Tag:จดหมายเลข ISBN

ต้องการ ISBN ไปทำไม

อีกเหตุผลหนึ่งที่เราจำเป็นต้องมี ISBN ให้กับหนังสือของเราก็เพราะว่า เราจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ตีพิมพ์หนังสือเล่มดังกล่าว สมมติว่าถ้าเราเอาหนังสือของเราไปฝากขายกับเว็บไซต์อย่าง Amazon หรือ Lulu  บริษัทเหล่านี้เขาก็จะแจกหมายเลข ISBN ให้เราฟรี ซึ่งถ้าเรามีงบประมาณจำกัด มันก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสม แต่เวลาหนังสือของเราเข้าไปในฐานข้อมูล ในส่วนของสำนักพิมพ์ก็จะเป็นชื่อ Amazon แทน

Latest news

สมองต้องการอ่านทุกวัน

ต่างจากการที่เราเข้าเรียนไปฟังเลคเชอร์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่เต็มไปด้วยข้อเท็จจริง มีย่อหน้าที่สำคัญเรียงลำดับหนึ่ง สอง สาม สี่ เต็มไปหมด ซึ่งสมองของเราจะทำงานแต่ในส่วนของภาษาเพื่อทำการแปลและเรียงร้อยแต่ละคำให้ออกมาเป็นความหมาย แต่ถ้าหากเราได้ฟังเรื่องราวบางอย่างที่น่าสนใจ ไม่เพียงแต่ในส่วนของการถอดรหัสภาษา แต่สมองเรายังถูกกระตุ้นอีกหลายส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวนั้น ๆ  แตกกิ่งก้านออกไปหลายมิติ

เช่น ถ้าหากเราได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับการวิ่งของใครคนหนึ่ง สมองส่วน motor cortex ก็จะทำงาน เนื่องจากมันทำหน้าที่สั่งการให้เกิดการเคลื่อนไหวที่อยู่ภายใต้อำนาจของจิตใจที่เกี่ยวกับการวิ่ง และมันง่ายกว่าที่จะจำเรื่องราวมากกว่าข้อเท็จจริงพื้น ๆ ข้อหนึ่ง ข้อสอง ข้อสามที่ไม่มีอะไรตื่นเต้น เพราะว่ามันทำให้เราเหมือนเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริง ๆ 

นักวิจัยที่  Emory University ค้นพบว่าไม่มีอาหารอะไรที่วิเศษต่อสมองมากไปกว่าหนังสืออีกแล้ว พวกเขาได้ให้กลุ่มทดลองอ่านหนังสือนวนิยายจำนวน 30 หน้า และหลังจากนั้นก็ทำการ fMRI brain scan เป็นระยะเวลา 5 วันติดต่อกัน ผลที่ออกมาพบว่า ผู้ทดลองแสดงให้เห็นถึงการทำงานของสมองในส่วน Temporal cortex มากขึ้นกว่าปกติ ซึ่งเป็นสมองส่วนที่ช่วยควบคุมการรับรู้ต่อภาษาของเรา นอกจากนี้แล้วยังพบว่าสมองส่วน central sulci ก็มีการทำงานเพิ่มขึ้นด้วย

- Advertisement -spot_imgspot_img

ห้องสมุดกับเรื่องราวในชีวิต

หลายคนคงจะคิดว่าบัตรห้องสมุดใบแรกของฉันมาจากการที่พ่อแม่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูก แต่ไม่ใช่เลย สำหรับครอบครัวเรา การเลือกหนังสือต้องผ่านการพินิจพิจารณาจากผู้นำศาสนาและหลักสูตรบ้านเรียนตามแบบแผนของชาวคริสเตียนเสียก่อน อาจจะโชคดีอยู่บ้างที่แม่ของฉัน เธอเป็นแม่บ้านที่ทำงานบ้านและมีเวลาอยู่กับลูกทั้งวัน ดังนั้นในบางเวลาเธอจะพาฉันและลูกพี่ลูกน้องไปที่ห้องสมุด ซึ่งขากลับแขนของฉันก็จะต้องอุ้มหนังสือหมวดเดียวที่ได้รับอนุญาตให้อ่านอยู่เต็มไปหมด นั่นก็คือ หนังสือเกี่ยวกับการดูแลม้า ! ตัวฉันเองไม่เคยเรียนขี่ม้าแต่ฝันไว้ว่าอยากจะเป็นเจ้าของม้าสักตัว ฉันกวาดสายตามองดูรูปทุกรูป หนังสือทุกเล่มในหมวดหมู่ของสัตว์ที่มีในห้องสมุด แม้แต่หนังสือที่มีเนื้อหาเกินกว่าที่ฉันจะเข้าใจในตอนนั้น เหตุการณ์ดำเนินไปแบบนี้ จนไม่เหลือหนังสือในหมวดดังกล่าวให้อ่านอีกแล้ว

