลาไม่กี่นาที

Alibaba ร่วมมือกับเครือข่ายการขนส่งระดับโลก มีสายการบินพันธมิตรกว่า 3,000 ราย เครือข่ายไปรษณีย์สากลรวมถึงผู้ให้บริการจัดส่งสินค้าเอกชนในการจัดส่งสินค้าซึ่งช่วยให้ ขยายเส้นทางการจัดส่งสินโดยไม่ต้องสร้างและบำรุงรักษาธุรกิจในส่วนนี้

มีเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำจากจีนมากกว่า 80 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ รวมทั้งมีศูนย์กระจายสินค้าในตลาดสำคัญอย่าง รัสเซีย ฝรั่งเศส สเปน เพื่อให้สามารถจัดส่งสินค้าไปยังปลายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไป

How Amazon Beat Supply Chain Chaos With Ships, Containers And Planes

โมเดลธุรกิจขนส่งที่ Alibaba ดำเนินการอยู่นี้แตกต่างกันกับของ Amazon ซึ่งเป็นผู้ลงทุนหลายพันล้านเหรียญฯ ในการสร้างหน่วยธุรกิจขนส่งของตนเอง มีรถเทรลเลอร์ขนส่งสินค้ากว่า 40,000 คัน เครื่องบินขนสินค้าอีก 75 ลำ

Amazon พยายามจัดส่งสินค้าให้เร็วที่สุดแต่ต่างจาก Alibaba การให้บริการที่รวดเร็วเป็นพิเศษนั้นทำได้เพียง 21 ประเทศซึ่งสินค้าจะถูกจัดส่งถึงลูกค้าภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมงแลกกับการที่ลูกค้าต้องจ่ายค่าสมัครสมาชิก Amazon prime 13 เหรียญฯ ต่อเดือนหรือ 130 เหรียญ ฯ ต่อปี เพื่อให้ได้สิทธิดังกล่าว

ส่วนทางด้าน Alibaba สามารถจัดส่งสินค้าไปยัง 190 ประเทศทั่วโลกแต่ว่าจะมีสินค้าเพียงบางรายการที่สามารถจัดส่งถึงผู้รับได้ภายใน 72 ชั่วโมงโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ดังนั้นเมื่อบริษัทพยายามดึงดูดความสนใจ จึงมีแผนที่จะขยายบริการให้ครอบคลุมสินค้ามากขึ้นและคิดเงินเพิ่ม 3 เหรียญฯ เป็นบริการ Aliexpress subscription เพื่อสามารถเลือกจัดส่งสินค้าแบบรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยทางบริษัทบอกว่า บริการดังกล่าวนี้จะช่วยดึงผู้คนให้เข้ามาซื้อสินค้าในเว็บไซต์หรือผ่านแอพ Aliexpress มากขึ้น

หากมองดูโดยรวมแล้ว Aliexpress ก็เหมือนกับ Amazon ที่ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าได้มากกว่า 100 ล้านรายการ แต่มีสิ่งหนึ่งที่จะสังเกตพบเมื่อเราทำการเปรียบเทียสินค้า ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทางด้านอีคอมเมิร์ซระบุว่าโดยทั่วไปแล้วสินค้าจาก Aliexpress จะมีราคาถูกกว่าและที่บอกว่าเป็นส่วนใหญ่นั้นก็เนื่องจากว่า Alibaba สามารถเข้าถึงโรงงานผู้ผลิตในจีนและผู้ค้าได้โดยตรงผ่านพ่อค้าคนกลางน้อยมาก

Aliexpress กำลังเชื่อมต่อผู้บริโภคทั่วโลกเข้ากับโรงงานผู้ผลิตในจีนซึ่งเป็นข้อได้เปรียบกว่าของ Amazon

…………………………….

