Tag:ร้านหนังสือ

การขายหนังสือในยุคออฟไลน์

หลังจากที่ข้อตกลง Net Book Agreement 1995 ซึ่งมีไว้เพื่อป้องกันการขายหนังสือตัดราคากันถูกยกเลิกไป การขายหนังสือจึงเบนเข็มมาสู่การแข่งขันกันลดราคาเพื่อดึงดูดใจลูกค้า และการได้มาซึ่งส่วนลดเพื่อเป็นแต้มต่อในการขายนั้น ก็เป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับสำนักพิมพ์และผู้ขายแต่ละราย อำนาจต่อรองในการซื้อของผู้ขายแต่ละรายไม่เท่ากัน ดังนั้นใครที่ได้ส่วนลดมากกว่ารายอื่นก็สามารถนำไปเป็นเครื่องมือในการสร้างความได้เปรียบ

ร้านหนังสือสู้ฝ่าวิกฤติโคโรนา

ร้านหนังสือบางแห่งก็ต้องใช้วิธีลดจำนวนพนักงานลง ตัดรายจ่ายทุกอย่างเท่าที่ตัดได้ให้มากที่สุด โดยเจ้าของร้านหนังสือแห่งหนึ่ง บอกว่า “ฉันไม่อยากหลอกตัวเองว่าเรากำลังสบายดี จึงจำเป็นต้องลดจำนวนพนักงานที่ร้านลงไปครึ่งหนึ่ง ! ” ส่วนร้านหนังสือที่อยู่ตามเมืองท่องเที่ยว อย่างร้านที่อยู่แถวท่าเรือซึ่งจะมีเรือหรูลำใหญ่มาเทียบท่าเช่นแต่ก่อนนั้น บอกว่า “ลูกค้าที่ร้านส่วนใหญ่ก็มาจากนักท่องเที่ยวบนเรือเหล่านี้ บางวันมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในตัวเมืองเป็นหมื่นคน แต่พอถึงตอนนี้ มันไม่มีแบบนั้นอีกแล้ว ถึงตอนนี้ฉันรู้สึกว่าร้านของเราน่าจะอยู่รอดแต่มันจะกลายเป็นธุรกิจที่เล็กลงไปจากเดิมอย่างมากและคงต้องใช้เวลาอีกนานเพื่อฟื้นฟู”

ร้านหนังสือที่คิดเงินค่าเข้าร้าน

ที่ญี่ปุ่นมีร้านหนังสือเปิดใหม่เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ที่ผ่านมา ชื่อ Bunkitsu ในเมืองโตเกียว เป็นร้านหนังสือที่ตกแต่งในสไตล์มินิมอล โดยจุดเด่นที่แตกต่างของร้านคือ มีการคิดเงินลูกค้าที่ต้องการเข้าร้าน

ร้านหนังสือที่เคลื่อนไปพร้อมกับชุมชน

ย้อนกลับไปถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ เมื่อสำนักพิมพ์ใหญ่ซื้อกิจการหรือควบรวมกิจการกัน การพิจารณาคัดเลือก ตีพิมพ์ ทำการตลาดของหนังสือก็ยิ่งเหลือช่องทางน้อยลงไปทุกที นักเขียนอิสระ หนังสือแปลกแหวกแนว หรือหนังสือที่ทางสำนักพิมพ์พิจารณาว่าคงไม่สามารถขายได้หรือทำไปก็ไม่คุ้ม ... ก็เป็นเพียงเนื้อหาที่ล่องลอยอยู่ในอากาศเท่านั้นเอง ใครกันจะกล้าเสี่ยงทำหนังสือพิมพ์ครั้งแรกจำนวนมาก ๆ โดยที่ไม่มีดัชนีชี้วัดอะไรประกอบว่าต้องทำยอดขายได้ถล่มทลาย ดังนั้นหากเราเป็นหน่วยธุรกิจเล็ก ๆ สำนักพิมพ์ขนาดเล็กหรือนักเขียนอิสระและต้องการที่ยืนของตัวเอง เราก็ต้องหาวิธีการใหม่ที่ไม่ใช่การดำเนินไปตามครรลองดั้งเดิมแบบที่ว่ามา 

