back to top

EV จากสงครามราคา สู่ Smart City Ecosystem

Listen to this article

อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดดและก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดโลกอย่างชัดเจน โดยมียอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV – รวมถึง EV และ PHEV) ในประเทศเป็นสัดส่วนสูงถึง 55% ของตลาดภายในประเทศในไตรมาสที่สองของปี 2024 และคาดว่าจะเกิน 60% ในครึ่งแรกของปี 2025 (ข้อมูลล่าสุด: DITP) อย่างไรก็ตาม ภายใต้การเติบโตนี้ จีนกำลังเผชิญกับ “สงครามราคา” ที่รุนแรงและปัญหา “กำลังการผลิตส่วนเกิน”

China’s booming EV industry | BBC News

1. การแข่งขันและสัดส่วนกำไรในอุตสาหกรรม EV

สงครามราคาและความกดดันด้านกำไร

  • การแข่งขันที่ดุเดือด: แบรนด์จีน เช่น BYD (ครองส่วนแบ่งตลาด 22% ในไตรมาส 2 ปี 2025), Geely, Changan, และ Chery ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำอย่างชัดเจน และเบียดแบรนด์ต่างชาติอย่าง Tesla (ส่วนแบ่งตลาดลดลงเหลือ 8% ในช่วงเวลาเดียวกัน)
  • สงครามราคา: การแข่งขันเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดนำไปสู่ “สงครามราคา” ที่รุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถ EV ราคาประหยัด (100,000-150,000 หยวน) ทำให้ผู้ผลิตต้องเร่งนำเทคโนโลยีจากรุ่นราคาสูงมาใส่ในรุ่นราคาถูกลงเพื่อเพิ่มความคุ้มค่า
  • ผลกระทบต่อกำไร: สงครามราคาได้กดดันสัดส่วนกำไรของอุตสาหกรรมอย่างหนัก โดย อัตรากำไรจากการขายของอุตสาหกรรมรถยนต์จีนลดลงเหลือ 4.4% ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2024 จาก 6.2% ในปี 2020 (ข้อมูล CPCA) และมีรายงานว่า กำไรสุทธิของ BYD ในไตรมาสที่ 3 ปี 2024 ลดลงถึง 32.6%
  • ความเสี่ยงต่อผู้เล่นรายเล็ก: มีการคาดการณ์ว่าจากแบรนด์ EV กว่า 100 แบรนด์ในจีน จะเหลือเพียงประมาณ 40 กว่าแบรนด์ที่อยู่รอด และมีเพียง 19 จาก 137 แบรนด์ เท่านั้นที่สามารถทำกำไรได้ภายใน 10 ปีข้างหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการคัดออกครั้งใหญ่ในตลาด

2. วิเคราะห์กลยุทธ์: ขาย EV อย่างเดียว vs. EV + Smart City Ecosystem

การต่อยอดสู่ EV + Smart City Ecosystem

การที่จีนต่อยอดนำรถยนต์ไฟฟ้าของตนพ่วงกับระบบ Smart City (เมืองอัจฉริยะ) และขายแบบนั้น จะทำกำไรและสร้าง Ecosystem ได้ดีกว่าการแข่งขันตัดราคารถยนต์ไฟฟ้าอย่างเดียว

กลยุทธ์สัดส่วนกำไรและการสร้าง Ecosystemความยั่งยืนและความเสี่ยง
ขาย EV อย่างเดียว (สงครามราคา)เน้นกำไรต่อหน่วยต่ำจากปริมาณการขายสูง (Volume Play) กำไรถูกกดดันจากการตัดราคา Ecosystem จำกัดอยู่แค่เรื่องรถและบริการพื้นฐานไม่ยั่งยืน ความเสี่ยงสูงต่อการล้มละลายของผู้เล่นรายเล็ก ตลาดภายในประเทศเริ่มอิ่มตัว และปัญหา กำลังการผลิตส่วนเกิน
EV + Smart City Ecosystemสร้างรายได้จาก บริการที่มีมูลค่าสูง (High-Value Services) ที่ต่อเนื่อง เช่น ซอฟต์แวร์ขับขี่อัจฉริยะ (Smart Driving), บริการเชื่อมต่อ (Connectivity), บริการพลังงาน, และข้อมูล (Data) กำไรสูงขึ้น และมีรายได้ประจำ (Recurring Revenue) Ecosystem แข็งแกร่ง เพราะรถยนต์เป็น “จุดเชื่อมต่อ” (Hub) ของระบบเมืองทั้งหมดยั่งยืนกว่า สร้าง การผูกขาดเทคโนโลยี (Technological Moat) และความภักดีของลูกค้าที่ติดอยู่ในระบบ (Switching Cost) โอกาสทางกำไรสูงในระยะยาว