Counterfeit Goods

Aliexpress คือความมีประสิทธิภาพของ Alibaba ตรงที่เป็นช่องทางที่สร้างโอกาสมากที่สุด พยายามทำในสิ่งที่ยากมากนั่นคือการเข้าถึงผู้บริโภคทั่วทุกมุมโลก แต่ทางด้านนักวิเคราะห์อีคอมเมิร์ซกล่าวว่า ยุทธศาสตร์สินค้าราคาถูกของ Aliexpress มีความเสี่ยงที่จะได้รับสินค้าปลอมหรือสินค้าเลียนแบบ

หลายปีที่ผ่านมา องค์กรที่ดูแลสิทธิของผู้บริโภค บริษัทเทคโนโลยีและบริษัทที่ทำสินค้าราคาแพง รวมถึงรัฐบาลสหรัฐฯ ได้กล่าวหาว่าเว็บไซต์ขายสินค้าอย่าง Aliexpress ขายสินค้าปลอม

ทางด้าน Amazon ก็เจอข้อกล่าวหาอย่างเดียวกันนี้ในสมัยรัฐบาลทรัมป์ว่ามีการขายสินค้าปลอมจากผู้ขายชาวจีนที่มาลงขายสินค้าในเว็บไซต์ Amazon

ทางด้าน Alibaba ได้ออกมากล่าวว่า ทางบริษัทได้ร่วมมือกับรัฐบาลจีนในการจัดการกับการขายสินค้าปลอมแปลงหรือละเมิดลิขสิทธิโดยการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ และการร่วมมือกับแบรนด์ต่าง ๆ เพื่อช่วยในตรวจหาสินค้าปลอมแปลงดังกล่าวและเอาออกไปจากเว็บไซต์

ทางด้าน Amazon กล่าวว่าทางบริษัทได้ทำรายงานยืนยันผู้ขายสินค้าปลอมให้กับฝ่ายกฏหมายอีกด้วย

Why Amazon Has So Many Counterfeit Goods

เพื่อให้สามารถจัดส่งสินค้าต่างๆ ในเว็บไซต์ของตนไปยังลูกค้าทั่วโลก ทั้งสองบริษัทจะต้องเอาชนะอุปสรรคอย่างหนึ่งก็คือ last mile ซึ่งก็คือการขนส่งให้ถึงผู้รับโดยตรง เพื่อให้ลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา เช่น สินค้าสูญหาย สินค้าเสียหายหรือเน่าเสีย

นักวิเคราะห์อีคอมเมิร์ซกล่าวว่า ขั้นตอนดังกล่าวนี้คิดเป็น 50% ของต้นทุนในการจัดส่งสินค้าเนื่องจากมันเป็นเรื่องยากในการจะทำให้มันเป็นอัตโนมัติต้องใช้คนทำหน้าที่ตรงนี้เท่านั้น

Alibaba ได้เริ่มทดสอบระบบใหม่ในหลายเมืองของจีน ซึ่งช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้นและสามารถจัดส่งพัสดุได้มากขึ้น ซึ่งเรียกระบบดังกล่าวนี้ว่า ระบบไปรษณีย์ แต่แทนที่จะใช้บุรุษไปรษณีย์ส่งจดหมายหรือพัสดุพวกเขาใช้หุ่นยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ โดยหุ่นยนต์จัดส่งหนึ่งตัวสามารถนำพัสดุติดตัวไปส่งได้ราว 50 กล่องต่อครั้งซึ่งช่วยประหยัดเวลาและต้นทุนได้พอสมควร

โดยเวลาที่หุ่นยนต์ไปถึงจุดหมายปลายทางตามที่อยู่จัดส่งก็จะมี sms ส่งไปยังผู้รับ ผู้รับก็จะออกมารับของได้ทันที ทางด้าน Amazon เองก็ยอมรับว่ากำลังปรับเปลี่ยนเครือข่ายการจัดส่งสินค้าของตนเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบการจัดส่งสินค้าด้วยโดรนที่สามารถส่งถึงที่หมายปลายทางได้ภายใน 30 นาทีหลังจากทำการสั่งซื้อสำเร็จ

การที่ต้องการเข้าถึงลูกค้ามากขึ้นก็ผลักดันให้ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกออนไลน์ต้องแข่งขันกันปรับปรุงระบบจัดส่งสินค้าของตนให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลูกค้าก็จะได้รับสินค้าที่สั่งซื้อไปได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

China’s Alibaba unveils autonomous logistics robot
.........................................
ร่วมสนับสนุนการทำเนื้อหาได้ที่
SCB : ธนาคารไทยพาณิชย์
ชื่อบัญชี : HEROTHAILAND.COM บัญชี : ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี : 667-265599-4