ประโยขน์ของการอ่านหนังสือเล่มเดิม

ดาริอุสได้เล่าถึงประสบการณ์ของเขาในการนำหนังสือที่ชอบมาอ่านซ้ำ ซึ่งอาจจะขัดกับใครหลายคนที่มองว่า เนื้อหาเดิม ๆ น่าเบื่อ ไม่มีอะไรใหม่

……

ในปี 2015 ผมตั้งเป้าหมายว่าจะอ่านหนังสือให้ได้ 100 เล่มในปีนี้ ซึ่งจะว่าไปผมก็ไม่ได้ใช้เวลานานนักเพื่อที่จะสร้างนิสัยหรือวินัยหาเวลาอ่านหนังสือในแต่ละวัน ซึ่งยืนยันได้ว่าถึงทุกวันนี้การอ่านหนังสือยังคงเป็นหนึ่งในกิจวัตรที่ดีที่สุดในชีวิตผม

ในเวลานี้โลกของเราต้องเผชิญกับการระบาดของ COVID19  ผมเองก็เหมือนกับคนอื่น ๆ ที่เริ่มกังวลเกี่ยวกับไวรัสดังกล่าวนอกจากนั้นแล้วก็ยังมีเรื่องอื่น ๆให้กังวลอีก นึกถึงแต่กรณีเลวร้ายที่สุด ขณะเดียวกันก็มีความคิดผุดขึ้นในหัวว่าผมเคยอ่านอะไรเกี่ยวกับสภาวะอารมณ์ดังกล่าวนี้มาก่อนหรือไม่ ?

How to Stop Worrying and Start Living

คำตอบคือ ใช่ ?

ผมมีหนังสืออยู่หลายเล่มที่เกี่ยวกับการสำรวจความกังวลและจะหาวิธีจัดการกับมันยังไง อย่างเช่น หนังสือของเดล คาร์เนกี How to Stop Worrying and Start Living ผมเลยเอาหนังสือพวกนั้นมาอ่านอีกครั้งโดยเฉพาะบทที่ชอบ หลังจากนั้นไม่นานผมก็สามารถปรับวิธีคิดและให้ความสนใจไปกับสิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ ไม่ฟุ้งซ่านไปกับสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา

การที่เราจะเชี่ยวชาญเรื่องใดเรื่องหนึ่งนั้นจำเป็นต้องมีการฝึกฝน ทำซ้ำอยู่เป็นประจำ ถ้าหากเราต้องการที่จะมีชีวิตให้ได้เหมือนดังที่เนื้อหาในหนังสือพูดถึง เราต้องอ่านมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งนั้นจะทำให้เราเริ่มเข้าใจถึงวิธีการที่จะนำมันมาประยุกต์ใช้

………..

พยายามให้หนังสือเล่มที่เราชอบอยู่ใกล้ ๆ มือ

หากพิจารณาดูชีวิตเรา พฤติกรรมอะไร ลักษณะเฉพาะตัวอะไร หรือทักษะไหนที่เราต้องการจะเป็น หาหนังสือที่เต็มไปด้วยความรู้เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวนั้นและพยายามเอามันไว้ใกล้ ๆ ตัว

หนังสือเรื่องที่เราต้องการจะเก่งขึ้นหรือรู้มากขึ้นนั้น จำเป็นที่จะต้องหาที่วางมันไว้ในที่ที่เราหยิบจับได้สะดวกได้ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นบนโต๊ะทำงาน  โต๊ะหัวเตียง โต๊ะกินข้าว ไม่จำเป็นจะต้องไปวางกองกันไว้เป็นสิบยี่สิบเล่ม  เอาเฉพาะเล่มที่เราชอบมากที่สุดหรือมีหัวข้อที่เรากำลังสนใจอย่างเร่งด่วน