การมุ่งเน้นที่ Smart City Ecosystem คือกลยุทธ์ที่ฉลาดกว่า เพราะเปลี่ยนการแข่งขันจาก “ฮาร์ดแวร์ราคาถูก” (รถยนต์) ไปสู่ “ซอฟต์แวร์และบริการที่มีมูลค่าสูง” ซึ่งเป็นแหล่งกำไรที่ยั่งยืนกว่า และเป็นไปตามแนวโน้มที่ผู้บริโภคจีนให้ความสนใจต่อ รูปแบบการขับขี่อัจฉริยะ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

3. โอกาส อุปสรรค และปัญหาที่ต้องจัดการ

โอกาส

  • การเติบโตของตลาดภายในประเทศ: แม้การแข่งขันจะสูง แต่สัดส่วนการครอบครองรถในจีน (22%) ยังต่ำกว่าประเทศตะวันตก (60%) ทำให้ยังมีช่องว่างในการเติบโต โดยเฉพาะในกลุ่มรถ EV ราคาคุ้มค่า
  • การส่งออก: รถ EV จีนมีต้นทุนการผลิตต่ำ มีความสามารถในการแข่งขันสูงในตลาดต่างประเทศ เช่น ยุโรป ออสเตรเลีย และละตินอเมริกา ซึ่งเป็น “ทางรอด” สำคัญจากกำลังการผลิตส่วนเกินในประเทศ
  • การพัฒนาเทคโนโลยีขับขี่อัจฉริยะ: จีนกำลังขับเคลื่อนกระแส “Smart Driving for All” ทำให้รถที่ติดตั้งระบบช่วยขับบนทางด่วนมีราคาไม่ถึง 100,000 หยวน การร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีอย่าง Baidu ในการพัฒนาซอฟต์แวร์เป็นการสร้างความได้เปรียบ

อุปสรรคและปัญหา

  • กำลังการผลิตส่วนเกิน (Overcapacity): เป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดจากการลงทุนมหาศาล อัตราการใช้กำลังการผลิตไม่ถึง 50% ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของสงครามราคาและความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในระดับประเทศ
  • มาตรการกีดกันทางการค้า: การส่งออกไปยังชาติตะวันตกเผชิญกับ สงครามการค้าระลอกใหม่ และมาตรการกีดกันทางการค้า (เช่น การตั้งกำแพงภาษี) ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการหาทางออกสำหรับกำลังการผลิตส่วนเกิน
  • ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ: การชะลอตัวของเศรษฐกิจและการขาดความเชื่อมั่นในการบริโภคภายในประเทศส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้อจริง
  • ปัญหาโครงสร้างบริการหลังการขาย: การล้มละลายของแบรนด์ EV เล็กๆ สร้างปัญหาด้านบริการหลังการขายและอะไหล่แก่ผู้บริโภค


ปัญหาชิปสำหรับ Smart City และ EV

  • การพึ่งพาชิปสมรรถนะสูง: ทั้ง EV และ Smart City ต่างพึ่งพา ชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูง (High-Performance Computing Chips) โดยเฉพาะสำหรับระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (Advanced Driver-Assistance Systems – ADAS) และระบบขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous Driving)
  • ข้อจำกัดทางเทคโนโลยีและการเมือง: จีนยังคงเผชิญกับข้อจำกัดในการเข้าถึงชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่ล้ำหน้าที่สุด (โดยเฉพาะระดับ 5nm และต่ำกว่า) อันเนื่องมาจากมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐอเมริกา แม้ว่าบริษัทจีนจะเร่งพัฒนาชิปของตนเอง (เช่น Huawei) แต่การพึ่งพาภายนอกในบางส่วนยังคงมีอยู่
  • การจัดการ: จีนต้องเร่ง “ความเป็นอิสระทางเทคโนโลยี” (Technological Self-Reliance) โดยการลงทุนอย่างต่อเนื่องในการวิจัยและพัฒนาชิปเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศ รวมถึงการผลิต ชิปยานยนต์เฉพาะทาง (Automotive-Grade Chips) เพื่อลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน
China’s SMART CITIES & MEGA PROJECTS Are Stunning the U.S – The Untold Construction Secrets!

