Tag:ห้องสมุด

ห้องสมุดกับเรื่องราวในชีวิต

หลายคนคงจะคิดว่าบัตรห้องสมุดใบแรกของฉันมาจากการที่พ่อแม่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูก แต่ไม่ใช่เลย สำหรับครอบครัวเรา การเลือกหนังสือต้องผ่านการพินิจพิจารณาจากผู้นำศาสนาและหลักสูตรบ้านเรียนตามแบบแผนของชาวคริสเตียนเสียก่อน อาจจะโชคดีอยู่บ้างที่แม่ของฉัน เธอเป็นแม่บ้านที่ทำงานบ้านและมีเวลาอยู่กับลูกทั้งวัน ดังนั้นในบางเวลาเธอจะพาฉันและลูกพี่ลูกน้องไปที่ห้องสมุด ซึ่งขากลับแขนของฉันก็จะต้องอุ้มหนังสือหมวดเดียวที่ได้รับอนุญาตให้อ่านอยู่เต็มไปหมด นั่นก็คือ หนังสือเกี่ยวกับการดูแลม้า ! ตัวฉันเองไม่เคยเรียนขี่ม้าแต่ฝันไว้ว่าอยากจะเป็นเจ้าของม้าสักตัว ฉันกวาดสายตามองดูรูปทุกรูป หนังสือทุกเล่มในหมวดหมู่ของสัตว์ที่มีในห้องสมุด แม้แต่หนังสือที่มีเนื้อหาเกินกว่าที่ฉันจะเข้าใจในตอนนั้น เหตุการณ์ดำเนินไปแบบนี้ จนไม่เหลือหนังสือในหมวดดังกล่าวให้อ่านอีกแล้ว

ต้องการ ISBN ไปทำไม

อีกเหตุผลหนึ่งที่เราจำเป็นต้องมี ISBN ให้กับหนังสือของเราก็เพราะว่า เราจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ตีพิมพ์หนังสือเล่มดังกล่าว สมมติว่าถ้าเราเอาหนังสือของเราไปฝากขายกับเว็บไซต์อย่าง Amazon หรือ Lulu  บริษัทเหล่านี้เขาก็จะแจกหมายเลข ISBN ให้เราฟรี ซึ่งถ้าเรามีงบประมาณจำกัด มันก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสม แต่เวลาหนังสือของเราเข้าไปในฐานข้อมูล ในส่วนของสำนักพิมพ์ก็จะเป็นชื่อ Amazon แทน

บทบาทของห้องสมุดประชาชน

ในต่างประเทศโดยเฉพาะในสหรัฐฯ บรรณารักษ์ที่ดูแลบริหารระบบห้องสมุดขนาดใหญ่ เปรียบเทียบว่า ผู้ที่มาใช้บริการห้องสมุดก็เหมือนลูกค้าของบริษัทต่างๆ ซึ่งหมายความว่า ห้องสมุดก็ต้องแข่งขันกันกับบริษัทอย่าง Google หรือ Amazon แต่ทั้งนี้ไม่ใช่เพื่อผลกำไร แต่เพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้าหรือผู้ใช้บริการนั่นเอง โดยบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้มีการตลาดที่ค่อนข้างครอบคลุม อำนวยความสะดวกด้วยการคลิ๊กเพียงไม่กี่ครั้งก็สามารถดาวน์โหลดหนังสือฟรีมาอ่านได้แล้ว และเมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ใครกันเล่าที่จัดว่าเป็นกลุ่มลูกค้าที่ห้องสมุดสามารถดูแลได้ดีที่สุด ?

ตลาดหนังสือเกิดใหม่

// // ยอดขายหนังสือในสหรัฐฯ และยุโรปไม่ขยับไปไหนมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ในขณะที่สำนักพิมพ์ต่างก็พากันคิดหาวิธีการขายและแรงจูงใจในการซื้อใหม่ ๆ เพื่อที่จะเปลี่ยนผู้ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ให้กลายมาเป็นลูกค้า โดยลืมนึกไปถึงตลาดเกิดใหม่ซึ่งก็คือ "กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา" ปัจจุบันมีเด็กจำนวน 250 ล้านคนทั่วโลกที่ขาดโอกาสในการเข้าถึงหนังสือและการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในประเทศอย่าง เฮติ รวันดา และสาธารณรัฐคองโก เป็นเรื่องยากมากที่จะหาโรงเรียนที่มีหนังสือเรียน หรืออาจมีเพียงหนังสือเรียนขาด ๆ เพียงสองสามเล่มต่อนักเรียนหลายร้อยคน น้อยมากที่จะมีโรงเรียนที่มีหนังสืออยู่จนเต็มชั้น โดยเฉพาะประเทศเฮติ มีโรงเรียนน้อยกว่า 15% ที่มีห้องสมุด...

