ร้านหนังสือสู้ฝ่าวิกฤติโคโรนา

สำหรับร้านหนังสือแล้วนี่คือการดิสรัปชันครั้งมโหฬาร !

การเปิดประตูร้านก็คือการเปิดรับความเสี่ยงและถือเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของทางการแต่ขณะเดียวกันมันก็หมายถึงโอกาสของร้านเองด้วย

จะว่าไป ณ เวลานี้ ชาวแคนาดาต่างก็มีเวลาว่างมากขึ้น ว่างพอที่จะอ่านหนังสือได้รวมทั้งเด็ก ๆ ที่ต่างก็อยากจะหากิจกรรมอะไรทำ

ร้านหนังสือเสนอค่าจัดส่งในรัศมีใกล้ ๆ ฟรีหรือไม่ก็คิดค่าส่งถูก ๆ ในขณะที่บางร้านก็ให้ลูกค้ามารับหนังสือที่ริมถนนแทน ส่วนร้านหนังสือบางร้านซึ่งจากที่ไม่เคยขายออนไลน์เลย มีเพียงแต่รับคำสั่งซื้อผ่านทางโทรศัพท์และรับสั่งหนังสือทางอีเมล์เท่านั้นก็ต้องหันมาทำออนไลน์

จริงอยู่ว่าการจัดส่งหนังสือให้ลูกค้าไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด  Amazon ทำให้ดูมาตั้งนานแล้ว แต่ถึงกระนั้นจากที่ Amazon เคยรับประกันว่าจะจัดส่งหนังสือให้ถึงมือผู้รับภายในวันถัดไปสำหรับผู้ที่เป็นสมาชิก Amazon Prime นั้น ถึงตอนนี้ก็ไม่แน่เสียแล้วว่าจะส่งทันอย่างที่เคย

เจฟ เบโซส์​ ซีอีโอของ Amazon เขียนอีเมล์ถึงพนักงานในสัปดาห์นี้ มีใจความท่อนหนึ่ง บอกว่า “นี่ไม่ใช่การทำธุรกิจอย่างที่เคยเป็น มันเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างตึงเครียดและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน งานที่พวกเรากำลังทำอยู่นั้นค่อนข้างวิกฤติอย่างมาก”

ทางบริษัทได้ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานเพื่อลำดับความสำคัญในการสต็อกสินค้าและจัดส่งสินค้าที่จำเป็น อย่างเช่นเครื่องใช้ภายในบ้านและอุปกรณ์ทางการแพทย์ซึ่งต้องมาก่อนการจัดส่งสินค้าอื่นแม้กระทั่งหนังสือที่เป็นสินค้าก่อร่างสร้างตัวของ Amazon เอง

สำหรับที่แคนาดาจะต่างไปจากอังกฤษและสหรัฐฯ ยังมีหนังสือส่งเข้ามาที่คลังสินค้าของ Amazon ในแคนาดาอยู่ตลอด ทางด้าน Indigo เชนร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในแคนาดาหลังจากปิดร้านสาขาไปในวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมาแต่ทว่ากลับมียอดขายหนังสือออนไลน์เพิ่มสูงขึ้น

อย่างน้อยในวิกฤติก็มีเรื่องน่าประทับใจเกิดขึ้น มีเรื่องราวจากร้านหนังสือขนาดเล็กทั่วแคนาดาที่พบว่า ลูกค้าติดต่อกับทางร้านและอยากจะสั่งหนังสือกับทางร้านมากกว่าที่จะไปสั่งกับ Amazon  อย่างที่ คริส ฮอลล์ เจ้าของร้านหนังสือบอกว่า  “เรามีลูกค้าที่มีความเข้าใจ เห็นใจ พวกเขาอยากจะช่วยอุดหนุนเราในตอนที่เราลำบาก”