Smart City ในจีน: โมเดลการกำกับดูแลแบบรวมศูนย์ด้วยเทคโนโลยี

โครงการ Smart City (เมืองอัจฉริยะ) ของจีนนั้นมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยรัฐบาลกลางและท้องถิ่นให้ความสำคัญและผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ โดยใช้เมืองต่างๆ เป็น “ห้องทดลอง” ขนาดใหญ่ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี

1. Smart City ในจีนเป็นอย่างไร?

โมเดล Smart City ของจีนมีลักษณะสำคัญที่แตกต่างจากโมเดลตะวันตก โดยเน้นการ บูรณาการข้อมูล (Data Integration) และ การกำกับดูแลจากส่วนกลาง (Centralized Governance) เป็นหลัก:

  • แพลตฟอร์มรวมศูนย์ (City Brain/Super Brain): หัวใจของ Smart City คือแพลตฟอร์มข้อมูลขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “City Brain” หรือ “Super Brain” (เช่น “Changsha City Super Brain” ร่วมกับ Tencent) ทำหน้าที่เป็น ศูนย์ประสาทอัจฉริยะ (Intelligent Command Center) ที่รวบรวมข้อมูลจากเซ็นเซอร์ กล้อง AI และระบบบริการต่างๆ ทั่วเมือง
  • การบริการภาครัฐดิจิทัล: มีการใช้แอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มกลาง (เช่น I Love City (爱城市网)) เพื่อให้ประชาชนสามารถยื่นเอกสารราชการ ชำระค่าสาธารณูปโภค และเข้าถึงบริการสาธารณะต่างๆ ทางออนไลน์ได้สะดวกและรวดเร็วขึ้นอย่างมาก
  • ระบบขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility): เมืองอย่าง เซินเจิ้น ถือเป็นผู้นำด้านนี้ โดยเป็นเมืองแรกของโลกที่มีระบบขนส่งสาธารณะ (รถเมล์และแท็กซี่) เป็น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ครบวงจร รวมถึงการนำ AI และ 5G มาใช้จัดการจราจร
  • เมืองปลอดภัย (Safe Cities): โครงการ Smart City ของจีนมักถูกขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “เมืองปลอดภัย” (Safe Cities) ซึ่งมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด ระบบจดจำใบหน้า (Facial Recognition) และเซ็นเซอร์จำนวนมากทั่วเมืองเพื่อติดตามและสอดส่องความมั่นคงของรัฐและสังคม (ความมั่นคงของรัฐเป็นหลัก) โดยมีบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Huawei และ ZTE เป็นผู้เล่นหลักในการวางโครงสร้างพื้นฐาน
The Promise and Threat of China’s Smart Cities

2. การยกระบบ Smart City ของจีนไปขายทั่วโลก

การนำระบบจัดการ Smart City (China Model) ไปขายในหัวเมืองใหญ่ทั่วโลกมีทั้ง โอกาสทางธุรกิจมหาศาล และ ความท้าทาย/อุปสรรคเชิงภูมิรัฐศาสตร์และสังคม

✅ โอกาสทางธุรกิจ

  • ต้นทุนต่ำและประสิทธิภาพสูง: ระบบของจีนมักจะมีราคาที่สามารถแข่งขันได้ และได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถจัดการเมืองขนาดใหญ่ที่มีประชากรหนาแน่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • บูรณาการแบบเบ็ดเสร็จ (Turnkey Solution): บริษัทจีนอย่าง Huawei นำเสนอโซลูชันที่ครบวงจรตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน (5G/IoT) ไปจนถึงซอฟต์แวร์แพลตฟอร์ม ทำให้ประเทศกำลังพัฒนาสามารถนำไปใช้ได้ง่าย
  • การเชื่อมโยงกับ BRI: การส่งออกโมเดล Smart City ของจีนมักเชื่อมโยงกับโครงการ Belt and Road Initiative (BRI) และ Digital Silk Road (DSR) ซึ่งเป็นการสนับสนุนทางการเงินและเทคโนโลยีให้กับประเทศพันธมิตร โดยเฉพาะในทวีปแอฟริกาและเอเชีย