เราจะให้หนังสือเป็นตัวช่วยเตือนความจำว่ามีเนื้อหาที่เราเพิ่งอ่านและจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร เวลาที่ผมอ่านหนังสือเล่มไหนเป็นครั้งแรกผมจะเน้นข้อความที่เป็นใจความสำคัญ คำคมที่โดนใจให้ฉุกคิด หลังจากนั้นหากกลับมาอ่านหนังสือเล่มดังกล่าวนั้นอีกก็สามารถพลิกไปดูในส่วนที่เน้นข้อความไว้ซึ่งช่วยให้ดูดซับเอาแนวคิดสำคัญได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่กี่นาที

เมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนบอกกับผมว่า “พวกเขาไม่กล้าทำเครื่องหมายหรือระบายสีเน้นข้อความในหนังสือ กลัวหนังสือไม่สะอาด ไม่สวย”

ผมก็มักจะถามกลับเสมอว่า คุณค่าอะไรที่พวกเขาต้องการกันเล่า ระหว่างการเก็บรักษาหนังสือดังกล่าวให้สะอาดไร้รอยมลทินใด ๆ หรือว่าจะอ่านมันเพื่อปรับปรุงชีวิตของเราให้ดีขึ้น

เน้นข้อความไปเถอะ จดบันทึกในหน้าที่ต้องการ ทำหนังสือให้มันเป็นหนังสือของคุณจริง ๆ

………

พยายามจดบันทึกสิ่งสำคัญ แนวความคิดโดน ๆ ลงสมุดบันทึก

เนื่องจากว่าตัวเราเองมีการเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา เรามีความเข้าใจที่แตกต่างกันไปในแต่ละครั้งที่เราอ่านหนังสือเล่มเดิม ผมแนะนำให้คุณจดบันทึกความเข้าใจที่มีในแต่ละครั้งลงในสมุดบันทึก

เมื่อคุณเขียนถึงหัวข้อดังกล่าวด้วยภาษาของคุณเอง นั่นจะเป็นการเริ่มเชื่อมต่อความเข้าใจเข้าไปในสมอง ถ้าหากคุณไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี ก็อาจจะเริ่มต้นด้วยหัวข้อ เช่น คุณได้เรียนรู้อะไรไป ?  มันเกี่ยวข้องอย่างไรกับชีวิตคุณ ? คุณจะใช้ความรู้ความเข้าใจที่ได้ไปพัฒนาปรับปรุงชีวิตให้ดีขึ้นได้อย่างไร ?

…………………….

การที่คุณอ่านหนังสือเล่มเดิมซ้ำไปซ้ำมานั้น ก็จะยิ่งทำให้มีจำนวนหนังสือเล่มโปรดน้อยลงเรื่อยๆ จนเหลือเพียงหนังสือไม่กี่เล่มที่วิ่งเข้ามาในหัวทันทีเวลามีใครสักคนถามว่า “หนังสือเล่มไหนที่เปลี่ยนชีวิตคุณ ?”

โดยส่วนตัวผมตั้งเป้าหมายสำหรับการอ่านหนังสือเล่มเดิมวนซ้ำๆ อยู่ราว 50 เล่ม หลังจากที่ผมอ่านจบ ผมก็คัดออกมาได้ 10 เล่มที่จะนำมาอ่านซ้ำ ๆ ต่อ ซึ่งมีเนื้อหามากมายที่เต็มไปด้วยสิ่งที่ผมอยากจะเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเองให้เก่ง ให้ดียิ่ง ๆขึ้นไป

บรูซ ลี เคยกล่าวไว้ว่า “ผมไม่ได้กลัวคนที่ฝึกเตะมานับหมื่นครั้ง แต่ผมกลัวคนที่ฝึกเตะท่าเดิมมาแล้วหมื่นครั้งมากกว่า” เช่นเดียวกันกับที่ผมไม่ได้ชื่นชมคนที่อ่านหนังสือมาแล้วเป็นพันเล่มหากแต่คนที่อ่านหนังสือเล่มเดิมมาแล้วพันครั้งต่างหาก

ร้านหนังสือตามสั่ง รับสั่งหนังสือต่างประเทศและสินค้าจากทั่วโลก ส่งถึงบ้านต่างจังหวัด Tel : 08-5464-1644 | line id : @herothailand.com