อนาคตของหนังสือตัวเล่ม

หนังสือกลายเป็นของศักดิสิทธิ์และห้องสมุดก็จะเป็นเหมือนกับพิพิธภัณฑ์ เราต่างก็เคยใช้การอ่านบนหน้าจอตั้งแต่มีการเกิดขึ้นของอินเตอร์เน็ต แต่ทว่ายังไม่ได้แพร่หลายมากนักจนกระทั่งเครื่องอ่านอีบุ๊คส์ออกสู่ตลาดในปี 1998 ซึ่งนั่นทำให้เรามีทางเลือกใหม่เกิดขึ้นและส่งผลด้านลบต่อหนังสือตัวเล่ม สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นค่อนข้างซับซ้อนและคำว่า "หนังสือ" ก็ไม่ได้มีความหมายชัดเจนดังเช่นแต่ก่อนอีกต่อไป

เปลี่ยนห้องสมุดให้กลายเป็นสำนักพิมพ์

แต่แทนที่ห้องสมุดจะอยู่เฉย ๆ เพื่อรอไปเสี่ยงในอนาคตกับนโยบายของสำนักพิมพ์ ห้องสมุดบางแห่งเห็นโอกาสในการที่จะริเริ่มสิ่งใหม่และเป็นมิตรกับผู้อ่านมากกว่า eBook นั่นก็คือโครงการนำร่องที่ห้องสมุดได้สร้างความสัมพันธ์กับนักเขียนที่พวกเขาเขียนงานและจัดจำหน่ายผลงานในรูปแบบ eBook ด้วยตัวเอง ถือเป็นโอกาสดีสำหรับห้องสมุดในการอำนวยความสะดวกให้แก่ชุมชน จากการช่วยให้นักเขียนในละแวกนั้นให้กลายมาเป็นผู้เขียนและผู้ขาย eBook ด้วยตัวเอง

e-book กำลังโตวันโตคืน แต่ห้องสมุดกลับตกอยู่ในภาวะลำบาก

รายงานช้ินใหม่จาก สมาคมห้องสมุดอเมริกัน ระบุว่า ทั้ง ๆ ที่ห้องสมุดมีจำนวน e-book สำหรับให้บริการเพ่ิมขึ้นเรื่อย ๆ นั้น ห้องสมุดเองก็กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่เช่นกัน ยิ่งมีความต้องการใช้ e-book เพิ่มขึ้นเท่าใด เงินอุดหนุนที่ห้องสมุดได้รับก็ลดลง ห้องสมุดกว่า 75% ในปัจจุบัน มี e-book ให้บริการ เพ่ิมขึ้นจากปีที่แล้วที่มีห้องสมุดเพียง 67.2% ในจำนวนนี้มี 39% ที่ให้ยืมเครื่องอ่าน e-book ด้วย นอกจากนี้ มีห้องสมุดราว 14% ที่ทำเว็บไซต์ของตนให้รองรับรับกับการแสดงผลบนอุปกรณ์พกพาอย่างโทรศัพท์มือถือ และมีห้องสมุดราว 7% ที่มี app

Library 3.0

ดูเหมือนว่าห้องสมุดกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วสำหรับสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ แต่สำหรับเด็กเล็ก ๆ แล้ว การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวถือว่ายังไม่รวดเร็วพอ และสำหรับวัยนักศึกษาในมหาวิทยาลัยแล้ว การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวถือว่าไม่ช้าไม่เร็ว ประสบการณ์กับห้องสมุดของพวกเขาเป็นสิ่งที่เหมือนกับการเล่นกระดานโต้คลื่น ต้องพยายามไต่อยู่บนสันคลื่นที่กำลังเคลื่อนที่อยู่เสมอ

