Tag:อ่านหนังสือ

บิลล์ เกตต์ อ่านหนังสืออย่างไร

แน่นอนว่าเราสามารถมีความรู้เพิ่มขึ้นได้จากการอ่านหนังสือ แต่เราไม่สามารถอ่านหนังสือทุกเล่มที่มีบนโลกได้ แล้วก็ไม่ใช่ว่าเป็นหนังสือแล้วจะช่วยให้เราพัฒนาตัวเอง ยกระดับชีวิตของเราได้ หรือทำให้เราเข้าใจตัวเองได้อย่างถ่องแท้ว่ามีจุดดี จุดด้อยแตกต่างจากคนอื่น ๆ อย่างไร

เราต้องอ่านในสิ่งที่คนอื่นไม่อ่านและคิดให้ต่างไปจากพวกเขา

และด้วยเหตุผลดังกล่าว ผมถึงเริ่มคิดถึงคนที่ฉลาดว่า เขาอ่านหนังสือกันอย่างไร จากนั้นผมก็เจอคลิปวิดิโอคของบิล เกตต์ ในยูทูป ผมเรียนรู้อะไรหลายอย่างจากคำพูดของเขา

เกตต์ จะไม่เสียเวลาอ่านหนังสือที่เขารู้ว่าจะอ่านมันไม่จบ เขารู้ว่าเมื่อไหร่ที่เขาอ่านหนังสือต้องมีสมาธิ เขาจะได้ความรู้ใหม่และนำความรู้ที่ได้ไปรวมกับความรู้เดิมที่มี

ก่อนจะอ่านหนังสือเล่มต่อไป

ถ้าพูดกัน ณ ปัจจุบันนี้เลย ก็สามารถพูดได้ว่าหลังจากการปรับวิธีการอ่านหนังสือ ผมสามารถจำเนื้อหาส่วนใหญ่ที่อ่านไปได้แล้ว ดังนั้นก่อนที่คุณจะเริ่มอ่านหนังสือเล่มถัดไปนั้น ผมอยากให้คุณลองทำตามสี่ขั้นตอนต่อไปนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผมได้อะไรมากมายจากหนังสือทุกเล่มที่ได้อ่านไป หนังสือมีราคาและต้องใช้เวลาในการอ่านดังนั้นจะดีกว่าในการอ่านหนังสือด้วยแนวทางที่เหมาะสม หากไม่อย่างนั้นแล้วไม่ก็ไม่ต่างอะไรกับการไม่ได้อ่าน คำว่าหนังสือในที่นี้หมายถึงหนังสือวิชาการ อย่างพวก หนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับธุรกิจ กลยุทธ์ หนังสือเสริมสร้างทักษะ เป็นต้น ไม่ได้รวมถึงพวกหนังสือนวนิยาย

คนฉลาดอ่านหนังสือมากเกินไป

ทุกวันนี้หนังสือหลายเล่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือในกลุ่มพัฒนาตัวเอง หนังสือการทำธุรกิจ มักอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวและเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอยู่มากมายซึ่งไม่ได้สร้างคุณค่าที่แท้จริงสักเท่าใด และเมื่อเป็นเช่นนั้น เราจึงจบลงด้วยการอ่านหนังสือจำนวน 300 หน้าที่ซึ่งแก่นความคิดที่พอจะนำไปใช้ได้จริงมีอยู่ราว ๆ 30 หน้า หรืออาจจะน้อยที่สุดเพียงแค่ 3 หน้า ก็ได้

การสร้างนิสัยรักการอ่านให้กับเด็ก ๆ

การอ่านสำหรับเด็กถือเป็นส่ิงสำคัญ การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางวรรณกรรมให้แก่เด็ก ๆ นั้น ต้องทำให้หนังสือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเด็ก ๆ และหาหนทางหรือวิธีการที่สร้างสรรค์ในการที่จะส่งเสริมการอ่าน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่คุณกำลังจะมอบพื้นฐานความสำเร็จในวัยเรียนในภายภาคหน้ารวมทั้งยังเป็นการมอบความมั่งคั่งสำหรับจินตนาการให้กับเด็ก ๆ ของคุณต่อไป

Latest news

ต่อต้านข่าวปลอมได้อย่างไร

ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทั้ง Youtube Facebook และ Twitter ได้ทำการแบนเนื้อหาที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อโควิด 19 ที่โพสต์บนแพลทฟอร์มของตน