พนักงานร้านหนังสือหรือคอมพิวเตอร์

ตอนที่เดินอยู่ในร้านหนังสือ ผมเห็นชั้นหนังสือที่มีป้ายติดไว้ว่า "หนังสือแนะนำ" ซึ่งพูดกันตามตรง ร้านหนังสือที่ไหนในโลกก็มีป้ายแบบนี้ราวกับว่ามันเป็นนวัตกรรมขั้นสุดยอดของการขายหนังสือนับตั้งแต่ที่มีร้านหนังสือเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ แต่ลองเดาดูสิว่า ทำไม ? ชั้นหนังสือที่บอกว่า "หนังสือแนะนำ" นั้น ไม่ได้รู้จักด้วยซ้ำว่าผมชอบอ่านหนังสือแบบไหน ทั้งหมดที่ทำมาก็แค่กำลังบอกกับผมว่า "คุณต้องชอบมันแน่" มันก็ไม่ต่างอะไรกับการให้ของขวัญกับใครสักคน ที่คุณเลือกของขวัญชิ้นนั้นก็เพราะว่าคุณชอบสิ่งนั้น คุณต้องการมัน แล้วความสัมพันธ์แบบนี้ได้นำมาซึ่งความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนสักกี่ครั้งกัน

Amazon มีแผนจะเปิดร้านหนังสือเพิ่มขึ้น

Amazon มีทีท่าว่าจะเปิดร้านหนังสือในเครือตามที่ต่าง ๆ เพิ่มขึ้น หลังจากปลายปีที่ผ่านมาได้เปิดร้านหนังสือแห่งแรกของตนเองนำร่อง แต่ข่าวนี้ก็ยังไม่มีอะไรยืนยันชัดเจนมากนัก เป็นเพียงการคาดการณ์ของผู้ที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ แต่จากข่าวลือดังกล่าว ก็อาจส่งผลให้ร้านหนังสือต่าง ๆ หรือร้านหนังสืออิสระเกิดอาการเสียวสันหลังได้เช่นกัน การที่ Amazon ประสบความสำเร็จในด้านค้าปลีกหนังสือตัวเล่มแล้วยังครองตลาด e-book อีกด้วย ซึ่งตลาด e-book นี้เองก็เพิ่งส่งผลทำให้เครือร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Borders ต้องประกาศล้มละลายมาแล้ว และในตอนนี้เองเครือร้านหนังสือระดับโลกอย่าง Barnes & Noble ก็บาดเจ็บไปตาม ๆ กัน

Barnes & Noble ทดลองขายเบียร์ในร้านหนังสือ

Barnes & Noble อยู่ระหว่างยื่นขอใบอนุญาตเพื่อขายเบียร์และไวน์ต่อทางสภาเมืองแต่ไม่ได้มีแผนจะขยายกิจการไปเป็นผับหรือบาร์ถึงขั้นนั้น โดย Barnes & Noble เพียงแต่ต้องการทดลองดูผลตอบรับที่สาขาที่ New Hartford ก่อนว่าเป็นอย่างไร เป็นไปได้ไหมที่จะเพิ่มเบียร์กับไวน์เข้าไปในสาขาอื่น ๆ ของตน

Barnes & Noble จำต้องปิดร้านหนังสือบางส่วน

Barnes & Noble ได้ต่อสู้เพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดของตนในรอบหลายปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะคู่แข่งในรูปแบบของสื่อดิจิตอล อย่าง iPad และ Kindle แต่ดูเหมือนว่า Barnes & Noble ยังปรับตัวได้ช้าอยู่ Wall Street Journal ได้รายงานว่าบริษัทมีแผนที่จะปิดตัวร้านหนังสือลงในอัตราส่วนราว 20 ร้านต่อปี ในช่วงสิบปีนับจากนี้ ปัจจุบัน Barnes & Noble มีร้านหนังสือของตนอยู่ทั้งหมดราว 689 ร้าน แต่จากการคาดการณ์ในอนาคต จำนวนร้านอาจต้องลดลงมาเกือบหนึ่งในสาม มาอยู่ที่ 450 ถึง 500 ร้าน

Latest news

การทำงานเป็นทีม คืออะไร

มาร์ตี้ เดอร์ จอง เล่าเรื่องการทำงานให้เราฟังว่า การทำงานในแต่ละวันนั้น เขามักจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เรามักจะเรียกกันว่า “ทีม” และทุกคนมักจะขอร้องให้เขาทำหน้าที่เป็นเหมือนทีมโค้ช มันเหมือนกับว่า ในแต่ละวันคุณจะต้องอยู่ในทีมใดทีมหนึ่งอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าคุณอาจจะทำอาชีพอิสระ มีงานพิเศษเฉพาะทาง แต่คุณก็เป็นส่วนหนึ่งของทีมอยู่ดี ทีมเหมือนเป็นเจ้าของปัญหา เป็นผู้ถ่ายทอดความทะเยอทะยาน เป็นกลุ่มคนที่ต้องการให้คนอื่น ทำงานร่วมกันจนประสบความสำเร็จ โดยทีมมักจะต้องพึ่งพากันสูง
- Advertisement -

ทำไม อีลอน มัสก์ ถึงเก่ง ?

