iPhone 5S iPhone 5C

iPhone 5S iPhone 5Cบทความชิ้นนี้อ้างอิงจากงานเขียนของ Jay Yarow ใน Business Insider

เมื่อตอนต้นปี 2013 ธุรกิจในส่วน iPhone ของ Apple ดูท่าจะไปไม่ค่อยดีนัก  หลายปีให้หลังมานี้ยอดขายของ iPhone ค่อย ๆ ลดลงมาจนเหลือแค่เลขตัวเดียว ในขณะที่ซัมซุงกลับปรากฏเป็นข่าวตามสื่อต่าง ๆ บ่อยครั้งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวว่า Apple ได้สั่งให้โรงงานปรับลดจำนวนการผลิต iPhone ลง ในขณะเดียวกันกับที่สมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์มีส่วนแบ่งการตลาดเพ่ิมขึ้น

ดูเหมือนว่า Apple  กำลังหาทางเปลี่ยนแปลงบางอย่างเพื่อที่จะทำให้ iPhone  กลับมาได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นดังเช่นแต่ก่อน โดยในสัปดาห์นี้ Apple จะเปิดตัว iPhone 5S และ iPhone 5C  ซึ่งมีราคาถูกลง ซึ่ง iPhone ทั้งสองรุ่นที่จะเปิดตัวนั้นไม่ได้มีคุณลักษณะเด่นอะไรใหม่ๆ เลย  โดยในส่วนของรุ่น 5S นั้น จะมีระบบสแกนลายนิ้วมือที่ีช่วยให้โทรศัพท์มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

หากจะพูดว่าการเปิดตัว iPhone ทั้งสองรุ่นเป็นเรื่องดี แต่ทว่าลำพังเท่านี้ก็ไม่อาจทำให้ความนิยมใน iPhone เด้งกลับขึ้นมาเป็นแบบเดิมได้   ดังนั้นมีสามอย่างที่เกิดขึ้นอาจช่วยให้ iPhone สดใสขึ้นมาได้บ้าง

 

อย่างแรกเลย Apple กำลังเริ่มขายโทรศัพท์ผ่าน DoCoMo  ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นและร่วมมือกับ China Mobile ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดของจีนเช่นกัน โดยในส่วนของ China Mobile มีฐานลูกค้ากว่า 700 ล้านราย ใหญ่กว่า Verizon ถึงเจ็ดเท่า ที่ผ่านมานั้น Apple ยังไม่ได้ทำสัญญากับผู้ให้บริการเครือข่ายรายใดเพิ่มเติม ซึ่งเป็นการจำกัดโอกาสการเติบโตของบริษัท แต่เมื่อร่วมมือกับ DoCoMo และ China Mobile แล้วก็จะทำให้มียอดขายเพิ่มสูงขึ้นได้

iPhone 5S iPhone 5C

 

 

 

 

 

 

 

ประการต่อมา Apple จะขาย iPhone บางรุ่นในราคาถูก  โดยเฉลี่ยแล้วราคาขาย iPhone ทั่วโลกจะอยู่ที่ 800 – 1,000 เหรียญฯ เมื่อวางตำแหน่งรุ่น 5C ให้เป็น iPhone ราคาถูกที่จะตัดราคาลงมาขายที่ 400 -500 เหรียญฯ ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้นและลงมาสู้กับสมาร์ทโฟนรุ่นกลาง ๆ ของค่ายอื่นได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ

นอกจากนี้แล้วธุรกิจในส่วน iPhone ของ Apple ที่ผ่านมาเติบโตได้ช้าเนื่องจากปัญหาเรื่องราคาและการจัดจำหน่าย ซึ่งถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงปัจจัยดังกล่าว

 

ประการที่สาม Apple กำลังพัฒนา iPhone ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม  การที่ Apple ทำสัญญากับผู้ให้บริการเครือข่ายยักษ์ใหญ่ของจีนและญี่ปุ่นรวมทั้งออก iPhone รุ่นราคาถูกนั้น อาจเป็นกลยุทธ์ที่สามารถยืนระยะได้เพียง 12 เดือนเท่านั้น จากนั้นในปีต่อไป เราอาจได้เห็น iPhone ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นซึ่งจะช่วยต่อลมหายใจให้กับสายการผลิต iPhone  ในส่วนของผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์นั้นต่างก็ผลิตโทรศัพท์ที่มีขนาดหน้าจอ 4.8 นิ้วขึ้นไป แต่ Apple เป็นเพียงบริษัทเดียวที่ทำโทรศัพท์ที่มีหน้าจอขนาด 4  นิ้วลงมา  หน้าจอที่ใหญ่กว่าย่อมดีกว่าและถึงเวลาแล้วที่ Apple ควรจะมีทางเลือกให้กับผู้บริโภค

 

นอกจากที่กล่าวมาทั้งหมดแล้ว Apple เองก็พยายามที่จะอัพเดตซอฟท์แวร์ของ iPhone เป็นรุ่น iOS7 เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ เข้าไปเพื่อให้แข่งขันและให้เหนือกว่ากับค่ายแอนดรอยด์ได้ จากที่ผ่านมา iPhone เริ่มจะไม่มีอะไรใหม่ ซอฟท์แวร์เองก็ไม่แตกต่างจากรุ่นก่อน ๆ สักเท่าไหร่ ซึ่งการออกแบบตัวเครื่องร่วมกับการอัพเดตซอฟท์แวร์จะทำให้ iPhone ดูน่าสนใจเพิ่มขึ้น ส่วนจะช่วยได้แค่ไหนนั้น ก็ต้องรอดูช่วงเวลา 12 – 18 เดือนถัดจากนี้

 

การที่ Apple เปิดตัว iPhone 5C ซึ่งเป็นรุ่นราคาถูกออกสู่ตลาดนั้น แน่นอนว่ากำไรต่อหน่วยก็ต้องลดลงตามไป แต่สิ่งที่แลกกลับมาก็คือยอดขายที่เพ่ิมขึ้น จำนวนผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้นและตลาด app ของ iOS ที่จะขยายตัวตามมา

 

.........................................
ร่วมสนับสนุนการทำเนื้อหาได้ที่
SCB : ธนาคารไทยพาณิชย์
ชื่อบัญชี : HEROTHAILAND.COM บัญชี : ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี : 667-265599-4