จากการสำรวจโดย PEW RESEARCH center เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา พบว่า มีกลุ่มประชากรวัยผู้ใหญ่ 21% ของสหรัฐฯ ไม่ต้องการรับวัคซีนและยังคงค่อนข้างเชื่อว่าการให้ข้อมูลข่าวสารกับพวกเขามากขึ้นก็ไม่อาจเปลี่ยนใจให้รับวัคซีนได้อยู่ดี

- Advertisement -spot_imgspot_img

ทำไม ebook streaming ถึงยังไม่บูม

ทุกวันนี้เราคงคุ้นชินกับการเสียค่ารายเดือนเพื่อดูหนัง ฟังเพลง อย่างไม่จำกัด ผ่านอุปกรณ์อย่างสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตหรือว่าคอมพิวเตอร์ ได้ทุกที่ ทุกเวลา หากไม่มีอินเตอร์เน็ตก็สามารถดาวน์โหลดแล้วเอาไปฟัง เอาไปดูแบบออฟไลน์ในภายหลังยังได้

นี่คือบริการบอกรับสมาชิกที่เห็นได้ชัดเจนในชีวิตประจำวัน…

แต่สำหรับหนังสือ วิธีการแบบนี้กับ ebook ดูเหมือนว่ามันยังไปไม่ถึงไหนสักที ทั้งที่ก็เป็นเนื้อหาที่ได้รับความนิยมไม่ต่างจากดูหนัง ฟังเพลง แต่คงจะมาในลำดับรองลงมาหรืออย่างไร ?

Bookish ห้ารุมหนึ่งก็แพ้ Amazon

ย้อนกลับไปในปี 2011  สำนักพิมพ์ยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลกสามแห่ง คือ Hachette , Simon & Schuster และ Penguin ซึ่งต่อมาสำนักพิมพ์ Penguin ได้ควบรวมกับสำนักพิมพ์ Random House กลายเป็น Penguin Random House

สำนักพิมพ์เหล่านี้รวมตัวกันสร้างเว็บไซต์ขายปลีกหนังสือออนไลน์มาแข่งกับ Amazon โดยตั้งชื่อเว็บไซต์ว่า Bookish โดยมีเป้าหมายเพื่อนำเสนอหนังสือและนักเขียนให้กับผู้อ่าน เพื่อให้พวกเขามีความรู้และได้รับคำแนะนำในการเลือกหนังสือที่เป็นประโยชน์ยิ่งขึ้น แต่พูดง่าย  ๆ ก็คือ จะทำมาคานอำนาจ Amazon นั่นแหละ เนื่องจากในเวลานั้นผู้คนให้ความนิยมกับการซื้อหนังสือออนไลน์กันมากขึ้นทุกที

Must read

ต่อต้านข่าวปลอมได้อย่างไร

ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทั้ง Youtube Facebook และ Twitter ได้ทำการแบนเนื้อหาที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อโควิด 19 ที่โพสต์บนแพลทฟอร์มของตน

จากการสำรวจโดย PEW RESEARCH center เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา พบว่า มีกลุ่มประชากรวัยผู้ใหญ่ 21% ของสหรัฐฯ ไม่ต้องการรับวัคซีนและยังคงค่อนข้างเชื่อว่าการให้ข้อมูลข่าวสารกับพวกเขามากขึ้นก็ไม่อาจเปลี่ยนใจให้รับวัคซีนได้อยู่ดี

ทำไม ebook streaming ถึงยังไม่บูม

ทุกวันนี้เราคงคุ้นชินกับการเสียค่ารายเดือนเพื่อดูหนัง ฟังเพลง อย่างไม่จำกัด ผ่านอุปกรณ์อย่างสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตหรือว่าคอมพิวเตอร์ ได้ทุกที่ ทุกเวลา หากไม่มีอินเตอร์เน็ตก็สามารถดาวน์โหลดแล้วเอาไปฟัง เอาไปดูแบบออฟไลน์ในภายหลังยังได้

นี่คือบริการบอกรับสมาชิกที่เห็นได้ชัดเจนในชีวิตประจำวัน…

แต่สำหรับหนังสือ วิธีการแบบนี้กับ ebook ดูเหมือนว่ามันยังไปไม่ถึงไหนสักที ทั้งที่ก็เป็นเนื้อหาที่ได้รับความนิยมไม่ต่างจากดูหนัง ฟังเพลง แต่คงจะมาในลำดับรองลงมาหรืออย่างไร ?