อีลอน มัสก์ เคยพูดไว้ว่า “คุณไม่รู้อะไรในสิ่งที่คุณไม่รู้ แต่คุณรู้ว่ามันมีสิ่งเหล่านั้นอยู่” ในชีวิตการทำงานของเขา อีลอนร่วมทุนทำบริษัท PayPal ผู้รับชำระเงินออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำบริษัท Tesla สร้างจรวดและผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น ประสบการณ์ของเขาครอบคลุมตั้งแต่วิทยาศาสตร์เรื่องจรวด วิศวกรรม ฟิสิกส์ และปัญญาประดิษฐ์ไปจนถึงพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานแบบอื่น ๆ เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในหลาย ๆ เรื่อง แล้วยังสามารถนำความรู้ที่มีไปประยุกต์ไปใช้ได้ทันที นี่คือสิ่งที่ทำให้เขาสามารถสร้างธุรกิจที่เปลี่ยนโฉมหน้าของอุตสาหกรรมขึ้นมาได้ เขาเป็นผู้ประกอบการที่มีวิสัยทัศน์ มีความทะเยอทะยานอย่างแรงกล้า เป็นคนที่อ่านหนังสือเพื่อที่จะเป็นผู้นำ “Read to Lead”

ดาวน์โหลด ebook ฟรีแลกกับอีเมล์

ในโลกของธุรกิจ ทุกอย่างมีต้นทุน ไม่มีอะไรฟรี การเขียน ebook ก็มีต้นทุน ไม่ว่าจะเป็นการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล นำมาเรียบเรียง ขัดเกลา แทรกรูปภาพ จัดหน้า วางเลย์เอาท์ ให้บรรณาธิการตรวจสอบ แล้วก็ต้อง upload ขึ้นเซิร์ฟเวอร์ เปลืองแบนด์วิธอีก แล้วนี่ยังไม่รวมค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าตัวคนเขียน และอีกจิปาถะ…. เอามาให้ดาวน์โหลดอ่านได้ฟรี ขอเพียงแค่แลกกับอีเมล์ของเรา ทำไมถึงคิดว่าทำแบบนี้แล้วคุ้มกับต้นทุนที่ทำ ebook ทำไมไม่ทำขายไปเลย จะขายถูก ขายแพงก็ค่อยว่ากันอีกที แต่นี่เอามาแลกกับการได้อีเมล์ของเรา ?

Must read

การทำงานเป็นทีม คืออะไร

มาร์ตี้ เดอร์ จอง เล่าเรื่องการทำงานให้เราฟังว่า การทำงานในแต่ละวันนั้น เขามักจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เรามักจะเรียกกันว่า “ทีม” และทุกคนมักจะขอร้องให้เขาทำหน้าที่เป็นเหมือนทีมโค้ช มันเหมือนกับว่า ในแต่ละวันคุณจะต้องอยู่ในทีมใดทีมหนึ่งอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าคุณอาจจะทำอาชีพอิสระ มีงานพิเศษเฉพาะทาง แต่คุณก็เป็นส่วนหนึ่งของทีมอยู่ดี ทีมเหมือนเป็นเจ้าของปัญหา เป็นผู้ถ่ายทอดความทะเยอทะยาน เป็นกลุ่มคนที่ต้องการให้คนอื่น ทำงานร่วมกันจนประสบความสำเร็จ โดยทีมมักจะต้องพึ่งพากันสูง

ทำไม อีลอน มัสก์ ถึงเก่ง ?

อีลอน มัสก์ เคยพูดไว้ว่า “คุณไม่รู้อะไรในสิ่งที่คุณไม่รู้ แต่คุณรู้ว่ามันมีสิ่งเหล่านั้นอยู่” ในชีวิตการทำงานของเขา อีลอนร่วมทุนทำบริษัท PayPal ผู้รับชำระเงินออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำบริษัท Tesla สร้างจรวดและผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น ประสบการณ์ของเขาครอบคลุมตั้งแต่วิทยาศาสตร์เรื่องจรวด วิศวกรรม ฟิสิกส์ และปัญญาประดิษฐ์ไปจนถึงพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานแบบอื่น ๆ เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในหลาย ๆ เรื่อง แล้วยังสามารถนำความรู้ที่มีไปประยุกต์ไปใช้ได้ทันที นี่คือสิ่งที่ทำให้เขาสามารถสร้างธุรกิจที่เปลี่ยนโฉมหน้าของอุตสาหกรรมขึ้นมาได้ เขาเป็นผู้ประกอบการที่มีวิสัยทัศน์ มีความทะเยอทะยานอย่างแรงกล้า เป็นคนที่อ่านหนังสือเพื่อที่จะเป็นผู้นำ “Read to Lead”