Latest news

สมองต้องการอ่านทุกวัน

ต่างจากการที่เราเข้าเรียนไปฟังเลคเชอร์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่เต็มไปด้วยข้อเท็จจริง มีย่อหน้าที่สำคัญเรียงลำดับหนึ่ง สอง สาม สี่ เต็มไปหมด ซึ่งสมองของเราจะทำงานแต่ในส่วนของภาษาเพื่อทำการแปลและเรียงร้อยแต่ละคำให้ออกมาเป็นความหมาย แต่ถ้าหากเราได้ฟังเรื่องราวบางอย่างที่น่าสนใจ ไม่เพียงแต่ในส่วนของการถอดรหัสภาษา แต่สมองเรายังถูกกระตุ้นอีกหลายส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวนั้น ๆ  แตกกิ่งก้านออกไปหลายมิติ

เช่น ถ้าหากเราได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับการวิ่งของใครคนหนึ่ง สมองส่วน motor cortex ก็จะทำงาน เนื่องจากมันทำหน้าที่สั่งการให้เกิดการเคลื่อนไหวที่อยู่ภายใต้อำนาจของจิตใจที่เกี่ยวกับการวิ่ง และมันง่ายกว่าที่จะจำเรื่องราวมากกว่าข้อเท็จจริงพื้น ๆ ข้อหนึ่ง ข้อสอง ข้อสามที่ไม่มีอะไรตื่นเต้น เพราะว่ามันทำให้เราเหมือนเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริง ๆ 

นักวิจัยที่  Emory University ค้นพบว่าไม่มีอาหารอะไรที่วิเศษต่อสมองมากไปกว่าหนังสืออีกแล้ว พวกเขาได้ให้กลุ่มทดลองอ่านหนังสือนวนิยายจำนวน 30 หน้า และหลังจากนั้นก็ทำการ fMRI brain scan เป็นระยะเวลา 5 วันติดต่อกัน ผลที่ออกมาพบว่า ผู้ทดลองแสดงให้เห็นถึงการทำงานของสมองในส่วน Temporal cortex มากขึ้นกว่าปกติ ซึ่งเป็นสมองส่วนที่ช่วยควบคุมการรับรู้ต่อภาษาของเรา นอกจากนี้แล้วยังพบว่าสมองส่วน central sulci ก็มีการทำงานเพิ่มขึ้นด้วย

- Advertisement -spot_imgspot_img

ห้องสมุดกับเรื่องราวในชีวิต

หลายคนคงจะคิดว่าบัตรห้องสมุดใบแรกของฉันมาจากการที่พ่อแม่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูก แต่ไม่ใช่เลย สำหรับครอบครัวเรา การเลือกหนังสือต้องผ่านการพินิจพิจารณาจากผู้นำศาสนาและหลักสูตรบ้านเรียนตามแบบแผนของชาวคริสเตียนเสียก่อน อาจจะโชคดีอยู่บ้างที่แม่ของฉัน เธอเป็นแม่บ้านที่ทำงานบ้านและมีเวลาอยู่กับลูกทั้งวัน ดังนั้นในบางเวลาเธอจะพาฉันและลูกพี่ลูกน้องไปที่ห้องสมุด ซึ่งขากลับแขนของฉันก็จะต้องอุ้มหนังสือหมวดเดียวที่ได้รับอนุญาตให้อ่านอยู่เต็มไปหมด นั่นก็คือ หนังสือเกี่ยวกับการดูแลม้า ! ตัวฉันเองไม่เคยเรียนขี่ม้าแต่ฝันไว้ว่าอยากจะเป็นเจ้าของม้าสักตัว ฉันกวาดสายตามองดูรูปทุกรูป หนังสือทุกเล่มในหมวดหมู่ของสัตว์ที่มีในห้องสมุด แม้แต่หนังสือที่มีเนื้อหาเกินกว่าที่ฉันจะเข้าใจในตอนนั้น เหตุการณ์ดำเนินไปแบบนี้ จนไม่เหลือหนังสือในหมวดดังกล่าวให้อ่านอีกแล้ว

การเดินทางของหนังสือเก่า

ก่อนหน้านี้ฉันเคยเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบการกางแบะหนังสือออก เพราะมันทำให้สันหนังสือย่นหรือเป็นรอยยับได้ง่าย มันดูไม่สวยเวลาที่เราเอาใส่เข้าไปในชั้น แต่พักหลังมานี้ฉันกลับไม่คิดอะไรมาก เพราะว่าหนังสือที่ซื้อมาช่วงหลัง ๆ นี้จะเป็นหนังสือมือสองเสียส่วนใหญ่ซึ่งแน่นอนว่ามันมีร่องรอยของการใช้งานติดมาด้วยอยู่แล้วและไม่ได้มีแค่เรื่องสัน ปกหน้าก็มีรอยถลอก รอยฉีกขาด หรือเจอคนที่อ่านหนังสือแล้วชอบพับขอบหน้ากระดาษลงขอบ ซึ่งในตอนนี้ฉันรับได้