แน่นอนว่า เรื่องราวเหล่านี้มีตอนจบที่ยากจะคาดเดา ผู้คนที่ทำงานในแวดวงสิ่งพิมพ์และการขายหนังสือต่างก็เป็นกังวลถึงความเปลี่ยนแปลงกับอุตสาหกรรมของตนที่จะเกิดขึ้นหลังจากวิกฤติโรคระบาดครั้งนี้สิ้นสุดลง

เจ้าของร้านหนังสือต่างก็สังเกตุเห็นจำนวนคนที่เข้าร้านลดลงเนื่องจากกลุ่มลูกค้านั้นเริ่มจะทำงานที่บ้านกัน ดังนั้นต้องปรับตัวมารับสั่งหนังสือทางโทรศัพท์แต่ในที่สุดก็ต้องหยุดทุกอย่างเพราะต้องปิดร้านเพื่อลดการระบาดของโรค

นอกจากเราจะกังวลกับปัญหาโรคระบาดที่ส่งผลต่อสุขภาพของผู้คนแล้ว มันยังส่งผลต่อสุขภาพของธุรกิจของเราอีกด้วย เพราะไม่มีใครรู้ว่าอีกนานแค่ไหนที่มันจะสิ้นสุดลง หากมันไม่จบลงในช่วงระยะเวลาอันใกล้แต่กลับลากยาวออกไปล่ะ ?

ร้านหนังสือบางแห่งก็ต้องใช้วิธีลดจำนวนพนักงานลง ตัดรายจ่ายทุกอย่างเท่าที่ตัดได้ให้มากที่สุด โดยเจ้าของร้านหนังสือแห่งหนึ่ง บอกว่า “ฉันไม่อยากหลอกตัวเองว่าเรากำลังสบายดี จึงจำเป็นต้องลดจำนวนพนักงานที่ร้านลงไปครึ่งหนึ่ง ! ” ส่วนร้านหนังสือที่อยู่ตามเมืองท่องเที่ยว อย่างร้านที่อยู่แถวท่าเรือซึ่งจะมีเรือหรูลำใหญ่มาเทียบท่าเช่นแต่ก่อนนั้น บอกว่า “ลูกค้าที่ร้านส่วนใหญ่ก็มาจากนักท่องเที่ยวบนเรือเหล่านี้ บางวันมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในตัวเมืองเป็นหมื่นคน แต่พอถึงตอนนี้ มันไม่มีแบบนั้นอีกแล้ว ถึงตอนนี้ฉันรู้สึกว่าร้านของเราน่าจะอยู่รอดแต่มันจะกลายเป็นธุรกิจที่เล็กลงไปจากเดิมอย่างมากและคงต้องใช้เวลาอีกนานเพื่อฟื้นฟู”

ช่วงเวลาที่ผู้คนกักตัวอยู่ที่บ้าน หนังสือที่มียอดขายแทรกเข้ามา ก็จะเป็นพวกหนังสือกิจกรรมสำหรับเด็ก คู่มือทำแบบฝึกหัดต่าง ๆ ที่พ่อแม่หันมาทำบ้านเรียนให้กับลูก ๆ หนังสือระบายสีสำหรับผู้ใหญ่ที่ช่วยลดความเครียดของพวกเขาได้ 

อย่างน้อย ๆ ก็ยังมีคนที่หันมาอ่านหนังสือเพื่อที่จะปล่อยให้ตัวเองลื่นไหลไปกับเรื่องราวดี ๆ ในหนังสือบ้าง ในขณะที่โลกภายนอกกำลังเผชิญกับโรคระบาดและความวิตกกังกวล

แล้วในระยะยาวจะเกิดอะไรขึ้นกับการขายหนังสือ ……. ไม่มีใครรู้

แต่ที่แน่ ๆ คือ…. ผู้คนยังคงอ่านหนังสือ…..

ร้านหนังสือตามสั่ง รับสั่งหนังสือต่างประเทศและสินค้าจากทั่วโลก ส่งถึงบ้านต่างจังหวัด Tel : 08-5464-1644 | line id : @herothailand.com