การเดินทางของหนังสือเก่า

ก่อนหน้านี้ฉันเคยเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบการกางแบะหนังสือออก เพราะมันทำให้สันหนังสือย่นหรือเป็นรอยยับได้ง่าย มันดูไม่สวยเวลาที่เราเอาใส่เข้าไปในชั้น แต่พักหลังมานี้ฉันกลับไม่คิดอะไรมาก เพราะว่าหนังสือที่ซื้อมาช่วงหลัง ๆ นี้จะเป็นหนังสือมือสองเสียส่วนใหญ่ซึ่งแน่นอนว่ามันมีร่องรอยของการใช้งานติดมาด้วยอยู่แล้วและไม่ได้มีแค่เรื่องสัน ปกหน้าก็มีรอยถลอก รอยฉีกขาด หรือเจอคนที่อ่านหนังสือแล้วชอบพับขอบหน้ากระดาษลงขอบ ซึ่งในตอนนี้ฉันรับได้

Must read

สมองต้องการอ่านทุกวัน

ต่างจากการที่เราเข้าเรียนไปฟังเลคเชอร์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่เต็มไปด้วยข้อเท็จจริง มีย่อหน้าที่สำคัญเรียงลำดับหนึ่ง สอง สาม สี่ เต็มไปหมด ซึ่งสมองของเราจะทำงานแต่ในส่วนของภาษาเพื่อทำการแปลและเรียงร้อยแต่ละคำให้ออกมาเป็นความหมาย แต่ถ้าหากเราได้ฟังเรื่องราวบางอย่างที่น่าสนใจ ไม่เพียงแต่ในส่วนของการถอดรหัสภาษา แต่สมองเรายังถูกกระตุ้นอีกหลายส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวนั้น ๆ  แตกกิ่งก้านออกไปหลายมิติ

เช่น ถ้าหากเราได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับการวิ่งของใครคนหนึ่ง สมองส่วน motor cortex ก็จะทำงาน เนื่องจากมันทำหน้าที่สั่งการให้เกิดการเคลื่อนไหวที่อยู่ภายใต้อำนาจของจิตใจที่เกี่ยวกับการวิ่ง และมันง่ายกว่าที่จะจำเรื่องราวมากกว่าข้อเท็จจริงพื้น ๆ ข้อหนึ่ง ข้อสอง ข้อสามที่ไม่มีอะไรตื่นเต้น เพราะว่ามันทำให้เราเหมือนเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริง ๆ 

นักวิจัยที่  Emory University ค้นพบว่าไม่มีอาหารอะไรที่วิเศษต่อสมองมากไปกว่าหนังสืออีกแล้ว พวกเขาได้ให้กลุ่มทดลองอ่านหนังสือนวนิยายจำนวน 30 หน้า และหลังจากนั้นก็ทำการ fMRI brain scan เป็นระยะเวลา 5 วันติดต่อกัน ผลที่ออกมาพบว่า ผู้ทดลองแสดงให้เห็นถึงการทำงานของสมองในส่วน Temporal cortex มากขึ้นกว่าปกติ ซึ่งเป็นสมองส่วนที่ช่วยควบคุมการรับรู้ต่อภาษาของเรา นอกจากนี้แล้วยังพบว่าสมองส่วน central sulci ก็มีการทำงานเพิ่มขึ้นด้วย

ห้องสมุดกับเรื่องราวในชีวิต

หลายคนคงจะคิดว่าบัตรห้องสมุดใบแรกของฉันมาจากการที่พ่อแม่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูก แต่ไม่ใช่เลย สำหรับครอบครัวเรา การเลือกหนังสือต้องผ่านการพินิจพิจารณาจากผู้นำศาสนาและหลักสูตรบ้านเรียนตามแบบแผนของชาวคริสเตียนเสียก่อน อาจจะโชคดีอยู่บ้างที่แม่ของฉัน เธอเป็นแม่บ้านที่ทำงานบ้านและมีเวลาอยู่กับลูกทั้งวัน ดังนั้นในบางเวลาเธอจะพาฉันและลูกพี่ลูกน้องไปที่ห้องสมุด ซึ่งขากลับแขนของฉันก็จะต้องอุ้มหนังสือหมวดเดียวที่ได้รับอนุญาตให้อ่านอยู่เต็มไปหมด นั่นก็คือ หนังสือเกี่ยวกับการดูแลม้า ! ตัวฉันเองไม่เคยเรียนขี่ม้าแต่ฝันไว้ว่าอยากจะเป็นเจ้าของม้าสักตัว ฉันกวาดสายตามองดูรูปทุกรูป หนังสือทุกเล่มในหมวดหมู่ของสัตว์ที่มีในห้องสมุด แม้แต่หนังสือที่มีเนื้อหาเกินกว่าที่ฉันจะเข้าใจในตอนนั้น เหตุการณ์ดำเนินไปแบบนี้ จนไม่เหลือหนังสือในหมวดดังกล่าวให้อ่านอีกแล้ว