Must read

สมองต้องการอ่านทุกวัน

ต่างจากการที่เราเข้าเรียนไปฟังเลคเชอร์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่เต็มไปด้วยข้อเท็จจริง มีย่อหน้าที่สำคัญเรียงลำดับหนึ่ง สอง สาม สี่ เต็มไปหมด ซึ่งสมองของเราจะทำงานแต่ในส่วนของภาษาเพื่อทำการแปลและเรียงร้อยแต่ละคำให้ออกมาเป็นความหมาย แต่ถ้าหากเราได้ฟังเรื่องราวบางอย่างที่น่าสนใจ ไม่เพียงแต่ในส่วนของการถอดรหัสภาษา แต่สมองเรายังถูกกระตุ้นอีกหลายส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวนั้น ๆ  แตกกิ่งก้านออกไปหลายมิติ

เช่น ถ้าหากเราได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับการวิ่งของใครคนหนึ่ง สมองส่วน motor cortex ก็จะทำงาน เนื่องจากมันทำหน้าที่สั่งการให้เกิดการเคลื่อนไหวที่อยู่ภายใต้อำนาจของจิตใจที่เกี่ยวกับการวิ่ง และมันง่ายกว่าที่จะจำเรื่องราวมากกว่าข้อเท็จจริงพื้น ๆ ข้อหนึ่ง ข้อสอง ข้อสามที่ไม่มีอะไรตื่นเต้น เพราะว่ามันทำให้เราเหมือนเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริง ๆ 

นักวิจัยที่  Emory University ค้นพบว่าไม่มีอาหารอะไรที่วิเศษต่อสมองมากไปกว่าหนังสืออีกแล้ว พวกเขาได้ให้กลุ่มทดลองอ่านหนังสือนวนิยายจำนวน 30 หน้า และหลังจากนั้นก็ทำการ fMRI brain scan เป็นระยะเวลา 5 วันติดต่อกัน ผลที่ออกมาพบว่า ผู้ทดลองแสดงให้เห็นถึงการทำงานของสมองในส่วน Temporal cortex มากขึ้นกว่าปกติ ซึ่งเป็นสมองส่วนที่ช่วยควบคุมการรับรู้ต่อภาษาของเรา นอกจากนี้แล้วยังพบว่าสมองส่วน central sulci ก็มีการทำงานเพิ่มขึ้นด้วย

ห้องสมุดกับเรื่องราวในชีวิต

หลายคนคงจะคิดว่าบัตรห้องสมุดใบแรกของฉันมาจากการที่พ่อแม่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูก แต่ไม่ใช่เลย สำหรับครอบครัวเรา การเลือกหนังสือต้องผ่านการพินิจพิจารณาจากผู้นำศาสนาและหลักสูตรบ้านเรียนตามแบบแผนของชาวคริสเตียนเสียก่อน อาจจะโชคดีอยู่บ้างที่แม่ของฉัน เธอเป็นแม่บ้านที่ทำงานบ้านและมีเวลาอยู่กับลูกทั้งวัน ดังนั้นในบางเวลาเธอจะพาฉันและลูกพี่ลูกน้องไปที่ห้องสมุด ซึ่งขากลับแขนของฉันก็จะต้องอุ้มหนังสือหมวดเดียวที่ได้รับอนุญาตให้อ่านอยู่เต็มไปหมด นั่นก็คือ หนังสือเกี่ยวกับการดูแลม้า ! ตัวฉันเองไม่เคยเรียนขี่ม้าแต่ฝันไว้ว่าอยากจะเป็นเจ้าของม้าสักตัว ฉันกวาดสายตามองดูรูปทุกรูป หนังสือทุกเล่มในหมวดหมู่ของสัตว์ที่มีในห้องสมุด แม้แต่หนังสือที่มีเนื้อหาเกินกว่าที่ฉันจะเข้าใจในตอนนั้น เหตุการณ์ดำเนินไปแบบนี้ จนไม่เหลือหนังสือในหมวดดังกล่าวให้อ่านอีกแล้ว