❌ ความท้าทายและอุปสรรค

มิติความท้าทาย/อุปสรรคผลกระทบต่อการขายในตลาดโลก
ความเป็นส่วนตัว/ข้อมูลโมเดลจีนเน้นการ รวบรวมและควบคุมข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อการกำกับดูแล ซึ่งตรงกันข้ามกับแนวคิดตะวันตกที่เน้น การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Privacy)ตลาดตะวันตก (ยุโรป, อเมริกาเหนือ): จะเกิดการต่อต้านอย่างรุนแรง เนื่องจากความกังวลด้านความมั่นคงของชาติและการสอดแนม
ภูมิรัฐศาสตร์/ความมั่นคงบริษัทเทคโนโลยีจีน (เช่น Huawei) ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือของรัฐบาลจีน ทำให้เกิดความกังวลด้าน ความมั่นคงทางไซเบอร์ และ การพึ่งพาเทคโนโลยี (Technological Dependence)การกีดกันทางการค้า: ประเทศตะวันตกและบางประเทศในเอเชียแปซิฟิกอาจ กีดกัน การใช้เทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานจากจีนอย่างชัดเจน
ความยืดหยุ่นทางสังคมระบบที่เน้นการควบคุมจากส่วนกลาง อาจไม่เหมาะกับเมืองที่มีวัฒนธรรม การมีส่วนร่วมของพลเมือง (Citizen Participation) และการกระจายอำนาจในการตัดสินใจสูงการปรับใช้ (Localization): ต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายสูงในการปรับเปลี่ยนระบบให้เข้ากับกฎระเบียบและบริบททางสังคมการเมืองของแต่ละประเทศ

การส่งออกระบบ Smart City ของจีนจะประสบความสำเร็จสูงใน ประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะในแอฟริกาและเอเชียที่ต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่รวดเร็วและคุ้มค่า และให้ความสำคัญกับ ความปลอดภัยของรัฐ เหนือ ความเป็นส่วนตัวของบุคคล (สอดคล้องกับ “ฉันทามติปักกิ่ง”). อย่างไรก็ตาม จะเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักใน ประเทศพัฒนาแล้ว เนื่องจากประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์และจริยธรรมข้อมูล

หากอยากก้าวตามทันธุรกิจและเทคโนโลยีเหล่านี้จำเป็นต้องอ่านหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องต่อไปนี้

The Powerhouse: Inside the Invention of a Battery to Save the World สงครามแบตเตอรี่และห่วงโซ่อุปทาน EV (จีน-สหรัฐฯ): เน้นไปที่การแข่งขันด้านแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ซึ่งเป็นหัวใจของ EV และความพยายามของจีนในการครอบงำซัพพลายเชนสำคัญนี้

The Great Race: The Global Quest for the Car of the Future ภาพรวมการแข่งขัน EV ทั่วโลก: เป็นการวิเคราะห์ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ในยุคเปลี่ยนผ่าน โดยให้ความสำคัญกับบทบาทของจีนในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงการแข่งขันด้านรถยนต์อัจฉริยะ

Digital Empires: The Global Battle to Regulate Technology ภูมิรัฐศาสตร์และ Big Data ใน Smart City: วิเคราะห์โมเดล “รัฐควบคุม” ของจีนในการใช้เทคโนโลยีและข้อมูล ซึ่งเป็นความท้าทายในการส่งออก Smart City ไปยังประเทศตะวันตก

Developmental Environmentalism: State Ambition and Creative Destruction in East Asia’s Green Energy Transition การทำลายล้างเชิงสร้างสรรค์ใน EV จีน: เน้นการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลจีน การอยู่รอดของผู้เล่นในอุตสาหกรรม และการคัดออกของแบรนด์เล็กๆ อันเป็นผลมาจาก “สงครามราคา”

หากถูกใจบทความดังกล่าว สามารถกดไลค์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้กัน
ร่วมสนับสนุนการทำเนื้อหาได้ที่
SCB : ธนาคารไทยพาณิชย์
ชื่อบัญชี : HEROTHAILAND.COM บัญชี : ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี : 667-265599-4

Herothailand.com รับสั่งหนังสือต่างประเทศ สินค้าต่างประเทศ
พร้อมรับประกันการจัดส่งถึงบ้าน
ไม่ได้รับสินค้า ยินดีคืนเงินเต็ม 100%
Tel : 08-5464-1644